91
ทางวิ
ทยาศาสตร์
ที่
ชั
ยวั
ฒน์
ถิ
ระพั
นธุ
์
(2542 : 115-143) นํ
ามาอธิ
บายว่
าเป็
นสภาพและกระบวนการที่
ไร้
เสถี
ยรภาพ (unstable) มี
ความอ่
อนไหวสู
งมากและเปราะบางเมื่
อมี
การกระทบเพี
ยงเล็
กน้
อยใน
สาเหตุ
เบื
้
องต้
น (initial condition) แต่
เมื่
อเกิ
ดซํ
้
าบ่
อยๆ ทํ
าให้
ระบบที่
ดํ
าเนิ
นอยู
่
พั
ฒนาการไปอย่
าง
ไม่
เป็
นเส้
นตรง คดเคี
้
ยว กวั
ดแกว่
ง เชื่
อมโยงกั
นดั
งใยแมงมุ
มซั
บซ้
อน อ่
อนไหว และผั
นผวน
บางครั
้
งถึ
งก้
าวกระโดดฉั
บพลั
นทํ
าให้
เกิ
ดภาวะที่
อยู
่
ห่
างไกลจากสมดุ
ลและก้
าวเข้
าสู
่
ภาวะเปลี่
ยนผ่
าน
(phase transition)ในช่
วงเวลาที่
ไม่
แน่
นอนและช่
วงเวลานี
้
จะมี
ความไร้
ระเบี
ยบดํ
ารงอยู
่
ระดั
บหนึ
่
ง
ขณะที่
สภาพเก่
าเสื่
อมสลายระบบได้
สร้
างสรรค์
สภาพใหม่
ขึ
้
นได้
อี
กอย่
างเป็
นพลวั
ตซึ
่
งระบบพลวั
ต
(โดยเฉพาะระบบชี
วิ
ต)ในโลกความจริ
งจะมี
เสถี
ยรภาพเพี
ยงชั่
วคราวไม่
ดํ
ารงอยู
่
นานเป็
นเพี
ยงระยะผ่
าน
เท่
านั
้
นโดยเฉพาะระบบสั
งคมมนุ
ษย์
ยั
งต้
องการรู
ปแบบและระเบี
ยบของการอยู
่
ร่
วมกั
น ไม่
ว่
าช้
า
หรื
อเร็
วพวกเขาจะต้
องจั
ดระเบี
ยบใหม่
ให้
แก่
สั
งคมจนได้
แม้
การนํ
าทฤษฎี
นี
้
มาใช้
ในการอธิ
บาย
ปรากฏการณ์
ทางสั
งคมจะยั
งมี
ข้
อถกเถี
ยงกั
นอยู
่
แต่
ก็
มี
นั
กวิ
ชาการหลายท่
านเห็
นว่
าสามารถนํ
ามา
อธิ
บายได้
ในระดั
บหนึ
่
ง เพราะเป็
นวิ
ธี
มองปรากฏการณ์
อย่
างเชื่
อมโยงเหตุ
ปั
จจั
ย มององค์
รวม
เข้
าใจส่
วนประกอบและไม่
ละเลยความบั
งเอิ
ญ ผู
้
วิ
จั
ยเห็
นว่
าทฤษฎี
นี
้
สามารถนํ
ามาอธิ
บายสภาพไร้
ระเบี
ยบที่
เกิ
ดขึ
้
นในชุ
มชนเล็
กๆ เช่
นเกาะลั
นตาในบางช่
วงเวลาทางประวั
ติ
ศาสตร์
ได้
นอกจากนั
้
นสถานการณ์
ความขั
ดแย้
งความกดดั
นและปั
ญหาความไม่
ลงตั
วในการใช้
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นร่
วมกั
นที่
เกิ
ดขึ
้
นในชุ
มชนเกาะลั
นตาท่
ามกลางพลวั
ตการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ในสั
งคม
หลากหลายที่
โกลาหลไร้
ระเบี
ยบดั
งกล่
าว ยั
งสอดคล้
องกั
บทฤษฎี
ความขั
ดแย้
ง (conflict theory)
แบบวิ
ภาษวิ
ธี
(dialectic)ของเฮเกิ
ล (Hegel) ซึ
่
งฟอร์
สเตอร์
(Forster. 1999 :131)นํ
ามาอธิ
บายว่
าสั
งคม
มนุ
ษย์
ย่
อมไม่
หยุ
ดอยู
่
กั
บที่
แต่
จะมี
การเปลี่
ยนแปลงที่
เป็
นผลมาจากการปฏิ
สั
มพั
นธ์
ที่
ไม่
ลงรอยกั
น
หรื
อมี
ความเห็
นไม่
ตรงกั
น เกิ
ดความขั
ดแย้
งความกดดั
นและการปฏิ
เสธส่
งผลให้
เกิ
ดรู
ปแบบการ
เปลี่
ยนแปลงที่
สั
มพั
นธ์
กั
น 3ด้
านด้
านหนึ
่
งเป็
นสิ่
งที่
เกิ
ดขึ
้
นใหม่
(thesis) อี
กด้
านหนึ
่
งมี
การปฏิ
เสธ
(antithesis) และการต่
อสู
้
ระหว่
าง 2ด้
านที่
ขั
ดแย้
งกั
นนี
้
จะพั
ฒนาไปสู
่
สิ่
งที่
เกิ
ดใหม่
(synthesis) และ
ต่
อมากลายเป็
นข้
อเสนอใหม่
(thesis)ที่
ก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
ง (antithesis)และนํ
ามาสู
่
การสร้
างสิ่
งใหม่
(synthesis) ต่
อไป
พื
้
นที่
ทางวั
ฒนธรรมและศู
นย์
รวมชุ
มชน
พั
ฒนาการของประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นเกาะลั
นตาที่
เคลื่
อนผ่
านเรื่
องราวและเหตุ
การณ์
ต่
างๆ
จากอดี
ตสื
บเนื่
องมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
นดั
งที่
ได้
บั
นทึ
กไว้
ข้
างต้
น และกํ
าลั
งเปลี่
ยนผ่
านไปสู
่
อนาคต