st124 - page 89
80
บริ
เวณตลาดศรี
รายาปั
จจุ
บั
นซึ
่
งกํ
าบั
งคลื่
นลมได้
ดี
และมี
ทรั
พยากรอุ
ดมสมบู
รณ์
ทั
้
งบนบกและในทะเล
ต่
อมา จึ
งเลื
อกเป็
นแหล่
งทํ
ามาหากิ
น และติ
ดต่
อสั
มพั
นธ์
กั
บคนพื
้
นเมื
องบนเกาะที่
เข้
ามาอยู
่
ก่
อน
เริ่
มสร้
างโกดั
งเก็
บของและที่
พั
กสํ
าหรั
บอาศั
ยทํ
าปลาเค็
มตากแห้
ง ในช่
วงที่
แวะพั
กเพื่
อรอลมมรสุ
ม
ที่
จะพั
ดพาเรื
อกลั
บไปปี
นั
ง ต่
อมามี
ญาติ
พี่
น้
อง เพื่
อนฝู
ง และคนรู
้
จั
กทั
้
งชาวจี
นฮกเกี
้
ยนและจี
น
ไหหลํ
าติ
ดตามมาทํ
ามาค้
าขายอาศั
ยอยู
่
บนเกาะและมี
การแต่
งงานตั
้
งถิ่
นฐานถาวรส่
วนชาวมุ
สลิ
มซึ
่
ง
เคร่
งครั
ดในเรื่
องศาสนาได้
ขยั
บจากตลาดศรี
รายาไปสร้
างที่
พั
กอาศั
ยบริ
เวณบ้
านหั
วแหลมใกล้
และ
กระจายกั
นอยู
่
ทั่
วเกาะชาวเลก็
เลี่
ยงไปใช้
พื
้
นที่
บริ
เวณหั
วแหลมกลางในช่
วงที่
ตั
้
งถิ่
นฐานถาวรบนเกาะ
แล้
วคนจี
นไหหลํ
าจะประกอบอาชี
พทํ
าโป๊
ะทํ
าทองตั
ดผม เปิ
ดร้
านขายกาแฟคนจี
นฮกเกี
้
ยนต่
อเรื
อ
ทํ
าเตาถ่
านค้
าขายชาวจี
นบนเกาะลั
นตาที่
มี
ฐานะทางเศรษฐกิ
จดี
ขึ
้
นสร้
างบ้
านเรื
อนถาวรขึ
้
นและ
เปลี่
ยนไปใช้
เรื
อใบ3 เสาขนาดใหญ่
เพื่
อขนไม้
ฟื
น เปลื
อกไม้
แสมมะพร้
าวแห้
งและสิ
นค้
าพื
้
นเมื
อง
ไปขายยั
งเกาะปี
นั
งและสิ
งคโปร์
หลั
งจากนั
้
นบางครอบครั
วเริ่
มทํ
าอุ
ตสาหกรรมถ่
านไม้
โกงกางเพื่
อ
ส่
งออกจนมี
ฐานะรํ
่
ารวย เกาะลั
นตาได้
กลายเป็
นเมื
องท่
าที่
เป็
นจุ
ดแวะพั
กระหว่
างเส้
นทางสั
ญจรทาง
เรื
อระหว่
างเกาะภู
เก็
ตกั
นตั
งและปี
นั
งความคึ
กคั
กนี
้
ส่
งผลให้
สภาพความเป็
นชุ
มชนของชาวจี
นศรี
รายา
เป็
นปึ
กแผ่
นและร่
วมกั
นสร้
างศาลเจ้
า“สามต่
องอ๋
อง”ไว้
เป็
นที่
ประกอบพิ
ธี
กรรมตามความเชื่
อในกลุ่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
ของตน เมื่
อธุ
รกิ
จเรื
อประมงซบเซา และรั
ฐบาลยกเลิ
กการให้
สั
มปทานป่
าโกงกางและ
ใบอนุ
ญาตเผาถ่
านหั
นมาประกอบอาชี
พค้
าขายทํ
าสวนทํ
าธุ
รกิ
จด้
านการท่
องเที่
ยวบ้
างรั
บราชการ
และทํ
างานบริ
ษั
ทเอกชนบ้
าง
ยุ
คก่
อตั
้
งอํ
าเภอเกาะลั
นตา
เดิ
มเกาะลั
นตาเป็
นตํ
าบลหนึ
่
ง ขึ
้
นอยู
่
กั
บอํ
าเภอคลองพน และตั
้
งอยู
่
บนเส้
นทางการค้
า
ระหว่
าง ภู
เก็
ต-ปี
นั
ง-สิ
งค์
โปร์
จากการที่
เกาะลั
นตาเป็
นยุ
คเริ่
มต้
นความเจริ
ญทางการค้
าและการ
สั
ญจรทางทะเลและเป็
นทํ
าเลที่
เหมาะในการตั
้
งด่
านเก็
บภาษี
ทางนํ
้
าแห่
งหนึ
่
งปี
พ.ศ. 2435 (ร.ศ.110)
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วเสด็
จประพาสหั
วเมื
องมลายู
ประทั
บเรื
อพระที่
นั่
งจาก
ภู
เก็
ตผ่
านมายั
งอํ
าเภอเกาะลั
นตา รั
บสั่
งให้
นํ
าเรื
อกรรเชี
ยงเข้
าเที
ยบชายฝั่
งแต่
ขึ
้
นเกาะไม่
ได้
เนื่
องจาก
นํ
้
าลงมาก ชายฝั่
งเป็
นดิ
นโคลนเลนส่
องกล้
องอยู
่
2ชั่
วโมง จึ
งกลั
บเรื
อใหญ่
จอดเรื
อทอดสมอ
ประทั
บแรมอยู
่
หน้
าเกาะเพราะเป็
นอ่
าวกํ
าบั
งคลื่
นลมได้
ดี
(กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ. 2549 : 71)
ต่
อมาในปี
พ.ศ. 2444ได้
รั
บการยกฐานะเป็
นอํ
าเภอเกาะลั
นตาหลั
งจากนั
้
นมี
การสร้
างด่
านศุ
ลกากร
ที่
ว่
าการอํ
าเภอสถานี
ตํ
ารวจโรงเรี
ยนไปรษณี
ย์
และสร้
างระบบสาธารณู
ปโภคสะพานท่
าเที
ยบเรื
อ
ศาลบรรพบุ
รุ
ษ มั
สยิ
ด ศาลเจ้
าและวั
ด
1...,79,80,81,82,83,84,85,86,87,88
90,91,92,93,94,95,96,97,98,99,...308