st124 - page 84

75
อิ
นโดนี
เซี
ยซึ
งมี
อาณาเขตติ
ดต่
อกั
บไทยทางด้
านใต้
รวมไปถึ
งบรรดาชาวเลต่
างๆ ที่
ในอดี
ตทํ
าตั
เป็
นโจรสลั
ดไปในตั
วพร้
อมกั
บการทํ
ามาหากิ
นทางทะเลแล้
วยั
งมี
โจรสลั
ดชาวโปรตุ
เกสคอยปล้
ชิ
งสิ
นค้
าด้
วย โต๊
ะหยี
เป็
ง (โต๊
ะหยี
เพ็
ง) ที่
อาณั
ติ
กล่
าวถึ
งในตํ
านานโจรสลั
ดอั
นดามั
นที่
เข้
ามายึ
ครองเกาะปอเป็
นกลุ่
มแรกก็
เป็
นโจรสลั
ดมาเลย์
ที่
เป็
นญาติ
สนิ
ทของเจ้
าเมื
องแห่
งลั
งกาวี
ของ
มาเลเซี
ย อี
กทั
งคํ
าบอกเล่
าของมุ
สลิ
มชาวกระบี่
(นพรั
ตน์
กาญจนวโรดม.สั
มภาษณ์
:5 เมษายน2553)
ก็
ระบุ
ว่
าบรรพบุ
รุ
ษชาวมุ
สลิ
มเคยเป็
นโจรสลั
ดหนี
การจั
บกุ
มกระจายกั
นอยู
หลายแห่
งในจั
งหวั
กระบี่
รวมทั
งเกาะลั
นตาด้
วยข้
อมู
ลเหล่
านี
แม้
บางส่
วนจะเป็
นตํ
านานเรื่
องเล่
าแต่
ทํ
าให้
ทราบว่
าบรรพบุ
รุ
ของชาวเลอพยพเคลื่
อนย้
ายผ่
านเข้
ามาทางช่
องแคบมะละกา
ร่
องรอยหลั
กฐานที่
บ่
งบอกว่
า ชาวเลกลุ่
มที่
เรี
ยกตั
วเองว่
า “อู
รั
กลาโว้
ย”อพยพเข้
ามาอาศั
ตามหมู
เกาะต่
างๆ ในแถบทะเลอั
นดามั
นและเข้
ามาผสมกั
บชาวเลกลุ่
มดั
งเดิ
มบริ
เวณหมู
เกาะลั
นตา
หรื
อ“ปู
เลาลอนตา” เช่
น สุ
สานชาวเลที่
บ้
านแต้
เหล็
งและบริ
เวณชายฝั่
งทะเลบ้
านคลองดาว
ตลอดจนคํ
าบอกเล่
าของผู
อาวุ
โสในชุ
มชน การคํ
านวณอายุ
ของบรรพบุ
รุ
ษที่
เข้
ามาพั
กพิ
ง ตํ
านาน
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บสถานที่
สิ่
งเหนื
อธรรมชาติ
และชื่
อสถานที่
ต่
าง ๆบริ
เวณหมู
เกาะลั
นตาที่
เป็
ภาษาอู
รั
กลาโว้
ยก็
บ่
งบอกว่
าชาวเลเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
แรกๆที่
เข้
ามาตั
งถิ่
นฐานบริ
เวณหมู
เกาะลั
นตา
แต่
ด้
วยวั
ฒนธรรมเร่
ร่
อนหากิ
นทางทะเลที่
สื
บทอดมาจากบรรพบุ
รุ
ษ ไม่
มี
วั
ฒนธรรมในการจั
บจอง
พื
นที่
เพื่
อตั
งถิ่
นฐานถาวรอาศั
ยพั
กพิ
งชั่
วคราวตามชายฝั่
งทะเลเฉพาะช่
วงฤดู
มรสุ
ม ในระยะหลั
เมื่
อหวนกลั
บมายั
งแหล่
งเดิ
มมั
กจะพบว่
าชนกลุ่
มอื่
นเข้
ามายึ
ดครองแล้
วจึ
งต้
องหาแหล่
งพั
กพิ
งใหม่
ขยั
บไปเรื่
อยๆ ดั
งคํ
าบอกเล่
าของชาวเลและผู
คนในท้
องถิ่
นที่
ระบุ
ว่
า ร่
าหมาดเดิ
มเป็
นที่
อยู
ของ
ชาวเล ต่
อมาปวดท้
องกั
นทั
งกลุ่
มจึ
งอพยพหนี
ส่
วนขุ
นสมุ
ทรเพิ่
งเข้
าไปอยู
ที
หลั
ง แล้
วต่
อมา
ขุ
นสมุ
ทรย้
ายไปอยู
เกาะปอ
บ้
านทุ่
งหยี
เพ็
งซึ
งเดิ
มชื่
อทุ่
งส้
านเพราะมี
ต้
นส้
านมากก็
เคยเป็
นถิ่
นที่
อยู
ของชาวเลต่
อมา
“ขุ
นหล้
าหวั
น” เข้
ามาบุ
กเบิ
กตั
งถิ่
นฐาน ในเวลาเดี
ยวกั
น “โต๊
ะหยี
เพ็
ง” โจรชาวมุ
สลิ
มซึ
งหลบหนี
การจั
บกุ
มของเจ้
าหน้
าที่
ตํ
ารวจจั
งหวั
ดนครศรี
ธรรมราชเข้
ามาอาศั
ยอยู
ด้
วยและก่
อความเดื
อดร้
อน
ให้
ชาวบ้
านชาวเลจึ
งอพยพหนี
ไปอยู
ที่
อื่
น (บาหลี
พยายาม. สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม2550)
บริ
เวณทุ่
งโต๊
ะเขี
ยวและเจ๊
ะหลี
ก็
เคยเป็
นที่
อยู
ของชาวเลก่
อนที่
ชาวมุ
สลิ
มซึ
งหลบภั
ยจาก
สตู
ลกลั
นตั
นปะริ
สและไทรบุ
รี
เข้
ามาจั
บจอง (นิ
กร ไหวพริ
บ. สั
มภาษณ์
: 14 เมษายน 2530) แต่
บ้
านบ่
อแหนเป็
นแหล่
งที่
เคยมี
ชาวเลอาศั
ยอยู
หนาแน่
นปั
จจุ
บั
นยั
งปรากฏร่
องรอยหลั
กฐานสุ
สาน
เก่
าแก่
ของชาวเลที่
บ้
านบอแหนและบริ
เวณข้
างเคี
ยง เช่
นบ้
านท่
าทุ่
งนาคคลองดาวและคลองทราย
ซึ
งบริ
เวณที่
ฝั
งศพดั
งกล่
าวจะมี
ต้
นมะพร้
าวที่
มี
ขนาดความสู
งแตกต่
างกั
นตามระยะเวลาที่
ฝั
งศพแต่
ละหลุ
มและมี
หิ
นปั
กไว้
ในตํ
าแหน่
งหั
วและเท้
าของศพแต่
ละหลุ
มนอกจากนั
นที่
บ้
านบ่
อแหนยั
งมี
1...,74,75,76,77,78,79,80,81,82,83 85,86,87,88,89,90,91,92,93,94,...308
Powered by FlippingBook