81
ชาวสยาม
บนเกาะลั
นตานอกจากจะมี
ชาวสยามจากแผ่
นดิ
นใหญ่
เข้
ามาค้
าขาย และ
หลบหนี
ภั
ย หนี
คดี
ความเข้
ามาอาศั
ยปะปนอยู
่
กั
บ ชาวจี
น ชาวมุ
สลิ
มแล้
ว ยุ
คนี
้
ยั
งมี
ข้
าราชการ
ชาวสยามเข้
ามาพั
กอาศั
ยบริ
เวณบ้
านพั
กข้
าราชการรอบๆ ที่
ว่
าการอํ
าเภอและด่
านศุ
ลกากร
มี
การสร้
างความสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
ด้
วยการแต่
งงาน ผู
กมิ
ตร ผู
กเกลอ กั
บกลุ่
มอื่
น ๆ และ
พั
กอาศั
ยกั
บครอบครั
วของกลุ่
มนั
้
นๆแต่
จะสนิ
ทสนมและอยู
่
ปะปนกั
บคนจี
นและผสมผสานทาง
วั
ฒนธรรมกั
นมากกว่
ากลุ่
มอื่
น มี
การร่
วมมื
อกั
นสร้
างวั
ดและทํ
าบุ
ญในวั
นสํ
าคั
ญทางศาสนา
ในฐานะที่
เป็
นชาวพุ
ทธด้
วยกั
นในปี
พ.ศ. 2482มี
การประกาศใช้
ชื่
อประเทศประชาชนและสั
ญชาติ
ว่
า
“ไทย” (กลิ่
น คงเหมื
อนเพชรและคณะ. 2549 :55)จึ
งเรี
ยกชาวสยามว่
า“ชาวไทย”ตั
้
งแต่
นั
้
นเป็
นต้
นมา
มี
การตั
้
งด่
านศุ
ลกากรขึ
้
นเพื่
อเก็
บภาษี
และตรวจตราเรื
อสิ
นค้
าเข้
าออก และสร้
างอาคาร
ถาวรขึ
้
นในปี
พ.ศ. 2480ตอนกลางคื
นด้
านหน้
าด่
านศุ
ลกากรจะจุ
ดตะเกี
ยงไข่
ครอบกระจกชั
กขึ
้
น
บนยอดเสา เพื่
อเป็
นสั
ญญาณสํ
าหรั
บชาวเรื
อต่
อมาเปลี่
ยนเป็
นตะเกี
ยงรั
้
ว เมื่
อมี
ไฟฟ้
าจึ
งเปลี่
ยนไป
ใช้
หลอดไฟฟ้
าติ
ดบนยอดเสา จากนั
้
น เมื่
อทางรั
ฐบาลไทยยกเลิ
กสั
มปทานการตั
ดไม้
โกงกาง
เพื่
อเผาถ่
านในปี
พ.ศ. 2532ด่
านศุ
ลกากรก็
หมดบทบาท เพราะเรื
อจากปี
นั
งและสิ
งคโปร์
ที่
เข้
ามา
บรรทุ
กถ่
านไม้
โกงกางก็
หยุ
ดกิ
จการไปด้
วย
ที่
ว่
าอํ
าเภอหลั
งแรกสร้
างขึ
้
นทางทิ
ศตะวั
นออกของเกาะลั
นตาใหญ่
เป็
นอาคารไม้
หลั
งคา
มุ
งจากตั
้
งอยู
่
บนเนิ
นสู
งใกล้
สุ
สานแต่
บริ
เวณนั
้
นรกและเปลี
่
ยวเกิ
นไปข้
าราชการไม่
กล้
าอยู
่
ต่
อมา
มี
การสร้
างสโมสรเสื
อป่
า เป็
นเรื
อนฝาไม้
กระดานหลั
งคามุ
งจากยื่
นลงไปในทะเลทางอํ
าเภอได้
ใช้
เป็
นพื
้
นที่
ทํ
าการชั่
วคราว ก่
อนจะจึ
งซื
้
อที่
สวนยางของชาวบ้
านสร้
างที่
ว่
าการอํ
าเภอใหม่
ในปี
พ.ศ.
2480บริ
เวณนี
้
ชาวเลเรี
ยกว่
า “ปาไตยรายา”หมายถึ
งหาดเจ้
านาย เนื่
องจากเป็
นที่
ทํ
าการและ
พั
กอาศั
ยของเจ้
านายหรื
อข้
าราชการที่
ย้
ายมาปฏิ
บั
ติ
ราชการบนเกาะปั
จจุ
บั
นเรี
ยกว่
า“ตลาดศรี
รายา”
ในปี
พ.ศ. 2454มี
การสร้
างสะพานเที
ยบเรื
อถาวรริ
มฝั่
งทะเลและปี
พ.ศ. 2457พระแก้
วโกรพ
มาตรวจราชการสั่
งให้
ทํ
าถนนจากอํ
าเภอเกาะลั
นตาถึ
งบ้
านหั
วแหลมและจากอํ
าเภอไปตลาดศรี
รายา
เลยไปถึ
งทุ่
งส้
าน (ทุ่
งหยี
เพ็
ง) ก่
อนปี
พ.ศ. 2470ทหารเรื
อสร้
างกระโจมไฟที่
แหลมตะโหนดชื่
อ
ปั
ตโชติ
วชิ
ราภา
ในยุ
คที่
เริ่
มตั
้
งอํ
าเภอรั
ฐสยามปกครองด้
วยระบบสมบู
รณาญาสิ
ทธิ
ราชและบริ
หารราชการ
แผ่
นดิ
นส่
วนภู
มิ
ภาคโดยจั
ดส่
งข้
าราชการส่
วนกลางออกไปบริ
หารราชการแผ่
นดิ
น เป็
นการรวม
อํ
านาจเข้
ามาไว้
ในส่
วนกลางและแบ่
งหั
วเมื
องแต่
ละภาคออกเป็
นมณฑล จั
งหวั
ดกระบี่
ขึ
้
นอยู
่
กั
บ
มณฑลภู
เก็
ตมี
พระยารั
ษฎานุ
ประดิ
ษฐ์
(คอซิ
มบี
้
ณ ระนอง) เป็
นสมุ
หเทษาภิ
บาลมณฑลภู
เก็
ตและ
พระยาอุ
ตรกิ
จพิ
จารณ์
เป็
นข้
าหลวงเมื
องกระบี่
นายนาคถิ่
นพั
งงา เป็
นนายอํ
าเภอคนแรกของอํ
าเภอ
เกาะลั
นตา และมี
ขุ
นพิ
ทั
กษ์
ลั
นตาเขต (ย่
าเหล เจริ
ญฤทธิ
์
) เชื
้
อสายมุ
สลิ
มตระกู
ลไทรบุ
รี
เป็
น