st124 - page 87

78
ยุ
คของการตั
งถิ่
นฐานยุ
คที่
สอง
ยุ
คนี
มี
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
อี
ก2กลุ่
มใหญ่
เข้
ามาตั
งถิ่
นฐานได้
แก่
ชาวมุ
สลิ
มกั
บชาวจี
นและมี
ชาวไทย
จากแผ่
นดิ
นใหญ่
เดิ
นทางเข้
ามาหาของป่
า จั
บปลาล่
าสั
ตว์
และค้
าขายบ้
าง
ชาวมุ
สลิ
ชาวบ้
านเรี
ยกกั
นเองสั
น ๆ ว่
า“แขก” หรื
อมุ
สลิ
มในอดี
ตหมายถึ
งกลุ
“ชาวมลายู
-สยาม”ที่
อพยพมาจากดิ
นแดนที่
อยู
ในความปกครองของสยาม เป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
ที่
นั
บถื
ศาสนาอิ
สลามลู
กหลานชาวมุ
สลิ
มปั
จจุ
บั
นคื
อ “ชาวไทยมุ
สลิ
ม” เป็
นกลุ่
มชนที่
มี
ประชากรมาก
ที่
สุ
ดบนเกาะลั
นตา แต่
ละสายตระกู
ลมี
ประวั
ติ
การอพยพเข้
ามาตั
งถิ่
นฐานที่
แตกต่
างกั
นส่
วนหนึ
หนี
การปราบปรามโจรสลั
ด อาศั
ยเรื
อเดิ
นทางเข้
ามาทางช่
องแคบมะละกาเช่
นเดี
ยวกั
บชาวเล
อี
กส่
วนหนึ
งหนี
การถู
กเกณฑ์
เป็
นทหารตํ
ารวจจากไทรบุ
รี
ปะลิ
สกะบั
งปะสู
และสตู
ล เนื่
องจาก
ในยุ
คสมั
ยนั
นเมื
องไทรบุ
รี
ซึ
งอยู
ในเขตการปกครองของสยามเกิ
ดความวุ่
นวายจากการแทรกแซง
ของอั
งกฤษและเป็
นกบฏต่
อสยามเมื
องต่
างๆแถบมลายู
จะต้
องเกณฑ์
กํ
าลั
งประชาชนไปเป็
นทหาร
สู
รบต่
อเนื่
องกั
นยาวนานจนถึ
งช่
วงอั
งกฤษเริ่
มเข้
ายึ
ดครองมลายู
ประมาณ 200-150ปี
ที่
ผ่
านมา
เกี่
ยวกั
บการเกณฑ์
แรงงานนี
สอดคล้
องกั
บเหตุ
การณ์
ที่
เชิ
ดชั
ย นาสี
(2549 : 8) กล่
าวไว้
ว่
ในปี
พ.ศ. 2352 เกดะห์
(ไทรบุ
รี
) ถู
กบั
งคั
บให้
เกณฑ์
แรงงานนั
บพั
น เรื
อนั
บร้
อยและข้
าวอี
กหลายตั
ในการช่
วยไทยรบพม่
าเมื
องถลาง จนถึ
งราวปี
พ.ศ. 2355-2356สยามบั
งคั
บให้
เกดะห์
โจมตี
เปรั
เพื่
อให้
กลั
บมาเป็
นประเทศราช ในช่
วงนั
นประชาชนซึ
งส่
วนใหญ่
เป็
นชาวมลายู
-สยามจากตอนใต้
ได้
อพยพหนี
ภั
ยสงครามและการเกณฑ์
แรงงานดั
งกล่
าวผ่
านทางสตู
ลเข้
ามาตั
งถิ่
นฐานบนเกาะลั
นตา
บริ
เวณบ้
านเกาะกลาง เกาะลั
นตาน้
อยและหลายพื
นที่
บนเกาะลั
นตาใหญ่
ดั
งข้
อมู
ลจากคํ
าบอกเล่
ของชาวเกาะลั
นตาว่
า “ชาวมุ
สลิ
มรุ่
นแรกๆที่
มาตั
งถิ่
นฐานบนเกาะลั
นตาเป็
นพวกที่
หนี
การถู
เกณฑ์
เป็
นทหารเพื่
อสู
รบกั
บฝ่
ายตรงกั
นข้
ามในน่
านนํ
ามะละกา เมื่
อชาวมุ
สลิ
มกลุ่
มแรกเข้
ามาถึ
เกาะลั
นตานั
นพบว่
ามี
ชาวเลอาศั
ยเรื
อเร่
ร่
อนอยู
ก่
อนแล้
ว” (นิ
กร ไหวพริ
บ.สั
มภาษณ์
:14 เมษายน2530)
ส่
วนตระกู
ลปาไหนลู
กหลาน (สมบู
รณ์
วิ
สาละ.สั
มภาษณ์
: 18กั
นยายน2550) เล่
าให้
ฟั
งว่
บรรพบุ
รุ
ษยกกองเรื
อหนี
ภั
ยการแย่
งชิ
งอํ
านาจระหว่
างพี่
น้
องต่
างมารดามาจากเมื
องปาไหน ไม่
แน่
ชั
ดว่
าจะหมายถึ
ง เมื
องปาไนบนเกาะสุ
มาตราหรื
อเมื
องอะไร แต่
จากคํ
าบอกเล่
าของลู
กหลานใน
สายตระกู
ลนี
เชื่
อว่
ามี
ความสั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
กั
บราชสํ
านั
กบรู
ไนและเคยมี
คนมาตามหาญาติ
ปั
จจุ
บั
นสมาชิ
กสายตระกู
ลนี
ตั
งถิ่
นฐานกระจายกั
นอยู
บ้
านเกาะกลางและบริ
เวณใกล้
เคี
ยง ในอํ
าเภอ
เกาะลั
นตา
เกาะลั
นตาในยุ
คนี
ยั
งไม่
มี
การครอบครองพื
นที่
เมื่
อชาวมุ
สลิ
มกลุ่
มแรกๆ อพยพเข้
ามา
บางกลุ่
มเลื
อกพั
กอาศั
ยบริ
เวณอ่
าวศรี
รายา เพราะเป็
นทํ
าเลที่
กํ
าบั
งลมได้
ดี
ส่
วนชาวเลซึ
งเคยแวะพั
อาศั
ยชั่
วคราวเมื่
อกลั
บมาพบว่
ามี
คนแปลกหน้
าเข้
าไปพั
กอาศั
ยก็
ขยั
บไปใช้
พื
นที่
ถั
ดไปบริ
เวณ
1...,77,78,79,80,81,82,83,84,85,86 88,89,90,91,92,93,94,95,96,97,...308
Powered by FlippingBook