st124 - page 278
263
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
ระหว่
างสี่
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
เข้
ามาอยู
่
ร่
วมกั
นทั
้
งทางเศรษฐกิ
จและสั
งคม ในลั
กษณะต่
าง
พึ
่
งพาอาศั
ยซึ
่
งกั
นและกั
น
1.2 ลั
กษณะพิ
เศษด้
านสภาพแวดล้
อมทางธรรมชาติ
บริ
เวณโดยรอบหมู
่
เกาะลั
นตา
มี
ทรั
พยากรธรรมชาติ
ที่
อุ
ดมสมบู
รณ์
เพี
ยงพอแก่
การแบ่
งปั
นไม่
จํ
าเป็
นต้
องเป็
นศั
ตรู
สู
้
รบเพื่
อแย่
งชิ
งกั
น
ดั
งเช่
นมี
ป่
าชายเลนซึ
่
งเป็
นแหล่
งเพาะพั
นธุ
์
สั
ตว์
นํ
้
ามี
ทะเลกว้
างใหญ่
เป็
นแหล่
งอาหารทะเลมี
ผื
นแผ่
นดิ
น
ที่
เป็
นที่
ราบเหมาะแก่
การทํ
านาและการเพาะปลู
กมี
ภู
เขาสู
งใหญ่
เป็
นแหล่
งต้
นนํ
้
าลํ
าธารที่
ผลิ
ตนํ
้
าจื
ด
สํ
าหรั
บหล่
อเลี
้
ยงชี
วิ
ตมนุ
ษย์
สั
ตว์
และพื
ชมี
ป่
าไม้
เบญจพรรณ เป็
นที่
อยู
่
อาศั
ยของสั
ตว์
ป่
า
เช่
นกวาง
หมู
ป่
า เสื
อลิ
งค่
างชะมดไก่
ป่
าและนกนานาชนิ
ดและเป็
นแหล่
งอาหารของมนุ
ษย์
และสั
ตว์
1.3ลั
กษณะพิ
เศษด้
านการตั
้
งถิ่
นฐาน
ผลการศึ
กษาพบลั
กษณะพิ
เศษของการตั
้
งถิ่
นฐาน
หลายประการ เช่
น
1.3.1การตั
้
งถิ่
นฐานของชาวเกาะลั
นตาดํ
าเนิ
นสื
บเนื่
องจากอดี
ตถึ
งปั
จจุ
บั
นประมาณ
7ชั่
วอายุ
คนโดยนั
บจากการเข้
าตั
้
งถิ่
นฐานของสายตระกู
ลหลั
กของทุ
กกลุ่
มที่
สื
บสาวได้
ว่
าเข้
ามาตั
้
งถิ่
น
ฐานครั
้
งแรกในระยะเวลาใกล้
เคี
ยงกั
นคื
อประมาณ200-150ปี
มาแล้
วยกเว้
นชาวเลรุ่
นแรกที่
เรี
ยกกั
นว่
า
“โอรั
งลอนตา” (OrangLonta)ซึ
่
งเป็
นชนพื
้
นเมื
องดั
้
งเดิ
มที่
ไม่
อาจสื
บสาวสายตระกู
ลได้
ชั
ดเจนเหมื
อน
กลุ่
มอื่
นและชาวเลกลุ่
มอู
รั
กลาโว้
ย (UrakLawoi) ซึ
่
งเข้
ามาพั
กอาศั
ยประมาณ 600-500ปี
ที่
ผ่
านมา
1.3.2การตั
้
งถิ่
นฐานรุ่
นใหม่
ที่
เกิ
ดขึ
้
นในช่
วง7ชั่
วอายุ
คนนี
้
สั
นนิ
ษฐานว่
าน่
าจะมี
ความ
เชื่
อมโยงกั
บประวั
ติ
ศาสตร์
ทางการเมื
องในภู
มิ
ภาคย่
านทะเลฝั่
งอั
นดามั
นที่
เป็
นปั
จจั
ยให้
ผู
้
คนอพยพ
หนี
ภั
ยเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานในรั
ฐสยามทั
้
งในสั
งคมมุ
สลิ
ม จี
น และชาวเล เนื่
องจากช่
วงเวลาดั
งกล่
าว
เป็
นช่
วงที่
ภู
มิ
ภาคแถบฝั่
งอั
นดามั
นเกิ
ดความปั่
นป่
วนอั
นเป็
นผลจากการล่
าอาณานิ
คมซึ
่
งประเทศ
ผู
้
ล่
าส่
งเสริ
มให้
มี
ความขั
ดแย้
งเกิ
ดการสู
้
รบระหว่
างเมื
องและแยกตั
วเป็
นอิ
สระเพื่
อตั
้
งเมื
องใหม่
แล้
วค่
อย
เข้
าไปยึ
ดครองที
ละเมื
องก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
งตามแนวพรมแดนต่
างๆประกอบกั
บในช่
วงเวลานั
้
น
รั
ฐสยามพยายามจั
ดตั
้
งรั
ฐชาติ
ที่
เข้
มแข็
งและมั่
นคงผู
้
คนจึ
งเลื
อกอพยพเข้
ามาพั
กพิ
ง
1.3.3 เมื่
อแรกเริ่
มเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานไม่
มี
การต่
อต้
านหรื
อกี
ดกั
นจากชาวเลซึ
่
งเป็
นกลุ่
ม
ชาติ
พั
นธุ
์
ดั
้
งเดิ
มที่
เข้
ามาอยู
่
อาศั
ยแถบนี
้
มาช้
านาน เนื่
องจากชาวเลไม่
มี
วั
ฒนธรรมการจั
บจองถื
อว่
า
ธรรมชาติ
เป็
นของส่
วนรวมใครจะเข้
าไปใช้
พื
้
นที่
ก็
ได้
ลั
กษณะเช่
นนี
้
แตกต่
างจากกลุ่
มชนโดยทั่
วไป
ที่
เป็
นเรื่
องยากในการเข้
าไปตั
้
งถิ่
นฐานในดิ
นแดนใหม่
เนื่
องจากจะพบกั
บปั
ญหาอุ
ปสรรคที่
เกิ
ดจาก
การถู
กต่
อต้
านหรื
อกี
ดกั
นจากเจ้
าถิ่
นเดิ
มที่
เข้
าไปพั
กอาศั
ยอยู
่
ก่
อน
1.3.4การที่
แต่
ละกลุ่
มยอมรั
บระเบี
ยบกฎเกณฑ์
ของรั
ฐสยามในเวลาต่
อมา เพราะ
สามารถสร้
างความมั่
นใจความมั่
นคงในการครอบครองพื
้
นที่
สร้
างความชองธรรมในการดํ
ารงอยู
่
และสามารถสร้
างฐานวั
ฒนธรรมความเชื่
อ เช่
นวั
ดมั
สยิ
ดศาลเจ้
าของตนเองได้
1...,268,269,270,271,272,273,274,275,276,277
279,280,281,282,283,284,285,286,287,288,...308