250
ที่
จะเลื
อกลั
กษณะทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
เหมาะสมที่
สุ
ดจึ
งมี
ความเป็
นไปได้
ที่
สมาชิ
กแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
จะมี
โอกาสแสดงอั
ตลั
กษณ์
ข้
ามพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
ระหว่
างกั
นได้
ด้
วยเหตุ
นี
้
พรมแดนทาง
ชาติ
พั
นธุ
์
จึ
งไม่
คงที่
สามารถเปลี่
ยนแปลงยื
ดหยุ่
นได้
และแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บอั
ตลั
กษณ์
ของชาวมลายู
ซึ
่
งนากาตะ (Nagata. 1981 : 89)ยํ
้
าว่
าการที่
บุ
คคลจะเลื
อกอ้
างอิ
งถึ
งอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
นั
้
นอาจจะ
มาจากเหตุ
ผลทางนิ
เวศหรื
อเศรษฐกิ
จ การเมื
องหรื
อแม้
แต่
เหตุ
ผลด้
านชนชั
้
นทางสั
งคมดั
งนั
้
น
อั
ตลั
กษณ์
นี
้
จึ
งยื
ดหยุ่
นและเลื่
อนไหลได้
ในบางครั
้
ง
การศึ
กษาพรมแดนทางชาติ
พั
นธุ
์
จะเน้
นการมององค์
ประกอบของความแตกต่
าง
ด้
านอั
ตลั
กษณ์
ทางชาติ
พั
นธุ
์
ที่
แต่
ละกลุ่
มสร้
างขึ
้
นในระหว่
างการปฏิ
สั
มพั
นธ์
การยอมรั
บและ
การปฏิ
เสธและวิ
เคราะห์
ถึ
งประเพณี
ที่
เป็
นมรดกตกทอดจากบรรพบุ
รุ
ษของแต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ในลั
กษณะที่
มี
การเปลี่
ยนแปลงอย่
างเป็
นพลวั
ติ
ท่
ามกลางการปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
บต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
และสั
มพั
นธ์
กั
บการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมวั
ฒนธรรมด้
วยดั
งที่
พรชั
ย ตระกู
ลวรานนท์
(2545 : 20)
ได้
แสดงทั
ศนะเกี่
ยวกั
บความเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมว่
า เป็
นสิ่
งที่
มี
มาในทุ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
นั
บแต่
แรกเริ่
มการกํ
าเนิ
ดชุ
มชนมนุ
ษย์
และจะดํ
าเนิ
นไปพร้
อมกั
บสํ
านึ
กในการธํ
ารงชาติ
พั
นธุ
์
ทั
้
งนี
้
แม้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ใดจะเปลี่
ยนแปลงไปจากบรรพบุ
รุ
ษ ความเป็
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
นั
้
นก็
ไม่
ได้
สู
ญสลายไปสิ่
งซึ
่
งยึ
ดเหนี่
ยวให้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
าง ๆ ดํ
ารงอยู
่
ได้
นั
้
นมิ
ใช่
ความเคร่
งครั
ดในการ
ธํ
ารงรั
กษารู
ปแบบวั
ฒนธรรมประเพณี
ของบรรพบุ
รุ
ษ แต่
หั
วใจหลั
กอยู
่
ที่
การถ่
ายทอดสํ
านึ
ก
ของการเป็
นสมาชิ
กของกลุ่
มผู
้
ร่
วมประสบการณ์
ในการพั
ฒนา และผลั
กดั
นกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ของตน
ให้
ก้
าวไปสู
่
อนาคต สิ่
งเหล่
านี
้
คื
ออั
ตลั
กษณ์
ของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ที่
ถ่
ายทอดจากชั่
วอายุ
หนึ
่
งไปสู
่
อี
กชั่
วอายุ
หนึ
่
งหรื
อที่
ฉวี
วรรณประจวบเหมาะ (2547 : 38-40) อธิ
บายถึ
งการเปลี่
ยนแปลงชาติ
พั
นธุ
์
ตามแนวคิ
ดของโฮโรวิ
ทซ์
(Horowitz)ว่
ากลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆมี
การเปลี่
ยนแปลงได้
อาจจะขยายใหญ่
ขึ
้
น
หรื
อหดตั
วเล็
กลง เพราะความเป็
นสมาชิ
กของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เป็
นเรื่
องของการกํ
าหนดความหมาย
ทางสั
งคมของปั
จเจก บุ
คคลที่
ได้
กํ
าหนดอั
ตลั
กษณ์
ชาติ
พั
นธุ
์
ของตนเองและเป็
นที่
ยอมรั
บของกลุ่
มอื่
น
ในระยะยาวกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
างๆอาจเปลี่
ยนพรมแดนชาติ
พั
นธุ
์
ช้
าบ้
าง เร็
วบ้
างตามความต้
องการ
ของแต่
ละกลุ่
ม
ในกลุ่
มชาวเลด้
วยกั
นถึ
งแม้
ชาวเลเกาะลั
นตาจะปรั
บเปลี่
ยนอั
ตลั
กษณ์
ไปมากกว่
า ชาวเล
กลุ่
มอื่
นๆที่
อาศั
ยห่
างไกลจากสั
งคม เช่
นชาวเลกลุ่
มมอแกนเกาะสุ
ริ
นทร์
ที่
กล่
าวถึ
งในงานวิ
จั
ยของ
นฤมล หิ
ญชี
ระนั
นทน์
(Narumon Hinshiranan1996 : 188-193) ว่
าการที่
ชุ
มชนชาวเลมอแกนกลุ่
มที่
อาศั
ยอยู
่
บนเกาะสุ
ริ
นทร์
ค่
อนข้
างจะห่
างไกลจากสั
งคมใหญ่
มี
ส่
วนทํ
าให้
สามารถรั
กษาอั
ตลั
กษณ์
และ
ความเป็
นชุ
มชนของตนเองไว้
ได้
มากกว่
าชาวเลกลุ่
มอื่
นๆ และทํ
าให้
มี
การพึ
่
งพาอาศั
ยในกลุ่
ม
มากกว่
าพึ
่
งพาผู
้
คนจากนอกกลุ่
ม แต่
เมื่
อเที
ยบกั
บกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื่
นๆบนเกาะลั
นตาด้
วยกั
นแล้
ว