st124 - page 106
97
เป็
นสถานที่
แลกเปลี่
ยนเรี
ยนรู
้
และถ่
ายทอดมรดกทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนชาวเลให้
เยาวชน
รุ่
นหลั
งได้
เรี
ยนรู
้
และสื
บสานต่
อไป เป็
นตั
วกลางเชื่
อมความสั
มพั
นธ์
ของคนในชุ
มชนและ
นอกชุ
มชนและเป็
นพื
้
นที่
ที่
แสดงออกถึ
งความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างวั
ฒนธรรมและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชาวเล
ลั
กษณะการใช้
พื
้
นที่
จึ
งใกล้
เคี
ยงกั
บวิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบดั
้
งเดิ
มคื
อสร้
างที่
ชุ
มชนบ้
านสั
งกาอู
้
บนพื
้
นที่
จริ
ง
ที่
อาศั
ยอยู
่
ร่
วมกั
บธรรมชาติ
ประกอบด้
วยศาลโต๊
ะกาหมาดหอชาติ
พั
นธุ
์
ชาวเลอาคารแสดงและ
เรี
ยนรู
้
ศิ
ลปะรองแง็
ง อาคารที่
พั
กรั
บรอง อาคารติ
ดต่
อสอบถามขายของที่
ระลึ
กและห้
องนํ
้
าห้
องส้
วม
ประวั
ติ
เครื
อญาติ
สายตระกู
ลต่
าง ๆของชาวเกาะลั
นตา
จากเรื่
องราวการอพยพโยกย้
ายและการตั
้
งถิ่
นฐานของกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ชาวเกาะลั
นตา
ตามประวั
ติ
ศาสตร์
ท้
องถิ่
นที่
กล่
าวถึ
งในยุ
คแรก ๆ ส่
วนใหญ่
สื
บเนื่
องจากการอพยพหลบภั
ย
เข้
ามาพั
กอาศั
ย เช่
น ชาวเลบางกลุ่
มหนี
จากการถู
กโจรสลั
ดจั
บตั
วหนี
จากการถู
กเกณฑ์
ไปเป็
นทหารสู
้
รบ
ที่
เมื
องมะละกา ชาวจี
นหนี
ภั
ยสงครามจากประเทศจี
นแผ่
นดิ
นใหญ่
ผ่
านปี
นั
งเข้
ามายั
งเกาะลั
นตา
ชาวมุ
สลิ
มหนี
การเกณฑ์
ทหารตํ
ารวจในช่
วงที่
มี
ภั
ยสงครามและหนี
การจ่
ายค่
ารั
ชชู
ปการจาก
คาบสมุ
ทรทางตอนล่
างขึ
้
นมา ชาวเกาะลั
นตาจึ
งสื
บทอดลั
กษณะร่
วมของผู
้
ที่
รั
กอิ
สรภาพซึ
่
งเป็
น
พื
้
นฐานในการอยู
่
ร่
วมกั
นและแม้
แต่
ละกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
จะทยอยกั
นเข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานในช่
วงระยะเวลา
ที่
แตกต่
างกั
น แต่
เมื่
อจํ
าเป็
นต้
องร่
วมมื
อกั
นทํ
ามาหากิ
นพึ
่
งพาอาศั
ยกั
นและรวมพลั
งเพื่
อต่
อสู
้
กั
บสภาพแวดล้
อมที่
กั
นดารในยุ
คบุ
กเบิ
กดั
งกล่
าวผลั
กดั
นให้
ต้
องมี
การปฏิ
สั
มพั
นธ์
พบปะพู
ดคุ
ย
ขอความช่
วยเหลื
อ แบ่
งปั
นทุ
กข์
สุ
ขกั
นส่
งผลให้
เกิ
ดความใกล้
ชิ
ดสนิ
ทสนมชอบพอกั
นระหว่
าง
สมาชิ
กต่
างเพศ และต้
องการสร้
างปฏิ
สั
มพั
นธ์
ทางเครื
อญาติ
จึ
งมี
การแต่
งงานผสมผสานทั
้
งใน
ระหว่
างสมาชิ
กกลุ่
มเดี
ยวกั
นและต่
างกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ในบทนี
้
จึ
งกล่
าวถึ
งประวั
ติ
เครื
อญาติ
และ
ตั
วอย่
างแผนผั
งเครื
อญาติ
สายตระกู
ลต่
าง ๆ บนเกาะลั
นตา ซึ
่
งมี
ส่
วนสั
มพั
นธ์
กั
บพลวั
ตการ
ปฏิ
สั
มพั
นธ์
และชาติ
พั
นธุ
์
ธํ
ารงของชาวเกาะลั
นตาดั
งเช่
น
สายตระกู
ลชาวเล
ชาวเลกลุ่
ม “โอรั
งลอนตา” เป็
นคนพื
้
นถิ่
นดั
้
งเดิ
มที่
อาศั
ยแถบเกาะลั
นตา
และเกาะจํ
ามานานนั
บพั
นปี
แต่
ยากที่
จะระบุ
สายตระกู
ลคงมี
แต่
ชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยที่
อพยพเข้
ามา
ผสมผสานในช่
วง 500ปี
มาแล้
วซึ
่
งพอจะสื
บสายตระกู
ลได้
กลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยที่
อพยพ
เร่
ร่
อนเข้
ามาพั
กอาศั
ยบริ
เวณชายฝั่
งทะเลเกาะลั
นตาส่
วนใหญ่
อพยพหนี
ภั
ยจากเมื
องมะละกามาอยู
่
แถบชายฝั่
งทะเลไทรบุ
รี
เมื่
อประมาณ 500ปี
ก่
อนแล้
วเคลื่
อนย้
ายขึ
้
นมาบริ
เวณพื
้
นที่
ชายฝั่
งตอนบน
ของน่
านนํ
้
าอั
นดามั
นจนถึ
งบริ
เวณเกาะลั
นตาซึ
่
งในอดี
ตเคยเป็
นศู
นย์
รวมที่
เปรี
ยบเสมื
อนเมื
องหลวง
ของชาวเลอู
รั
กลาโว้
ยด้
วยวิ
ถี
ชี
วิ
ตในอดี
ตที่
มี
ลั
กษณะสั
งคมแบบชนเผ่
าเร่
ร่
อนอาศั
ยเรื
อเป็
นบ้
านเกิ
ด
เรื
อนนอน เป็
นเครื่
องมื
อหากิ
นและเป็
นเรื
อนตายกระจายกั
นอยู
่
เป็
นกลุ่
มๆกลุ่
มครอบครั
วและเครื
อ
1...,96,97,98,99,100,101,102,103,104,105
107,108,109,110,111,112,114-115,116,117,118,...308