96
ได้
ปรั
บปรุ
งให้
กลั
บสู
่
สภาพเดิ
มแล้
วและเป็
นจุ
ดชมวิ
วแห่
งหนึ
่
งของนั
กท่
องเที่
ยวที่
เดิ
นทางไปเมื
องเก่
า
ของเกาะลั
นตาหรื
อ“LantaOldTown” เพื่
อชมทิ
วทั
ศน์
และบรรยากาศด้
านหลั
ง ของบ้
านยาวศรี
รายา
ตลาดนั
ด
พื
้
นที่
แลกเปลี่
ยนสิ
นค้
าที่
เรี
ยกว่
า “ตลาดศรี
รายา” เดิ
มจะเป็
นห้
องแถวร้
านค้
าของ
ชาวจี
นส่
วนชาวเลและมุ
สลิ
มจะเดิ
นเท้
าจากหมู
่
บ้
านออกมาซื
้
อขายแลกเปลี่
ยนสิ
นค้
ากั
นตามริ
มถนนหรื
อ
แวะขายตามบ้
านคน เพิ่
งมี
การกํ
าหนดพื
้
นที่
เป็
นตลาดนั
ดวั
นอาทิ
ตย์
บริ
เวณด้
านหน้
าสะพานสามแสน
และหน้
าอาคารที่
ว่
าการอํ
าเภอเกาะลั
นตาเก่
าซึ
่
งปั
จจุ
บั
นปรั
บปรุ
งเป็
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ชุ
มชนชาวเกาะลั
นตา
เพื่
อเป็
นศู
นย์
กลางแลกเปลี่
ยนชื
้
อขายสิ
นค้
าเมื่
อประมาณ10ปี
ที่
ผ่
านมาปั
จจุ
บั
นวั
นอาทิ
ตย์
จึ
งเป็
นวั
นที่
ชาวเกาะลั
นตามี
โอกาสออกมาซื
้
อขายสิ
นค้
าและปฏิ
สั
มพั
นธ์
กั
นที่
ตลาดนั
ดวั
นอาทิ
ตย์
โรงพยาบาลเกาะลั
นตา
หลั
งจากยกฐานะเป็
นอํ
าเภอแล้
วในปี
พ.ศ. 2480ทางราชการได้
สร้
าง
อาคารสาธารณสุ
ข เพื่
อดู
แลด้
านสุ
ขภาพแก่
สมาชิ
กทุ
กกลุ่
มชาติ
พั
นธุ
์
ต่
อมาเปลี่
ยนชื่
อเป็
นอนามั
ย
ประจํ
าตํ
าบลจนกระทั่
งประมาณปี
พ.ศ. 2531 มี
การสร้
างโรงพยาบาลประจํ
าอํ
าเภอขึ
้
นใกล้
กั
บชุ
มชน
ชาวเลบ้
านหั
วแหลมกลาง หากเจ็
บป่
วยไม่
หนั
กมากสมาชิ
กทุ
กกลุ่
มจะเข้
าไปรั
กษาพยาบาลที่
โรงพยาบาลเกาะลั
นตา แต่
หากอาการหนั
กทางโรงพยาบาลจะส่
งตั
วต่
อไปยั
งตั
วจั
งหวั
ดกระบี่
ในช่
วงแรก ๆ ชาวเลยั
งคงรั
กษากั
บโต๊
ะหมอ หากมี
ผู
้
ป่
วยอาการหนั
กจํ
าเป็
นต้
องส่
งตั
วไป
โรงพยาบาลญาติ
พี่
น้
องจะติ
ดตามไปเกื
อบทั
้
งชุ
มชนเพราะเกรงว่
าคนไข้
จะไม่
ปลอดภั
ย
เช่
นเดี
ยวกั
บที่
เคยตามไปนั่
งเฝ้
าลู
กหลานที่
โรงเรี
ยน แต่
ปั
จจุ
บั
นสามารถเข้
าใจภาษาไทยได้
ดี
ขึ
้
น
เข้
าไปใช้
บริ
การในโรงพยาบาลอํ
าเภอเกาะลั
นตา และโรงพยาบาล ในตั
วเมื
องกระบี่
มากขึ
้
น
บางคนไปรั
กษาในโรงพยาบาลสงขลานคริ
นทร์
จั
งหวั
ดสงขลาก็
มี
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ชาวเกาะลั
นตา
ตั
้
งอยู
่
ตรงข้
ามกั
บสะพานสามแสน เป็
นอาคารที่
ว่
าการอํ
าเภอ
เกาะลั
นตาหลั
งเก่
าที่
ได้
รั
บการปรั
บปรุ
งให้
เป็
นอาคารพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ในช่
วงปี
พ.ศ. 2548-2549 โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
ที่
จะให้
เป็
นแหล่
งรวบรวมอนุ
รั
กษ์
และเผยแพร่
ประวั
ติ
ศาสตร์
ชาติ
พั
นธุ
์
และวิ
ถี
ชี
วิ
ต
ของชุ
มชนชาวเกาะลั
นตา อี
กทั
้
งต้
องการให้
เป็
น “พื
้
นที่
ทางสั
งคม” ที่
จะแสดงถึ
ง “ตั
วตน” หรื
อ
อั
ตลั
กษณ์
(identity) ของชาวเกาะลั
นตา ตามเป้
าหมายประการหนึ
่
งที่
ต้
องการสร้
างเครื
อข่
าย
ความเป็
นชุ
มชน“คนเกาะเดี
ยวกั
น” (Lanta Islanders) ของโครงการฟื
้
นฟู
วิ
ถี
ชี
วิ
ตดั
้
งเดิ
มของชุ
มชนและ
การจั
ดระบบนิ
เวศที่
ยั่
งยื
นของเกาะลั
นตาหลั
งเหตุ
การณ์
สึ
นามิ
ภายใต้
การสนั
บสนุ
นงบประมาณจาก
โครงการพั
ฒนาแห่
งสหประชาชาติ
และการดํ
าเนิ
นงานของมู
ลนิ
ธิ
ชุ
มชนไทร่
วมกั
บภาคี
ในท้
องถิ่
น
ทั
้
งองค์
กรชุ
มชนกลุ่
มศิ
ลปิ
น เทศบาลตํ
าบลองค์
การบริ
หารส่
วนตํ
าบลและนั
กวิ
ชาการท้
องถิ่
น
บ้
านรองแง็
ง และหอชาติ
พั
นธุ
์
ชาวเล
เป็
นอี
กสถานที่
หนึ
่
งที่
สร้
างขึ
้
นหลั
งเหตุ
การณ์
สึ
นามิ
ตามโครงการฟื
้
นฟู
วิ
ถี
ชี
วิ
ตดั
้
งเดิ
มของชุ
มชนและการจั
ดการระบบนิ
เวศที่
ยั่
งยื
นของเกาะลั
นตา
เพื่
อเป็
นแหล่
งรวบรวมองค์
ความรู
้
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
น ข้
อมู
ลของชุ
มชนที่
สะสมมาตั
้
งแต่
อดี
ต