st124 - page 102

93
ให้
สมาชิ
กชาวจี
นในตลาดศรี
รายามาจุ
ดธู
ปเที
ยนไหว้
ต้
อนรั
บพระในร่
างทรงเขี
ยนกระดาษยั
นต์
เป็
นอั
กษร
ภาษาจี
นแจกให้
สมาชิ
กที่
ไปเยี่
ยมพ่
อแม่
ของร่
างทรงยื
นยั
นว่
าปกติ
ลู
กชายเขี
ยนภาษาจี
นไม่
เป็
สุ
เหร่
าศรี
รายา
ตั
งอยู
ทางทิ
ศเหนื
อของตลาดศรี
รายาสร้
างขึ
นก่
อนวั
ดเกาะลั
นตา ในอดี
เป็
นศู
นย์
รวมของชาวมุ
สลิ
มตลาดศรี
รายาและหมู
บ้
านใกล้
เคี
ยง รวมทั
งมุ
สลิ
มบ้
านเกาะปอก็
นั่
งเรื
มาทํ
าพิ
ธี
ที่
นี่
ด้
วยดั
งที่
สิ
ทธิ
หาญทะเล(สั
มภาษณ์
: 5พฤษภาคม 2549) ชาวไทยมุ
สลิ
มบ้
านเกาะปอ
เล่
าว่
า“ตอนเด็
กๆอายุ
8-9ปี
ชาวเกาะปอเดิ
นทางมาทํ
ามาหยั
ง (ละหมาด)ที่
สุ
เหร่
าศรี
รายา”
วั
ดเกาะลั
นตา
เดิ
มมี
การจั
ดตั
งสํ
านั
กสงฆ์
ขึ
นที่
อํ
าเภอเกาะลั
นตาก่
อนต่
อมาในปี
พ.ศ. 2474
คณะข้
าราชการและพ่
อค้
าประชาชนชาวไทยพุ
ทธและชาวจี
นตลาดศรี
รายาจึ
งได้
ร่
วมกั
นสร้
างวั
เกาะลั
นตาขึ
น เพื่
อเป็
นสถานที่
สํ
าหรั
บทํ
าบุ
ญให้
ทาน เจ้
าคณะจั
งหวั
ดจึ
งจั
ดส่
งพระภิ
กษุ
มาจํ
าพรรษา4รู
ในปี
พ.ศ. 2475มี
การจั
ดหารายได้
บํ
ารุ
งวั
ดและแต่
งตั
งกรรมการดู
แลการเงิ
นต่
อมานายฮ่
องเสี่
(ลู
กชายคนโตของนายเอ่
งฮ้
อ)ซึ
งไปมี
ครอบครั
วที่
ปี
นั
งกั
บภรรยาชาวจี
นกลั
บมาบวชที่
วั
ดเกาะลั
นตา
ได้
สร้
างกุ
ฏิ
ถวายวั
ดหลั
งหนึ
งและเป็
นผู
ที่
มี
บทบาทในการทํ
านุ
บํ
ารุ
งวั
ดเกาะลั
นตาตลอดมา
ส่
วนชาวเลและชาวมุ
สลิ
มบางคนก็
มี
ส่
วนร่
วมเป็
นแรงงานในการตั
ดไม้
และเป็
นช่
าง
ก่
อสร้
างวั
ดด้
วย ในวั
นพระและวั
นสํ
าคั
ญทางศาสนาพุ
ทธจะมี
ชาวไทยชาวจี
นและชาวเลมาร่
วม
ทํ
าบุ
ญกั
นที่
วั
ดเกาะลั
นตาเป็
นประจํ
าส่
วนชาวมุ
สลิ
มไม่
ได้
เข้
าร่
วมเนื่
องจากมี
ข้
อจํ
ากั
ดทางศาสนา
ลู
กผู
ชายชาวจี
นและชาวไทย เมื่
อถึ
งวั
ยอั
นสมควรก็
จะให้
บวชพระปั
จจุ
บั
นเจ้
าอาวาสที่
วั
ดเกาะลั
นตา
เป็
นลู
กหลานชาวจี
นที่
เข้
ามาบวชที่
วั
ศาลโต๊
ะอาโฆ๊
ะเบอราตั
โต๊
ะอาโฆ๊
ะเบอราตั
ยมี
สั
ญลั
กษณ์
เป็
นงู
เป็
นศาลบรรพบุ
รุ
ษประจํ
บ้
านหั
วแหลมกลาง เดิ
มเป็
นจอมปลวกและมี
งู
ตั
วใหญ่
เลื
อยมาขดตั
วเป็
นประจํ
าต่
อมาชาวบ้
าน
หั
วแหลมทั
งชาวเลชาวจี
นและชาวมุ
สลิ
มได้
ร่
วมใจกั
นสร้
างศาลให้
เป็
นที่
พํ
านั
กและทุ
กๆ เดื
อน 7
ก่
อนทํ
านาชาวบ้
านที่
มี
สวนมี
นาจะร่
วมกั
นจั
ดงานฉลองแต่
ปั
จจุ
บั
นนั
บถื
อกั
นในกลุ่
มชาวเลเท่
านั
(เล็
ก อุ
สาห์
. สั
มภาษณ์
: 13พฤษภาคม2551)
ศาลกรมหลวงชุ
มพรเขตอุ
ดมศั
กดิ
ชาวเกาะลั
นตาผู
กพั
นกั
บกรมหลวงชุ
มพรฯมาตั
งแต่
พระองค์
ท่
านเสด็
จมาเกาะลั
นตาต่
อมา
ในงานคั
ดเลื
อกทหารซึ
งจั
ดขึ
นในเดื
อนเมษายนของทุ
กปี
จะมี
การบนบานไม่
ให้
ฝนตกโดยจุ
ดธู
3ดอกอธิ
ษฐานแล้
วปั
กริ
มเขื่
อนปรากฏว่
าบนบานแล้
วฝนหยุ
ดทุ
กครั
ง ติ
ดต่
อกั
นหลายปี
จึ
งจั
ดตั
ศาลขึ
นโดยข้
าราชการชาวเกาะลั
นตาและชาวประมงที่
มาแวะพั
กร่
วมกั
นบริ
จาคเงิ
นสร้
างศาลและจะ
ทํ
าพิ
ธี
บวงสรวงปี
ละ2ครั
งคื
อวั
นที่
19พฤษภาคมซึ
งตรงกั
บวั
นสิ
นพระชนม์
และวั
นที่
19ธั
นวาคม
วั
นเฉลิ
มพระเกี
ยรติ
การบวงสรวงจะใช้
ดอกกุ
หลาบสี
แดงดอกมะลิ
คล้
องมื
อผ้
าคล้
องคอห้
ามถวาย
เนื
อสั
ตว์
ศาลกรมหลวงชุ
มพรฯจึ
งเป็
นศู
นย์
รวมความเชื่
อที่
ชาวลั
นตาเคารพศรั
ทธา
1...,92,93,94,95,96,97,98,99,100,101 103,104,105,106,107,108,109,110,111,112,...308
Powered by FlippingBook