120
หลั
งยั
งสร
างหลั
งคามุ
ขไว
กึ่
งกลาง ในลั
กษณะสมดุ
ลหรื
อเสมอภาพอั
นเป
นแบบแผนของตะวั
ตกที่
เรี
ยกว
า
แบบพั
ลลาเดี
ยน (PalladianStyle) ลั
กษณะดั
งกล
าวยั
งปรากฎที่
อาคารโบราณในเมื
องโกตาบารู
รั
ฐกลั
น
ตั
น (ป
จจุ
บั
นจั
ดเป
นอาคารพิ
พิ
ธภั
ณฑ
แห
งรั
ฐ) อั
นแสดงถึ
งวั
ฒนธรรมร
วมตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซี
ย
ภาพถ
ายประกอบ 52 กุ
ฏิ
พระฉลุ
ลายไม
(ขวา) และเรื
อนฉลุ
ไม
พื้
นถิ่
นมาเลย
(ซ
าย)
ศาลา
ศาลามี
หลายลั
กษณะ เช
น ศาลาหลั
งคาทรงจตุ
รมุ
ข ทรงพี
ระมิ
ดซ
อนชั้
น ทรงมะนิ
ลา
โดยเฉพาะทรงพี
ระมิ
ดพบมาก มี
ลั
กษณะเฉพาะถิ่
น ดั
งปรากฎศาลาท
าน้ํ
าหน
าโบสถ
อย
างไรก็
ตาม
ลั
กษณะดั
งกล
าวยั
งดู
คล
ายหลั
งคามั
สยิ
ดท
องถิ่
นที่
เรี
ยกว
ามลายู
นู
ซั
นตาราดั
งปรากฎที่
มั
สยิ
ดกํ
าปง ลา
อุ
ต ในกลั
นตั
นซึ่
งห
างออกไปราว30กิ
โลเมตรหากศาลาไทยเสริ
มใบระกาและหางหงส
ตามสั
นตะเข
ทั้
ง
สี่
มุ
มอาจกล
าวได
ว
ามี
ส
วนผสมลั
กษณะไทยและมลายู
พื้
นถิ่
น
ภาพถ
ายประกอบ 53 ศาลาริ
มน้ํ
า (ขวา) และสุ
เหร
าในกลั
นตั
น (ขวา)