123
2 ป
จจั
ยที่
ส
งผลต
อพหุ
ลั
กษณ
ทางศิ
ลปกรรมในวั
ดไทย
ศิ
ลปกรรมที่
ปรากฎในวั
ดชลธาราสิ
งเหมี
ลั
กษณะผสมทั้
งแบบไทย จี
นมลายู
อิ
สลาม และ
ตะวั
นตกปรากฎการณ
เหล
านี้
เกิ
ดขึ้
นจากป
จจั
ยต
าง ๆ ดั
งนี้
ป
จจั
ยทางประวั
ติ
ศาสตร
วั
ดชลธาราสิ
งเหอยู
ในเขตชายแดนประเทศไทยและมาเลเซี
ยติ
ดทะเลทางฝ
งตะวั
นออกของ
ประเทศไทย ในอดี
ตชายทะเลแถบนี้
เป
นที่
ขึ้
นฝ
งของชาวจี
นอพยพ ดั
งเช
น เมื
องสงขลา ป
ตตานี
นราธิ
วาสกลั
นตั
นจนถึ
งตรั
งกานู
โดยเฉพาะตรั
งกานู
เป
นที่
ตั้
งของชุ
มชนจี
นขนาดใหญ
มาก
อน (พั
ชริ
นทร
ฐิ
ตะอดิ
ศั
ย, 2541: 12) การอพยพและการติ
ดต
อค
าขายบริ
เวณชายฝ
ง ส
งผลต
อการเรี
ยนรู
วั
ฒนธรรมอื่
น
การเลี
ยนแบบการซื้
อหาสิ
นค
าใหม
ๆ มี
การนํ
ากระเบื้
องจี
นซึ่
งถื
อว
า มี
คุ
ณค
าสู
งระหว
างนั้
นติ
ดประดั
บ
พระพุ
ทธไสยาสน
ที่
ตั้
งของวั
ดเคยมี
ป
ญหาเรื่
องการแบ
งป
นที่
ดิ
นระหว
างอั
งกฤษกั
บไทย (ระหว
างนั้
น
เรี
ยกว
า “สยาม”) กล
าวคื
ออั
งกฤษยึ
ด4 รั
ฐ เพื่
อแลกกั
บสิ
ทธิ
สภาพนอกอาณาเขตในการป
กป
นเขตแดน
ดั
งกล
าว รั
ชกาลที่
5 ได
หยิ
บยกเอาพุ
ทธศาสนาโดยอ
างวั
ดชลธาราสิ
งเห อั
นเป
นวั
ดขนาดใหญ
และเป
น
มรดกทางวั
ฒนธรรมล้ํ
าค
ามานานเป
นเครื่
องต
อรอง การเข
ามาของอั
งกฤษหรื
อตะวั
นตกชาติ
อื่
นๆส
งผล
ต
อการเผยแพร
วั
ฒนธรรมตะวั
นตกทั้
งรู
ปแบบการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตการแต
งกายรวมถึ
งศิ
ลปกรรมสิ่
งก
อสร
าง
ขณะเดี
ยวกั
นก็
มิ
ได
คลอบงํ
าเสี
ยทั้
งหมดยั
งมี
บ
านแบบพื้
นถิ่
น วั
งท
องถิ่
นปรากฎมากมาย ศิ
ลปะอิ
สลาม
ยั
งสอดแทรกกั
บของวั
ฒนธรรมอื่
น ๆ เช
นหนุ
มานอยู
หน
าดาวกั
บเดื
อน ซึ่
งเป
นสั
ญลั
กษณ
ของศาสนา
อิ
สลาม ภาพจิ
ตรกรรมมี
รู
ปขุ
นนางชาวมุ
สลิ
ม
ป
จจั
ยทางสั
งคมที่
มี
ความหลากหลายทางวั
ฒนธรรม
ในอํ
าเภอตากใบ อั
นเป
นที่
ตั้
งของวั
ด อาจกล
าวได
ว
า เป
นชุ
มชนชาวพุ
ทธขนาดใหญ
ของ
จั
งหวั
ดนราธิ
วาสอย
างไรก็
ตามก็
จั
ดเป
นชนกลุ
มน
อยของจั
งหวั
ดและพื้
นที่
สามจั
งหวั
ดชายแดนภาคใต
ซึ่
งส
วนใหญ
เป
นมุ
สลิ
มมลายู
แต
ก็
มี
วั
ฒนธรรมเหมื
อนคนกลุ
มใหญ
ของประเทศ ลั
กษณะนี้
ทํ
าให
วั
ดชล
ธาราสิ
งเหมิ
ได
โดดเดี่
ยว เสื่
อมลง จนถู
กกลื
นไปกั
บสั
งคมมุ
สลิ
ม ยั
งมี
หน
วยงานรั
ฐและเอกชนจาก
ส
วนกลางให
การอุ
ดหนุ
นด
านการซ
อมสงวนรั
กษาชาวพุ
ทธจั
ดเป
นชนกลุ
มน
อยในพื้
นที่
ชายแดนแต
ก็
มี
บทบาทอย
างสู
งต
อการพั
ฒนาวั
ดหากเป
นที่
น
าสั
งเกตว
านายทุ
นจี
นเข
ามาสนั
บสนุ
นกิ
จการของวั
ดน
อย
เมื่
อเปรี
บเที
ยบกั
บวั
ดไทยในกลั
นตั
นประเทศมาเลเซี
ย เนื่
องจากเจ
าอาวาสไม
ว
ารู
ปใด ไม
เห็
นด
วยกั
บ
สร
างเครื่
องรางของขลั
ง ไม
มี
การปลุ
กเสกที่
จะเรี
ยกร
องความสนใจจากคนจี
น ลั
กษณะทางกายภาพ
ล
วนเกิ
ดจากความต
องการของเจ
าอาวาสหรื
อคนท
องถิ่
นลั
กษณะผสมเป
นความชื่
นชอบของเจ
าอาวาส
แม
ศาลาริ
มทาง ก็
ให
ออกแบบใหม
โดยเลี
ยนแบบของเดิ
ม