69
7.1 การเล่
นพื้
นบ้
าน หมายถึ
ง การเล่
นของคนไทยในแต่
ละวั
ยที่
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
ต่
างๆ กั
นออกไป โดยมี
ผลลั
พธ์
สุ
ดท้
าย คื
อ ความรั
ก ความสามั
คคี
และความสนุ
กสนานเพลิ
ดเพลิ
น
7.2 กี
ฬาพื้
นบ้
าน หมายถึ
ง การเล่
น และการแข่
งขั
นของคนไทยในแต่
ละวั
ย
โดยมี
อุ
ปกรณ์
และกฎกติ
กาที่
เป็
นลั
กษณะเฉพาะถิ่
น
7.3 ศิ
ลปะการต่
อสู้
ป้
องกั
นตั
ว หมายถึ
ง วิ
ธี
การหรื
อรู
ปแบบการต่
อสู้
ที่
ใช้
ร่
างกายหรื
อ
อุ
ปกรณ์
โดยได้
รั
บการฝึ
กฝนตามวั
ฒนธรรมที่
ได้
รั
บการถ่
ายทอดกั
น
สรุ
ปการแบ่
งสาขาของมรดกภู
มิ
ปั
ญญาทางวั
ฒนธรรม พบว่
ามี
การแบ่
งทั้
งสิ้
น 7 สาขา คื
อ 1)สาขาภาษา 2)
สาขาวรรณกรรมพื้
นบ้
าน 3) สาขาศิ
ลปะการแสดง 4) สาขาแนวปฏิ
บั
ติ
ทางสั
งคม พิ
ธี
กรรมและงานเทศกาล 5) สาขา
งานช่
างฝี
มื
อดั้
งเดิ
ม 6) สาขาความรู้
และแนวปฏิ
บั
ติ
เกี่
ยวกั
บธรรมชาติ
และจั
กรวาล และ 7) สาขากี
ฬาภู
มิ
ปั
ญญาไทย
2.11.6 การกํ
าหนดสาขาของศิ
ลปวั
ฒนธรรมร่
วมสมั
ย
สํ
านั
กงานศิ
ลปวั
ฒนธรรมร่
วมสมั
ย (2547 : 19) ได้
กํ
าหนดสาขาของ“ศิ
ลปวั
ฒนธรรมร่
วมสมั
ย”
ซึ่
งมี
ฐานสํ
าคั
ญมาจากเนื้
อหาด้
านวั
ฒนธรรม ออกเป็
น 9 สาขา ดั
งนี้
1. สาขาทั
ศนศิ
ลป์
(Visual Arts)หมายถึ
ง ศิ
ลปะที่
มองเห็
นได้
ด้
วยตา ทั้
งศิ
ลปะ
สองมิ
ติ
และสามมิ
ติ
ที่
เป็
นวิ
จิ
ตรศิ
ลป์
(Fine Arts) และประยุ
กต์
ศิ
ลป์
ลั
กษณะสํ
าคั
ญของทั
ศนศิ
ลป์
คื
อภาพและรู
ป ได้
แก่
1) จิ
ตรกรรม (ภาพเขี
ยนสี
และภาพลายเส้
น)2) ประติ
มากรรม (งานปั้
น และแกะสลั
ก) 3) ภาพพิ
มพ์
(ศิ
ลปะการพิ
มพ์
ด้
วยกรรมวิ
ธี
ต่
างๆ เช่
น การพิ
มพ์
ด้
วยแม่
พิ
มพ์
ไม้
หรื
อโลหะ เป็
นต้
น 4) ภาพถ่
าย (ผลงานศิ
ลปะภาพถ่
ายที่
เสนอด้
วยสื่
อ
และกรรมวิ
ธี
ต่
างๆ ) 5) สื่
อประสม (ผลงานศิ
ลปะที
่
สร้
างสรรค์
ขึ้
นด้
วยกรรมวิ
ธี
และเทคนิ
คต่
างๆ อย่
างอิ
สระ)
2. สาขาศิ
ลปะการแสดง (Performing Art)หมายถึ
ง ศิ
ลปะการแสดงละคร นาฏศิ
ลป์
สากล (การแสดง
สมั
ยใหม่
หรื
อการแสดงที่
เป็
นสากล) การละเล่
นและการแสดงพื้
นบ้
านประยุ
กต์
3. สาขาคี
ตศิ
ลป์
(Music)หมายถึ
ง การเล่
นดนตรี
สากล และดนตรี
ไทยประยุ
กต์
ที่
มี
ทั้
งประเภทดี
ด สี
ตี
เป่
า
รวมถึ
งการขั
บร้
อง หมายถึ
งการใช้
เสี
ยงที่
เปล่
งออกมาจากลํ
าคออย่
างมี
ศิ
ลปะ ด้
วยการตบแต่
งเสี
ยงทํ
านองเพลงให้
เกิ
ด
ความไพเราะ เช่
น การร้
องอิ
สระ ร้
องประกอบดนตรี
ร้
องประกอบการฟ้
อนรํ
า ฯลฯ
4. สาขาวรรณศิ
ลป์
(Literature)หมายถึ
ง ศิ
ลปะการแต่
งหนั
งสื
อหรื
อศิ
ลปะทางวรรณกรรมที่
มี
องค์
ประกอบที่
สํ
าคั
ญในการแสดงความรู้
สึ
กสะเทื
อนใจ จิ
นตนาการ และการแสดงออกท่
วงท่
าที
เฉพาะตั
ว มี
วิ
ธี
การเสนอ
เรื่
องราวที่
น่
าสนใจทั้
งกวี
นิ
พนธ์
เรื่
องสั้
น นวนิ
ยาย บทละคร
5. สาขาสถาปั
ตยกรรม หมายถึ
ง งานออกแบบหรื
องานศิ
ลปะที่
เกี่
ยวกั
บสิ่
งก่
อสร้
างซึ่
งสร้
างขึ้
นอย่
าง
เป็
นศิ
ลปะ สวยงามเป็
นสง่
า และถู
กต้
องตามหลั
กวิ
ชาการ เหมาะสมกั
บประโยชน์
ใช้
สอย มี
คุ
ณค่
าทางศิ
ลปะและมั่
นคง
แข็
งแรง ได้
แก่
วั
ดวาอาราม สถู
ปเจดี
ย์
ปราสาทราชวั
ง บ้
านเรื
อน เป็
นต้
น
6. สาขามั
ณฑนศิ
ลป์
หมายถึ
ง ศิ
ลปะการออกแบบ การประดั
บ และตกแต่
งสภาพแวดล้
อมภายนอก
และภายในอาคารบ้
านเรื
อนสถานที่
ทั้
งในลั
กษณะที่
สื่
อถึ
งศิ
ลปวั
ฒนธรรมที่
เป็
นสากล และศิ
ลปวั
ฒนธรรมของชาติ
7. สาขาเรขศิ
ลป์
หมายถึ
ง การออกแบบศิ
ลปะในการสื่
อสารกั
บกลุ่
มชนด้
วยภาษาที่
ตี
ความได้
โดยการ
ดู
ด้
วยตาทั้
งที่
เป็
น “ภาษาอั
กษร” และ “ภาษาภาพ” (ภาพถ่
าย ภาพวาด ลายเส้
นสี
สั
นและอื่
นๆ ) โดยตอบสนองการ