nt141 - page 94
86
-ทราบถึ
งศั
กยภาพของตนเองในการจั
ดการท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมที่
เหมาะสม
-ชุ
มชนควรเป็
นผู
้
กํ
าหนดข้
อห้
ามกฎระเบี
ยบต่
างๆด้
วยตนเอง
-การจั
ดการที่
พั
กควรสอดคล้
องและเหมาะสมกั
บสิ่
งแวดล้
อมของหมู
่
บ้
าน
-
คนในชุ
มชนต้
องได้
รั
บผลประโยชน์
โดยเท่
าเที
ยมกั
น
-การแก้
ปั
ญหาทํ
าไร่
เลื่
อนลอยในหมู
่
บ้
าถํ
้
าลอดควรแก้
ไขโดยการกํ
าหนดพื
้
นที่
เกษตรกรรม
เป็
นสั
ดส่
วนอย่
างชั
ดเจน
ข้
อความที่
กลุ่
มผู
้
เชี่
ยวชาญมี
ความเห็
นสอดคล้
องเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นว่
าเป็
น
ความเห็
นด้
วยมากคื
อ
-ไม่
นํ
าวั
ฒนธรรมมานํ
าเสนอในรู
ปแบบสร้
างเป็
นการแสดง
เมื่
อพิ
จารณาถึ
ง องค์
ประกอบชุ
มชนต่
อคุ
ณลั
กษณะความมี
เหตุ
มี
ผล เห็
นว่
าบ้
าน
ถํ
้
าลอดยั
งมี
วั
ฒนธรรมบางอย่
างที่
ขาดการสื
บทอดควรได้
รั
บการฟื
้
นฟู
ให้
เกิ
ดความเหมาะสมในแต่
ละช่
วงเทศกาล โดยทราบถึ
งศั
กยภาพการจั
ดการท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมของตนเอง และไม่
นํ
า
วั
ฒนธรรมมานํ
าเสนอในรู
ปแบบของการแสดงซึ
่
งสอดคล้
องกั
บนิ
ศา ชั
ชกุ
ล (2550) กล่
าวว่
า การ
นํ
าเอาวั
ฒนธรรมประเพณี
มาเป็
นสิ่
งจู
งใจให้
นั
กท่
องเที่
ยวเดิ
นทางเข้
ามาเยื
อนมั
กจะมุ่
งเน้
นในด้
าน
การค้
า ด้
านความสวยงามลดความประณี
ตลง เป็
นการแสดงวั
ฒนธรรมเพื่
อโชว์
ความตื่
นตาตื่
นใจ
โดยละทิ
้
งถึ
งสาระที่
สั
มพั
นธ์
กั
นกั
บวิ
ถี
ของคนในท้
องถิ่
น รวมทั
้
งคุ
ณค่
าที่
แท้
จริ
งที่
มี
ต่
อสั
งคมท้
องถิ่
น
และอมราพงศาพิ
ชญ์
(2548) กล่
าวว่
า การแสดงศิ
ลปะในรู
ปแบบต่
างๆควรเป็
นการแสดงเพื่
อให้
สมาชิ
กในสั
งคมชื่
นชมมี
ส่
วนของขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
และความเชื่
อรวมอยู
่
ในการแสดงนั
้
นๆ
ผู
้
ชมมี
ความเข้
าใจและสนใจในการแสดงนั
้
นอย่
างจริ
งใจถ้
าจะนํ
าศิ
ลปะไปตั
ดต่
อให้
สั
้
นเพี
ยงเพื่
อเอา
ใจนั
กท่
องเที่
ยว ถื
อว่
าเป็
นการทํ
าลายศิ
ลปะดั
้
งเดิ
มและไม่
สมควรทํ
า และ กิ
ตติ
ศั
กดิ
์
ปรกติ
(2550)
กล่
าวว่
าสิ
ทธิ
ชุ
มชนเกี่
ยวกั
บการอนุ
รั
กษ์
ฟื
้
นฟู
จารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
นและวั
ฒนธรรมอั
นดี
โดยแท้
นั
้
นโดยทั่
วไปหมายถึ
งสิ
ทธิ
ที่
จะยื
นยั
นการธํ
ารงรั
กษาจารี
ตประเพณี
ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ่
นและ
วั
ฒนธรรมอั
นดี
ของท้
องถิ่
นในการทํ
าการอย่
างใดอย่
างหนึ
่
งด้
วยการฟื
้
นฟู
ขึ
้
นใหม่
ปกป้
องรั
กษาหรื
อ
ขจั
ดการรบกวนแทรกแซงหรื
อสอดเช้
าเกี่
ยวข้
องโดยมิ
ชอบหรื
อโดยปราศจากเหตุ
ผลสมควร
ประชาชนในท้
องถิ่
นต้
องได้
รั
บผลประโยชน์
โดยเท่
าเที
ยมกั
นทั
้
งกลุ่
มที่
ส่
งเสริ
ม
การท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมไม่
ว่
าจะทางตรงหรื
อทางอ้
อมซึ
่
งสอดคล้
องกั
บบุ
ญเลิ
ศ จิ
ตรตั
้
งวั
ฒนา
(2548) กล่
าวว่
า การท่
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมจะต้
องเป็
นการท่
องเที่
ยวในลั
กษณะที่
ให้
ชุ
มชนท้
องถิ่
น
มี
ส่
วนร่
วมและได้
รั
บผลประโยชน์
โดยยึ
ดหลั
กที่
ว่
าต้
องให้
ชุ
มชนท้
องถิ่
นมี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการ
ท่
องเที่
ยวและได้
รั
บผลประโยชน์
จากการท่
องเที่
ยว อั
นเป็
นการกระจายรายได้
สู
่
ชุ
มชนท้
องถิ่
น
และ สมพร เทพสิ
ทธา (2549) กล่
าวว่
า เศรษฐกิ
จพอเพี
ยงมุ่
งให้
เกิ
ดสั
งคมที่
มี
ความสุ
ขสงบ
ประชาชนมี
ความเมตตาเอื
้
ออาทรช่
วยเหลื
อซึ
่
งกั
นและกั
น ไม่
ใช่
ต่
างคนต่
างอยู
่
มุ่
งให้
เกิ
ดความ
สามั
คคี
ร่
วมมื
อกั
น เพื่
อให้
ทุ
กคนอยู
่
ร่
วมกั
นได้
อย่
างปราศจากการเบี
ยดเบี
ยนกั
น
1...,84,85,86,87,88,89,90,91,92,93
95,96,97,98,99,100,101,102,103,104,...202