87
ประชาชนในชุ
มชนควรมี
ส่
วนร่
วมในการออกกฎ ระเบี
ยบ และข้
อห้
ามในการ
ท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมของชุ
มชนบ้
านถํ
้
าลอด เนื่
องจากเป็
นเจ้
าของพื
้
นที่
และให้
นั
กท่
องเที่
ยวเกิ
ด
การปฏิ
บั
ติ
ตนที่
เหมาะสมกั
บวั
ฒนธรรมไทใหญ่
และให้
วั
ฒนธรรมคงอยู
่
อย่
างยั่
งยื
นซึ
่
งสอดคล้
องกั
บ
นิ
เทศติ
นณะกุ
ล (2551) กล่
าวว่
าทั
้
งสั
งคมและวั
ฒนธรรมต่
างก็
จะต้
องมี
การเปลี่
ยนแปลงอยู
่
เสมอแต่
จะช้
าหรื
อเร็
วขึ
้
นอยู
่
กั
บระยะเวลา สั
งคมที่
มี
ชุ
มชนยึ
ดถื
อกฎระเบี
ยบอย่
างเคร่
งครั
ดก็
ทํ
าให้
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงได้
ช้
ากว่
าสั
งคมที่
ไม่
ค่
อยมี
กฎระเบี
ยบ และHarrison (1994) กล่
าวว่
า ควรชี
้
แจงถึ
ง
เงื่
อนไขและแบบแผนและคํ
าแนะนํ
าต่
อนั
กท่
องเที่
ยว
การจั
ดการที่
พั
กควรสอดคล้
องและเหมาะสมกั
บสิ่
งแวดล้
อมของชุ
มชนอี
กทั
้
งร่
วม
รณรงค์
การตั
ดไม้
และเผาป่
าเพื่
อการทํ
าไร่
เลื่
อนลอยโดยแก้
ปั
ญหาจากการกํ
าหนดพื
้
นที่
เกษตรกรรม
อย่
างเป็
นสั
ดส่
วนให้
เกิ
ดความชั
ดเจน
องค์
ประกอบที่
1ชุ
มชนต่
อคุ
ณลั
กษณะการมี
ภู
มิ
คุ
้
มกั
นที่
ดี
จากการวิ
จั
ยพบว่
า
ผู
้
เชี่
ยวชาญมี
ความเห็
นสอดคล้
องเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นว่
าเป็
นความเห็
นด้
วยมาก
ที่
สุ
ดคื
อ
-ยึ
ดหลั
กเกษตรทฤษฎี
ใหม่
เพื่
อสร้
างรายได้
เพิ่
มขึ
้
น
-ส่
งเสริ
มให้
เยาวชนบ้
านถํ
้
าลอดกลั
บมาทํ
างานในท้
องถิ่
น
-ผู
้
นํ
าชุ
มชนต้
องมี
ความรู
้
ด้
านกฎหมายการท่
องเที่
ยว
-จั
ดทํ
าสถิ
ติ
นั
กท่
องเที่
ยวในแต่
ละเดื
อนเพื่
อประกอบการพิ
จารณาการรองรั
บนั
กท่
องเที่
ยวใน
ปี
ต่
อไป
-ตระหนั
กถึ
งความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรมโดยไม่
นํ
าวั
ฒนธรรมไปแสดงหารายได้
- มี
สิ่
งอํ
านวยความสะดวกแก่
นั
กท่
องเที่
ยวที่
เหมาะสมโดยไม่
เปลี่
ยนแปลงวิ
ถี
ชี
วิ
ตตนเอง
-
สร้
างความเข้
าใจให้
เยาวชนในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตตามปรั
ชญาเศรษฐกิ
จพอเพี
ยง ไม่
ตาม
กระแส วั
ตถุ
นิ
ยมจนลื
มวั
ฒนธรรมตนเอง
-ส่
งเสริ
มระบบสหกรณ์
หรื
อเงิ
นกองทุ
นชุ
มชนเพื่
อลดปั
ญหาเศรษฐกิ
จในอนาคต
เมื่
อพิ
จารณาองค์
ประกอบชุ
มชนต่
อคุ
ณลั
กษณะความมี
เหตุ
มี
ผล เห็
นว่
าเยาวชนใน
หมู
่
บ้
านถํ
้
าลอดถื
อเป็
นช่
วงอายุ
ที่
สํ
าคั
ญในการสร้
างความเข้
าใจในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตตามปรั
ชญา
เศรษฐกิ
จพอเพี
ยง เพื่
อป้
องกั
นการรั
บวั
ฒนธรรมวั
ตถุ
นิ
ยมจนลื
มวั
ฒนธรรมของตนเองและให้
เห็
น
คุ
ณค่
าของท้
องถิ่
นในการกลั
บมาประกอบอาชี
พในท้
องถิ่
นของตนเอง
ผู
้
นํ
าชุ
มชนต้
องมี
ความรู
้
และเข้
าใจในกฎหมายการท่
องเที
่
ยวเพื่
อสามารถแนะนํ
า
ต่
อประชาชนในชุ
มชนอย่
างถู
กต้
องซึ
่
งสอดคล้
องกั
บศั
กดิ
์
ไทยสุ
รกิ
จบวร (2549) กล่
าวว่
า ผู
้
นํ
าต้
อง
มี
ความใฝ่
รู
้
และฝึ
กฝนการเรี
ยนรู
้
ต้
องรู
้
ว่
าจะต้
องรู
้
อะไรและต้
องรู
้
ให้
จริ
ง