ne192 - page 46
๔๐
ภาคอี
สาน และการอ
างพุ
ทธทํ
านายกลุ
มนี้
มาใช
การเมื
องน
าจะเกิ
ดขึ้
นในสมั
ย พ.ศ. ๒๔๔๔-๒๔๔๕ นี่
เอง
เพราะก
อนหน
านี้
เกิ
ดกบฏสาเกี
ยดโง
งขึ้
น ซึ่
งกบฏสาเกี
ยดโง
งนั้
นได
กล
าวอ
างว
าตนเป
นเจื
องหาญเท
านั้
น
๓
แสดงให
เห็
นว
าคติ
การอ
างความชอบธรรมเป
นพญาธรรมิ
กราชยั
งไม
เกิ
ดขึ้
นในสมั
ยนั้
น
เรื่
องของผู
มี
บุ
ญ และพญาธรรมิ
กราชนั้
นแพร
กระจายในอาณาจั
กรล
านนาและล
านช
างจนกระทั่
งถึ
ง
อี
สาน โดยเฉพาะในล
านนาได
กล
าวถึ
งพญาธรรมิ
กราชหรื
อตนบุ
ญมาปราบยุ
คเข็
ญ ปรากฏในวรรณกรรม
ทํ
านายล
านนาถึ
ง ๗ เรื่
อง
๔
แต
ล
านนาไม
ได
ใช
แนวคิ
ดเรื่
องนี้
ในทางการเมื
องเหมื
อนภาคอี
สาน
สั
งเกตได
อี
กอย
างหนึ่
ง คื
อ แม
ว
าจะพบหนั
งสื
อพุ
ทธทํ
านายประเภทนี้
มาก แต
ก็
พบว
าเป
นลั
กษณะ
กระท
อนกระแท
น ไม
มี
แบบแผนในการกล
าวจบ และอ
านไม
ได
เนื้
อความมากนั
ก แต
ในเนื้
อความนั้
นไม
ได
กล
าวชื่
อบุ
คคลที่
จะมาเป
นพญาธรรมิ
กราชเลย มี
เพี
ยงพงศาวดารฉบั
บวั
ดบ
านแท
นเท
านั้
นที่
พู
ดแบบกํ
ากวม
ว
า
“จั
กได
เห็
นหน
าพญาธรรมิ
กราชตนบุ
ญกว
างอั
นจั
กเกิ
ดมาภายหน
า”
๕
(พงศาวดาร ลานที่
๖) ซึ่
งคํ
าว
าบุ
ญ
กว
างไม
ได
หมายถึ
งชื่
อของคน แต
เป
นคุ
ณลั
กษณะของผู
มี
บุ
ญหรื
อกษั
ตริ
ย
๖
ผู
เขี
ยนสั
นนิ
ษฐานว
า การนํ
าเรื่
องดั
งกล
าวมาเป
นข
อสนั
บสนุ
นในการก
อกบฏเพราะส
วนหนึ่
ง
ของผู
มี
บุ
ญเป
นผู
ที่
ผ
านบวชเรี
ยนมาแล
ว ซึ่
งน
าจะได
อ
านวรรณกรรมเหล
านี้
มาแล
ว ผี
บุ
ญจึ
งแสวงหาเครื่
องมื
อ
ในการก
อความชอบธรรมให
ตนเอง จึ
งมี
การประยุ
กต
วรรณกรรมพุ
ทธทํ
านายเหล
านี้
เสริ
มแต
งเป
นคํ
าบอก
เล
า และเขี
ยนใหม
แต
ที่
พบวรรณกรรมที่
เกี่
ยวกั
บพุ
ทธทํ
านายขนาดสั้
นตามวั
ดต
าง ๆ ประมาณ ๑ แผ
น
ผู
เขี
ยนก็
สั
นนิ
ษฐานว
า ไม
ได
เกิ
ดจากการแพร
กระจายข
าวของผู
มี
บุ
ญ หรื
อไม
ได
เกิ
ดจากต
นฉบั
บที่
กบฏผู
มี
บุ
ญ
เขี
ยนขึ้
น แต
หากเกิ
ดจากการกลั
วผี
ยั
กษ
จึ
งเขี
ยนเพื่
อป
องกั
นในลั
กษณะเป
นของขลั
งเสี
ยมากกว
า และยิ่
ง
ปรากฏชั
ดในคํ
าทาย ฉบั
บวั
ดชมพู
กล
าวว
า
“ผู
เขี
ยน ๑ แผ
น จะกุ
มตั
วได
เขี
ยนได
มี
อายุ
ยื
นยาวได
ฮ
อยป
เขี
ยนได
๗ แผ
น กุ
มได
ทั
งครั
ว
เฮื
อนหั
วพ
อแม
พี่
น
องเป
นประการ”
(อธิ
บาย – ใครเขี
ยน ๑ แผ
น จะคุ
มครองตั
วเองได
มี
อายุ
ยื
นได
๑๐๐ ป
เขี
ยนได
๗ แผ
น
คุ
มครองได
ทั้
งครอบครั
ว พ
อแม
พี่
น
องทุ
กคน)
(คํ
าทํ
านาย ฉบั
บวั
ดชมพู
ลานที่
๗)
๓
ธวั
ช ปุ
ณโณทก,
พื้
นเวี
ยง : การศึ
กษาประวั
ติ
ศาสตร
และวรรณกรรมอี
สาน
, เอกสารวิ
จั
ย สถาบั
นไทยคดี
ศึ
กษา
มหาวิ
ทยาลั
ยธรรมศาสตร
, ๓๕.
๔
ตุ
ลาภรณ
แสนปรน,
การศึ
กษาวรรณกรรมทํ
านายของล
านนา,
วิ
ทยานิ
พนธ
ศิ
ลปศาสตร
สาขาภาษาและ
วรรณกรรมล
านนา (บั
ณฑิ
ตวิ
ทยาลั
ย มหาวิ
ทยาลั
ยเชี
ยงใหม
, ๒๕๕๐),๑๔๕.
๕
พงศาวดาร
, อธิ
ราชย
นั
นขั
นตี
ปริ
วรรต, ฉบั
บวั
ดบ
านแท
น อํ
าเภอพิ
บู
ลย
รั
กษ
จั
งหวั
ดอุ
ดรธานี
๖
ในวรรณกรรมอี
สานทั่
วไปจะพบคํ
าว
า “บุ
ญกว
าง” อธิ
บายลั
กษณะของตั
วละครเอก หรื
อกษั
ตริ
ย
เสมอ เช
น “คน
บ
เคยเห็
นหน
าหลอนมาถามข
าว บาบ
าวท
าว
บุ
ญกว
าง
บ
ปากนํ
า” (ปรี
ชา พิ
ณทอง, ม.ป.ป. : ๘๕) บุ
ญกว
างในที่
นี้
หญิ
งสาว
ใช
อธิ
บายลั
กษณะของท
าวภั
งคี
และ “คั
นว
าไฟเฮี
ยมขึ้
นสิ
เอาหยั
งตั้
งเสี่
ยง บ
กว
าพระพ
อเจ
า
บุ
ญกว
าง
ว
ามา” (ปรี
ชา พิ
ณ
ทอง, ม.ป.ป. : ๗๘) กวี
ใช
อธิ
บายคุ
ณลั
กษณะของพญาขอม
1...,36,37,38,39,40,41,42,43,44,45
47,48,49,50,51,52,53,54,55,56,...112