147
กั
นเป็
นเอกลั
กษณ์
เฉพาะกลุ
่
มกลายเป็
นวั
ฒนธรรมการผลิ
ตและบริ
โภคของกลุ
่
มอี
กแบบหนึ่
ง
นวั
ตกรรมการผลิ
ตและบริ
โภคจะมี
อิ
ทธิ
พลต่
อแนวคิ
ดแบบวั
ตถุ
นิ
ยมทํ
าให้
วั
ฒนธรรมการผลิ
ตและ
บริ
โภคเปลี่
ยนแปลงไปทางเทคโนโลยี
การผลิ
ต เกิ
ดการเรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรมการผลิ
ตและบริ
โภคของ
สมาชิ
กในสั
งคม และยิ่
งนานวั
นวั
ฒนธรรมการผลิ
ตและบริ
โภคจะมี
ผลต่
อพฤติ
กรรม การผลิ
ตที่
นํ
าเข้
าจากต่
างประเทศเพื่
อการบริ
โภคจะถู
กดํ
าเนิ
นไปโดยมี
กรอบของสั
งคมที่
บุ
คคลอาศั
ยอยู
่
โดยเฉพาะพื
้
นที่
ท่
องเที่
ยวที่
เป็
นแหล่
งเศรษฐกิ
จในการพั
ฒนาประเทศ การท่
องเที่
ยวมี
ผลต่
อการ
เปลี่
ยนแปลงสั
งคมของผู
้
คนและชุ
มชน โดยเฉพาะพื
้
นที่
อํ
าเภอเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น จั
งหวั
ด
สุ
ราษฎร์
ธานี
หลั
งมี
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
4 ได้
มี
องค์
การส่
งเสริ
มการ
ท่
องเที่
ยวแห่
งประเทศไทยเพื่
อส่
งเสริ
มฟื
้
นฟู
และสร้
างขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
ท้
องถิ่
นในที่
ต่
าง ๆ
และเพื่
อดึ
งดู
ดนั
กท่
องเที่
ยวชาวต่
างชาติ
ประกอบกั
บคนไทยนิ
ยมไปเรี
ยนต่
อต่
างประเทศมี
ปริ
มาณ
เพิ่
มขึ
้
นจึ
งทํ
าให้
รั
บวั
ฒนธรรมตะวั
นตกเข้
ามาแพร่
ขยายในสั
งคมไทยอย่
างรวดเร็
วและเพิ่
มขึ
้
น
สาเหตุ
ของการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของชุ
มชนเกาะสมุ
ยและเกาพะงั
น
นั
บตั
้
งแต่
แผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
4-10 ช่
วงเวลาปี
พ.ศ.2520-2553 เป็
น
ระยะเวลา 33ปี
ที่
มี
การส่
งเสริ
มการท่
องเที่
ยวตลอดเวลา ทํ
าให้
ชาวต่
างชาติ
หลั่
งไหลเข้
าประเทศ
ไทยและพื
้
นที่
เกาะสมุ
ยและเกาพะงั
นมี
ทั
้
งเดิ
นทางมาท่
องเที่
ยวและทํ
าธุ
รกิ
จ และเมื่
อพิ
จารณาจาก
ข้
อมู
ลสถิ
ติ
นั
กท่
องเที่
ยวชาวต่
างชาติ
ในพื
้
นที่
เกาะสมุ
ยของปี
พ.ศ. 2547-2553 พบว่
าปี
2547
จํ
านวน775,765คน,ปี
2548จํ
านวน852,574คน,ปี
2549จํ
านวน 872,311คน, ปี
2550 จํ
านวน
898,765 คน, ปี
2551 จํ
านวน 666,578 คน, ปี
2552 จํ
านวน 650,788 คน, ปี
2553 จํ
านวน
652,140 คนนั
กท่
องเที่
ยวชาวต่
างชาติ
ที่
เข้
ามาส่
วนใหญ่
เป็
นชาติ
Germany, UnitedKingdom,
Australia, France, Israel, Russia, Sweden, Italy, Switzerlandส่
วนสถิ
ติ
นั
กท่
องเที่
ยวชาวต่
างชาติ
พื
้
นที่
เกาะพะงั
นปี
พ.ศ. 2551-2553พบว่
าจํ
านวนนั
กท่
องเที่
ยวต่
างชาติ
ปี
2551จํ
านวน371,712คน,
ปี
2552จํ
านวน242,081คน,ปี
2553จํ
านวน212,837คน นั
กท่
องเที่
ยวชาวต่
างชาติ
ที่
เข้
ามาส่
วน
ใหญ่
เป็
นชาติ
Germany, UnitedKingdom, Australia, France, Israel, Russia, Sweden, Italy,
Switzerland,Netherlands,USA,Canadaและที่
มากที่
สุ
ดทั
้
งสองพื
้
นที่
เป็
นชาติ
ตะวั
นตกที่
เป็
นชาว
ยุ
โรป ชาวอเมริ
กั
น ชาวออสเตรเลี
ย ได้
แก่
เยอรมั
น สหราชอาณาจั
กร ออสเตรเลี
ย เป็
นต้
น
(สํ
านั
กงานการท่
องเที่
ยวและกี
ฬาจั
งหวั
ดสุ
ราษฎร์
ธานี
, 2554) นั
กท่
องเที่
ยวต่
างชาติ
เหล่
านี
้
ได้
เข้
า
มาทํ
าให้
มี
การเปลี่
ยนแปลงบริ
บทในด้
านต่
างๆ ของพื
้
นที่
เกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น และเป็
นเหตุ
ให้
ชาวต่
างชาติ
ทั่
วโลกรู
้
จั
กพื
้
นที่
เกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
นมากขึ
้
น อี
กทั
้
งการนํ
าวั
ฒนธรรมต่
างชาติ
โดยเฉพาะชาติ
ตะวั
นตกมาขั
บเคลื่
อนการเปลี่
ยนแปลงสั
งคมและความเป็
นอยู
่
ของผู
้
คนทั
้
งคนใน