๑๐๙
ตาลโตนดโดยทั่
วไปคื
อผู
ชายจะขึ้
นตาลและผู
หญิ
งเคี่
ยวตาลและมั
กจะเป
นสามี
ภรรยากั
นสมั
ยก
อนผู
ชาย
ที่
ทํ
าน้ํ
าตาลโตนดจะศึ
กษาวิ
ธี
การขึ้
นตาล นวดตาลจากพ
อในขณะที่
ผู
หญิ
งจะได
รั
บการถ
ายทอดวิ
ธี
การ
เคี่
ยวตาลจากแม
(ถนอม ภู
เงิ
น. ๒๕๕๕ : สั
มภาษณ
)
สํ
าหรั
บผู
หญิ
งที่
ขึ้
นตาลเองในชุ
มชนบ
านลาดคื
อนางเชื้
อ มี
นุ
ชป
จจุ
บั
นอาย๗๘ป
อยู
ที่
หมู
บ
านไร
กร
าง ตํ
าบลไร
สะท
อนป
าเชื้
อเล
าว
า เริ่
มขึ้
นตาลตั้
งแต
อายุ
๑๒ ป
ด
วยความซุ
กซนที่
เห็
น
พ
อแม
ขึ้
นตาลเลยอยากขึ้
นบ
าง เมื่
อจบชั้
นประถมศึ
กษาป
ที่
๔ นางเชื้
อ มี
นุ
ชได
ติ
ดตามพ
อไปขึ้
นตาล
เรี
ยนรู
วิ
ธี
การนวดตาลและปาดตาลจนสามารถทํ
าเองได
ขณะนี้
ได
จั
ดทํ
าแหล
งเรี
ยนรู
ภู
มิ
ป
ญญา
ตาลโตนดของชุ
มชนบ
านลาด เพื่
อเป
นแหล
งเรี
ยนรู
ของนั
กเรี
ยน นั
กศึ
กษาและผู
สนใจโดยทั่
วไป อาชี
พ
การทํ
าตาลโตนดจะต
องมี
ความอดทน ต
องทํ
าทุ
กวั
น (เชื้
อ มี
นุ
ช. ๒๕๕๕ : สั
มภาษณ
)
ในอดี
ตต
นตาลมี
จํ
านวนมาก อาชี
พการทํ
าน้ํ
าตาลโตนดของชุ
มชนบ
านลาดได
รั
บ
การถ
ายทอดจากครอบครั
วกั
นต
อมาเรื่
อย ๆ ในสั
งคมเกษตรกรรม ภายใต
สภาพแวดล
อมที่
เป
นท
องนา
และมี
ต
นตาลขึ้
นอย
างหนาตาตามคั
นนาทั่
วไปในชุ
มชนบ
านลาด ต
อมาจนถึ
งป
จจุ
บั
นต
นตาลอายุ
มากขึ้
น
ให
ผลผลิ
ตไม
เต็
มที่
ต
นสู
งเกิ
นไปเป
นป
ญหาในการขึ้
นลงจึ
งถู
กขายต
นเพราะไม
สามารถทํ
าประโยชน
ได
นอกจากนี้
พื้
นที่
ปลู
กตาลเป
นพื้
นที่
เช
าจึ
งไม
ได
มี
การบํ
ารุ
งรั
กษาหรื
อปลู
กเพิ่
ม (อํ
านาจ ภู
เงิ
น. ๒๕๕๕ :
สั
มภาษณ
) สํ
าหรั
บในชุ
มชนบ
านลาดที่
มี
การปลู
กตาลในลั
กษณะของสวนตาลเป
นครั้
งแรก โดยนาย
ถนอม ภู
เงิ
นที่
หมู
๔ ตํ
าบลถ้ํ
ารงค
อํ
าเภอบ
านลาด มี
การปลู
กตาล จํ
านวน๔๕๐ ต
น บนเนื้
อที่
๑๐ ไร
สื
บทอดการทํ
าน้ํ
าตาลโตนด ในป
พ.ศ. ๒๕๓๕ป
จจุ
บั
นสวนตาลแห
งนี้
เป
นแหล
งเรี
ยนรู
เรื่
องตาลโตนดที่
สํ
าคั
ญของเด็
ก และเยาวชนทั้
งในและนอกจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
๑.๒.๔ การเปลี่
ยนแปลงที่
มี
ผลต
อการประกอบอาชี
พทํ
าน้ํ
าตาลโตนดของชุ
มชนบ
านลาด
(๑) การเปลี่
ยนแปลงด
านสภาพนิ
เวศ
๑) การทํ
านาทั้
งป
ต
นตาลเป
นพื
ชที่
เจริ
ญงอกงามได
ดี
ในสภาพภู
มิ
อากาศแห
งแล
งและ
สามารถเติ
บโตได
ในดิ
นหลายชนิ
ดสํ
าหรั
บที่
ชุ
มชนบ
านลาดต
นตาลจะขึ้
นอยู
ตามคั
นนาในลั
กษณะที่
มี
การ
ทํ
านาควบคู
กั
บการทํ
าตาลหรื
อที่
เรี
ยกว
า “ทุ
งนาป
าตาล” ซึ่
งเป
นเอกลั
กษณ
สํ
าคั
ญของเมื
องเพชรมา
ยาวนาน ในอดี
ตการทํ
านานั้
นชาวนาต
องรอน้ํ
าฝนที่
ตกตามฤดู
กาลเพี
ยงอย
างเดี
ยว ทํ
าให
ในช
วงหน
าแล
ง
มี
ระยะเวลาสํ
าหรั
บการพั
กนาด
วยการทิ้
งนาให
แห
ง โดยเริ่
มตั้
งแต
เดื
อนเมษายนเป
นต
นไป และมี
ช
วงเวลาประมาณ ๖-๗ เดื
อน ในระหว
างนี้
ชาวนาจึ
งหั
นมาขึ้
นตาลเพื่
อสร
างรายได
อี
กทางหนึ่
งทํ
าให
สมั
ยก
อนต
นตาลมี
จํ
านวนมาก ส
วนพื้
นที่
ทํ
านายั
งน
อยอยู
แต
เมื่
อเริ่
มมี
ระบบชลประทานอย
างทั่
วถึ
งมาก
ขึ้
นทํ
าให
มี
น้ํ
าสํ
าหรั
บการเพาะปลู
กตลอดทั้
งป
และน้ํ
ามี
ปริ
มาณมากพอต
อการทํ
านาได
ป
ละ ๒ ครั้
ง และ
ค
อย ๆ เพิ่
มกลายเป
น๔หน เรี
ยกว
า “การทํ
านาปรั
ง” หรื
อทํ
ามากเท
าที่
จะสามารถทํ
าได
หรื
อเรี
ยกว
า
“นาเปรอะ” การทํ
านาในลั
กษณะนี้
ทํ
าให
ตาลไม
ฟ
นตั
ว เนื่
องจากต
นตาลถู
กน้ํ
าแช
โคนทั้
งป
ทํ
าให
ต
นตาล