bk130 - page 41

- ๑๑ -
ในสาขาจิ
ตวิ
ทยา
วิ
ชาจิ
ตวิ
ทยามองว่
า มนุ
ษย์
เกิ
ดมามี
แต่
แรงขั
บตามธรรมชาติ
(drive) แต่
เมื่
อต้
องมาอยู่
ร่
วมกั
นในสั
งคม ก็
ต้
องผ่
านการขั
ดเกลาทางสั
งคม (socialized) เพื่
อกํ
าหนดรู
ปแบบการ
แสดงออกในการตอบสนองแรงขั
บตามธรรมชาติ
ว่
าทํ
าอย่
างไรจึ
งจะเหมาะสม เช่
น เมื่
อหิ
วก็
ต้
องทํ
ามา
หากิ
น เมื่
อมี
ความต้
องการทางเพศก็
ต้
องปลดปล่
อยตามที่
แต่
ละสั
งคมอนุ
ญาต กล่
าวเปรี
ยบเที
ยบได้
ว่
เป็
นการขี
ดเส้
นให้
คนเดิ
นไปตามแถว ไม่
แตกแถว ไม่
นอกคอก ในแง่
นี้
หน้
าที่
ของสื่
อมวลชนก็
คื
อ การ
ชี้
แนะเส้
นทางเหล่
านี้
ในสาขาสั
งคมวิ
ทยา
กระบวนการอบรมบ่
มเพาะเป็
นการเตรี
ยมปั
จเจกบุ
คคลให้
พร้
อมที่
จะ
เข้
ามามี
ชี
วิ
ตร่
วมอยู่
ในกลุ่
มด้
วยการให้
ความรู้
ความเข้
าใจ ไม่
ว่
าจะเป็
นกลุ่
มที่
บุ
คคลต้
องมี
ชี
วิ
ตร่
วมอยู่
จริ
งๆ (เรี
ยกว่
า กลุ่
มปฐมภู
มิ
) เช่
น พ่
อ แม่
เพื่
อน โรงเรี
ยน ที่
ทํ
างาน ฯลฯ หรื
อกลุ่
มที่
บุ
คคลไม่
ได้
มี
ชี
วิ
ร่
วมอยู่
ด้
วยตลอดเวลา แต่
ทว่
าจํ
าเป็
นต้
องเกี่
ยวข้
องเป็
นครั้
งคราว (กลุ่
มทุ
ติ
ยภู
มิ
) เช่
น โรงพยาบาล
ธนาคาร กองทั
พ ฯลฯ
สื่
อมวลชนในฐานะ “ผู้
อบรมบ่
มเพาะ”
ในสมั
ยโบราณแหล่
งข่
าวสารที่
จะเป็
นตั
วกํ
าหนดการอบรมบ่
มเพาะมี
อยู่
อย่
างจํ
ากั
ด เด็
กๆ
จะเชื่
อฟั
งพ่
อแม่
เป็
นหลั
ก เพราะเป็
นผู้
ผู
กขาดแหล่
งข่
าวสารข้
อมู
ลต่
างๆ แต่
ในยุ
คปั
จจุ
บั
นมี
แหล่
ข่
าวสารข้
อมู
ลมากมายที่
แข่
งขั
นกั
นให้
ข่
าวสารที่
ขั
ดแย้
งกั
น (competitive source of knowledge)
เช่
น คํ
าสอนของพ่
อแม่
และครู
ไม่
ตรงกั
น เด็
กๆ ได้
รั
บข่
าวสารจากเพื่
อนฝู
ง และสื่
อมวลชนที่
ขั
ดแย้
งกั
คํ
าสอนของพ่
อแม่
และผู้
ใหญ่
คนอื่
นๆ ซึ่
งยิ่
งเป็
นการเพิ่
มภาวะสั
บสนแก่
สมาชิ
กในสั
งคมมากขึ้
นว่
าไม่
รู้
จะเชื่
อฟั
งใครดี
ไม่
ว่
าจะมี
การเปลี่
ยนแปลงทั้
งในเนื้
อหา รู
ปแบบ และสถาบั
นของการอบรมบ่
มเพาะ ทุ
สั
งคมก็
ยั
งคงต้
องการการอบรมบ่
มเพาะแบบใดแบบหนึ่
งอยู่
เสมอ ทั้
งนี้
เนื่
องมาจากความจํ
าเป็
นทั้
งใน
ระดั
บปั
จเจกและระดั
บสั
งคม ในระดั
บปั
จเจก หากบุ
คคลใดไม่
เรี
ยนรู้
ระเบี
ยบกฎเกณฑ์
ของสั
งคม คง
จะเอาชี
วิ
ตอยู่
รอดไม่
ได้
ในสั
งคมนั้
น ส่
วนความจํ
าเป็
นในระดั
บสั
งคมนั้
น สั
งคมที่
สามารถจะสื
บทอด
ชี
วิ
ตตนเองไปได้
อย่
างปกติ
และยาวนาน จํ
าเป็
นต้
องประสบความสํ
าเร็
จในการอบรมบ่
มเพาะสมาชิ
กรุ่
แล้
วรุ่
นเล่
า ดั
งนั้
นทั้
งๆ ที่
สมาชิ
กในแต่
ละรุ่
น แต่
ละวั
ยจะเกิ
ด แก่
เจ็
บ ตาย แต่
ทว่
าสั
งคมนั้
นจะต้
อง
ดํ
ารงคงอยู่
ตลอดเวลา (กาญจนา แก้
วเทพ, ๒๕๕๒: ๑๖๘-๑๖๙)
การอบรมบ่
มเพาะสมาชิ
กใหม่
ของสั
งคมให้
เข้
ามาใช้
ภาษาร่
วมของทั้
งสั
งคมนั
บเป็
นบั
นไดขั้
แรกของกระบวนการนี้
หากขั้
นตอนนี้
สํ
าเร็
จลุ
ล่
วงไปได้
ด้
วยดี
สมาชิ
กใหม่
ก็
จะสามารถใช้
ทั
กษะ
ทางการสื่
อสารเป็
นเครื่
องนํ
าทางไปสู่
การเรี
ยนรู้
อย่
างอื่
นๆ ไม่
ว่
าจะเป็
นค่
านิ
ยม การปฏิ
บั
ติ
ตั
ว ความ
คาดหวั
งของคนอื่
น ความรู้
ฯลฯ หรื
ออาจกล่
าวได้
อี
กนั
ยหนึ่
งว่
า ผลสํ
าเร็
จของกระบวนการอบรมบ่
เพาะบุ
คคลนั้
นจะปู
ทางให้
แก่
สิ่
งต่
างๆ ที่
ตามมา เช่
น การยอมรั
บหลายสิ่
งหลายอย่
างในสั
งคมโดย
ปริ
ยาย เช่
น คนเราต้
องมี
รั
กเดี
ยวใจเดี
ยว การยอมรั
บข้
อตกลงบางอย่
างของชี
วิ
ตสั
งคม เช่
น ผู้
หญิ
งต้
อง
ดู
แลลู
ก การใช้
เทคนิ
คต่
างๆ ที่
เป็
นที่
ยอมรั
บกั
นในสั
งคม เช่
น ยอมรั
บการเลื
อกตั้
งว่
าเป็
นเทคนิ
คทาง
การเมื
อง (กาญจนา แก้
วเทพ, ๒๕๕๒: ๑๖๘)
1...,31,32,33,34,35,36,37,38,39,40 42,43,44,45,46,47,48,49,50,51,...209
Powered by FlippingBook