- ๑๐ -
อย่
างไรก็
ตาม มี
ผลการวิ
จั
ยซึ่
งพบว่
า การรู้
เท่
าทั
นสื่
อเป็
นตั
วทํ
านายที่
มี
อิ
ทธิ
พลทางบวกสู
ง
ที่
สุ
ดในการทํ
านายพฤติ
กรรมการบริ
โภคสื่
อด้
วยปั
ญญา (จิ
นตนา ตั
นสุ
วรรณนนท์
, ๒๕๕๓: ๑๓๐)
กล่
าวคื
อ การตระหนั
กรู้
ในผลกระทบของสื่
อจะช่
วยให้
ผู้
บริ
โภคสื่
อปกป้
องตนเองได้
เนื่
องจากจะช่
วย
ให้
สามารถตั
ดสิ
นใจได้
ว่
า ผลแบบใดที่
ตนต้
องการและผลแบบใดที่
ควรหลี
กเลี่
ยง (Potter, ๒๐๐๕ อ้
าง
ถึ
งในจิ
นตนา ตั
นสุ
วรรณนนท์
, ๒๕๕๓: ๑๓๐) การควบคุ
มเนื้
อหาข้
อมู
ลข่
าวสารและกิ
จกรรมทั้
งที่
เป็
น
ประโยชน์
และโทษ ซึ่
งไหลเวี
ยนอยู่
ในเครื
อข่
ายอิ
นเทอร์
เน็
ตจากทั่
วทุ
กมุ
มโลกกระทํ
าได้
ยาก
อิ
นเทอร์
เน็
ตจึ
งเปรี
ยบเสมื
อนดาบสองคมที่
ให้
ทั้
งคุ
ณและโทษ ขึ้
นอยู่
กั
บเยาวชนผู้
ใช้
งาน สํ
าหรั
บภั
ยทาง
อิ
นเตอร์
เน็
ตที่
เกี่
ยวข้
องกั
บเยาวชนได้
แก่
ภั
ยจากสื่
อลามกอนาจาร ภั
ยจากการเข้
าไปพู
ดคุ
ยสนทนา
ออนไลน์
ภั
ยจากการค้
าบริ
การทางเพศ และภั
ยจากการเล่
นเกมที่
มี
เนื้
อหาไม่
เหมาะสมในรู
ปแบบ
ต่
างๆ (วรพจน์
ช่
างปั้
น, ๒๕๕๑; จิ
ตรี
อนุ
สนธิ์
, ๒๕๕๒)
สื่
อปลอดภั
ยและสร้
างสรรค์
สื่
อปลอดภั
ย
หมายถึ
ง สื่
อที่
ไม่
ขั
ดต่
อกฎหมาย ยกตั
วอย่
างสื่
อที่
ขั
ดต่
อกฎหมาย เช่
น สื่
อลามก
สื่
อที่
มี
ลั
กษณะหมิ่
นประมาทผู้
อื่
น สื่
อที่
แนะนํ
าการใช้
สารเสพติ
ด สื่
อโฆษณาการค้
าประเวณี
เป็
นต้
น
สื่
อที่
สร้
างสรรค์
นั้
นหมายถึ
งสื่
อที่
สร้
างเสริ
มการเรี
ยนรู้
และการศึ
กษาให้
กั
บเด็
ก เยาวชนไทยในประเด็
น
หลั
กๆ ๖ เรื่
อง คื
อ ส่
งเสริ
มระบบคิ
ด ส่
งเสริ
มความรู้
ทางวิ
ชาการ เน้
นเรื่
องคุ
ณธรรม-จริ
ยธรรม ส่
งเสริ
ม
ทั
กษะในการใช้
ชี
วิ
ต สื่
อที่
ทํ
าให้
เข้
าใจและเรี
ยนรู้
การอยู่
ร่
วมกั
นหรื
อการผสมผสานความหลากหลายใน
แง่
มุ
มต่
างๆ และสุ
ดท้
ายก็
คื
อ สื่
อที่
ทํ
าให้
เข้
าใจและเกิ
ดความรั
กของคนในครอบครั
ว
อะไรคื
อปั
ญหาด้
านสื่
อปลอดภั
ยและสร้
างสรรค์
ในสั
งคมไทย
ในปั
จจุ
บั
นพบว่
า สื่
อที่
ปลอดภั
ยและสร้
างสรรค์
สํ
าหรั
บเด็
กและเยาวชนมี
น้
อยมาก ในขณะที่
สื่
อที่
ไม่
ปลอดภั
ยนั้
นกลั
บมี
จํ
านวนมากขึ้
นและทวี
ความรุ
นแรงมากขึ้
นเพราะเหตุ
ปั
จจั
ยสํ
าคั
ญ ๖
ประการ ดั
งนี้
(๑) การใช้
ระบบเรตติ้
งเชิ
งปริ
มาณ ทํ
าให้
รายการสํ
าหรั
บเด็
ก เยาวชนไม่
สามารถอยู่
รอดในผั
งรายการได้
(๒) ขาดระบบการส่
งเสริ
มสื่
อที่
ปลอดภั
ยและสร้
างสรรค์
ที่
เป็
นรู
ปธรรมและยั่
งยื
น
(๓) ขาดการสร้
างเสริ
มความเข้
มแข็
งให้
กั
บเด็
ก เยาวชน และครอบครั
วอย่
างจริ
งจั
ง (๔) ขาดการ
ปลู
กฝั
งจริ
ยธรรมที่
ดี
ในการใช้
งานไอซี
ที
(๕) ขาดระบบการส่
งเสริ
มการมี
ส่
วนร่
วมให้
กั
บเด็
ก เยาวชน
และครอบครั
ว และ (๖) ขาดระบบการบั
งคั
บใช้
กฎหมายและการสร้
างกฎหมายใหม่
ที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ
๒) ทฤษฎี
การบ่
มเพาะทางสั
งคม
(socialization theory)
การอบรมบ่
มเพาะ (socialization) มี
ความหมายคล้
ายคลึ
งและแตกต่
างกั
นในรายละเอี
ยด
ตามสาขาวิ
ชาที่
ศึ
กษาดั
งนี้
(กาญจนา แก้
วเทพ, ๒๕๕๒: ๑๖๗)
ในสาขาวิ
ชามานุ
ษยวิ
ทยา
ใช้
คํ
าว่
า “enculturation” ซึ่
งหมายความว่
า คนในแต่
ละสั
งคม
จะต้
องซึ
มซั
บ (internalized) วั
ฒนธรรมที่
เคยเป็
นสิ่
งที่
อยู่
ภายนอกตนเอง (ภาษา ขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณี
ฯลฯ) เข้
าไปไว้
ในตนเอง (en = ซึ
มซาบเข้
าไป + culture = วั
ฒนธรรม) ในแง่
นี้
สื่
อมวลชน
ก็
จะเป็
นส่
วนหนึ่
งที่
แสดงให้
เห็
นว่
า วั
ฒนธรรมของชาติ
นั้
นๆ เป็
นอย่
างไร ก่
อนที่
จะซึ
มซั
บเข้
าไป