- ๑๓ -
ตอบสนอง การให้
รางวั
ล การเรี
ยนรู้
ด้
วยการสั
งเกต จึ
งสามารถเกิ
ดขึ้
นได้
อยู่
ทุ
กเวลา (กาญจนา แก้
ว
เทพ,๒๕๕๒: ๑๗๔-๑๗๕)
Bandura (๑๙๗๑) ได้
รวบรวมวิ
ธี
การที่
การเรี
ยนรู้
ทางสั
งคมจะเกิ
ดขึ้
นได้
โดยผ่
านตั
วแทน
จากสื่
อมวลชน ๓ แบบ (กาญจนา แก้
วเทพ,๒๕๔๓: ๑๘๘-๑๘๙) คื
อ
๑. Observation learning ผู้
ที
่
เปิ
ดรั
บสื่
อทุ
กชนิ
ดย่
อมรู้
จั
กแบบแผนใหม่
ๆ ของการแสดง
พฤติ
กรรมอยู่
ตลอดเวลาจากการนํ
าเสนอของสื่
อ เราทุ
กคนรู้
ว่
าการยิ
งปื
นจะต้
องทํ
าอย่
างไร ทั้
งๆ ที่
ใน
ชี
วิ
ตจริ
งอาจจะไม่
เคยเห็
นหรื
อจั
บปื
นเลยก็
ได้
เรารู้
แม้
กระทั่
งว่
าถ้
าจะจี้
ตั
วประกั
นบนเครื่
องบิ
นจะต้
อง
ทํ
าอย่
าไร เพราะเราเคยดู
หนั
งประเภทนี้
มาหลายรอบแล้
ว
๒. Inhibitory effects การที่
ได้
เห็
นตั
วต้
นแบบถู
กลงโทษเนื่
องจากการกระทํ
าบางอย่
าง จะ
ช่
วยลดแรงจู
งใจของผู้
เลี
ยนแบบที่
จะทํ
าตามให้
น้
อยลง (คล้
ายๆ สํ
านวนของไทยที่
ว่
า “ฆ่
าไก่
ให้
ลิ
งดู
”)
เนื่
องจากผู้
เรี
ยนรู้
จะรู้
สึ
กคล้
ายกั
บว่
าตนเองได้
ถู
กลงโทษเช่
นกั
น มี
ผลจากการวิ
จั
ยเชิ
งทดลองแสดงให้
ว่
า
เมื่
อดู
หนั
งที่
ลงโทษผู้
ใช้
ความรุ
นแรง พฤติ
กรรมที่
ชอบสอดรู้
สอดเห็
นหรื
อพฤติ
กรรมต่
อต้
านสั
งคม
ทั้
งหลาย ผู้
ชมจะแสดงพฤติ
กรรมดั
งกล่
าวในชี
วิ
ตจริ
งน้
อยลง (นี้
อาจจะเป็
นเหตุ
ผลว่
า เพราะเหตุ
ใด
บรรดาหนั
ง action ทั้
งหลายจึ
งต้
องลงโทษตั
วร้
ายในตอนจบ หรื
อละครโทรทั
ศน์
ต้
องมี
แก่
นเรื่
องแบบ
ทํ
าดี
ได้
ดี
ทํ
าชั่
วได้
ชั่
ว)
๓. Disinhibitory effects สํ
าหรั
บสื่
อมวลชนที่
ให้
แบบอย่
างของตั
วต้
นแบบที่
ได้
รั
บรางวั
ล
เนื่
องจากกล้
าแสดงออกซึ่
งพฤติ
กรรมที่
สั
งคมห้
ามปรามมิ
ให้
ฝ่
าฝื
น ก็
สามารถทํ
าให้
ผู้
ชมเลี
ยนแบบ
กระทํ
าพฤติ
กรรมสวนกระแสสั
งคมให้
มากขึ้
นได้
ตั
วอย่
างเช่
น พระเอกที่
ใช้
ความรุ
นแรงแบบซาดิ
สม์
สามารถทํ
าให้
ตั
วละครหญิ
ง (รวมทั้
งนางเอก) มารุ
มรั
ก มี
การวิ
จั
ยเชิ
งทดลอง พบว่
า เมื่
อนํ
าเอา
ภาพยนตร์
ที่
มี
เรื่
องเกี่
ยวกั
บความกล้
าบ้
าบิ่
นที่
ทํ
าพฤติ
กรรมที่
ตามปกติ
สั
งคมห้
ามปรามมาให้
กลุ่
ม
ตั
วอย่
างชมแล้
ว จะมี
ผลทํ
าให้
ผู้
ชมลดความกลั
วหมอฟั
น กลั
วสั
ตว์
เลื้
อยคลาน (เช่
น งู
) และเพิ่
มความ
ก้
าวร้
าวมากขึ้
น
จากที่
กล่
าวมา สรุ
ปได้
ว่
า สื่
อมวลชนมี
อิ
ทธิ
พลต่
อพั
ฒนาการของเด็
กวั
ยรุ่
นอย่
างมาก
สื่
อมวลชนมี
ส่
วนในการให้
ความรู้
และทั
ศนคติ
ต่
อเด็
กวั
ยรุ่
นทั้
งในทางบวกและทางลบ ทั้
งโดยตรงและ
ทางอ้
อม การให้
ความรู้
และทั
ศนคติ
ไม่
ถู
กต้
อง จะมี
ผลในการโน้
มน้
าวจิ
ตใจและทั
ศนคติ
ของเด็
กและ
วั
ยรุ่
นให้
เห็
นผิ
ดเป็
นชอบได้
เนื่
องจากสั
ญชาติ
ญาณของเด็
กวั
ยรุ่
นชอบการเลี
ยนแบบ สื่
อมวลชนต่
างๆ
จึ
งมี
อิ
ทธิ
พลอย่
างมากต่
อวั
ยรุ่
น โดยเฉพาะอย่
างยิ่
งพฤติ
กรรมที่
ไม่
พึ
งประสงค์
และพฤติ
กรรมก้
าวร้
าว
๔) แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บสื่
ออิ
นเทอร์
เน็
ต (internet)
อิ
นเทอร์
เน็
ตถื
อเป็
นสื่
อใหม่
ที่
มี
ผู้
ใช้
งานเป็
นจํ
านวนมากโดยมี
อั
ตราการเติ
บโตร้
อยละ ๒๑ ต่
อ
ปี
นั
บตั้
งแต่
ปี
ค.ศ. ๒๐๐๖ ถึ
ง ๒๐๑๑ และมี
การใช้
งบโฆษณาผ่
านสื่
อออนไลน์
ในอิ
นเทอร์
เน็
ตมากกว่
า
แปดหมื่
นล้
านเหรี
ยญสหรั
ฐในปี
ค.ศ. ๒๐๑๑ โดยในปั
จจุ
บั
นมี
ผู้
ใช้
งานมากถึ
ง ๒,๐๙๕,๐๐๖,๐๐๕ คน
ทั่
วโลก (internet world stats, ๒๐๑๑ อ้
างใน ชานนท์
ศิ
ริ
ธร, ๒๕๕๔)