361
จั
ดการด้
วยศั
กยภาพที่
มี
อยู
่
พร้
อมกั
บมี
ความกล้
าหาญที่
จะเผชิ
ญความเป็
นจริ
งผู
้
ที่
มี
จิ
ตใจใฝ่
กระทํ
า
ก่
อนมั
กจะเป็
นผู
้
สามารถกํ
าหนดหรื
อปรั
บเปลี่
ยนเงื่
อนไขปั
จจั
ยต่
างๆ ให้
เกิ
ดเป็
นทางออกใหม่
ๆ
ของปั
ญหานั
้
นๆ ได้
จิ
ตใจดั
งกล่
าวยั
งเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญในการจุ
ดประกายให้
ผู
้
อื่
นเกิ
ดความสนใจใน
สิ่
งที่
ผู
้
นํ
าเสนอจนพร้
อมที่
จะให้
ความร่
วมมื
อได้
ไม่
ยาก รวมถึ
งเป็
นปั
จจั
ยให้
เกิ
ดการฟื
้
นฟู
พลั
งกลุ่
ม
หากพลั
งกลุ่
มถู
กลดทอนอั
นเนื่
องจากสมาชิ
กกลุ่
มเริ่
มรู
้
สึ
กท้
อแท้
หรื
อเสี
ยขวั
ญกํ
าลั
งใจไป
อย่
างไรก็
ตาม อาจมี
หลายสถานการณ์
ที่
เลวร้
ายจนเราไม่
สามารถควบคุ
มได้
เนื่
องด้
วย
ศั
กยภาพอั
นจํ
ากั
ดของเรา ดั
งนั
้
นถึ
งที่
สุ
ดแล้
วเราจํ
าต้
องวางจิ
ตวางใจปล่
อยให้
ทุ
กสิ่
งดํ
าเนิ
นไปตามกฎ
แห่
งอนั
ตตา กล่
าวคื
อ ไม่
พึ
งยึ
ดมั่
นถื
อมั่
นในความเห็
นว่
าเป็
นตั
วเป็
นตน ไม่
พยายามฝื
นบั
งคั
บ
ควบคุ
มให้
อยู
่
ในอํ
านาจของเรา หากปั
จจั
ยต่
างๆ ไม่
เอื
้
อเฟื
้
อเพี
ยงพอให้
เป็
นไปตามต้
องการ เพราะ
สรรพสิ่
งล้
วนประกอบกั
นขึ
้
นตามเหตุ
ปั
จจั
ย สั
มพั
นธ์
กั
นตามเหตุ
ปั
จจั
ย ไม่
มี
สิ่
งใดอยู
่
ในอํ
านาจของ
ใครหรื
อสิ่
งใดโดยเบ็
ดเสร็
จดั
งนั
้
นเราทํ
าได้
ดี
ที่
สุ
ดก็
เพี
ยงกระทํ
าไปตามกระบวนของเหตุ
ปั
จจั
ยเท่
าที่
เรารู
้
ว่
ามี
ปั
จจั
ยใดบ้
างที่
นํ
าไปสู
่
ผลที่
ต้
องการอย่
างไรก็
ตามจิ
ตใจที่
เป็
นผู
้
เริ่
มกระทํ
าก่
อนมั
กจะผลั
กดั
น
ให้
เกิ
ดความคิ
ดสร้
างสรรค์
เพื่
อขยายขอบเขตของศั
กยภาพในการทํ
าให้
สถานการณ์
หรื
อปั
ญหา
อุ
ปสรรคคลี่
คลายดี
ขึ
้
นได้
ไม่
มากก็
น้
อย
ในทางปฏิ
บั
ติ
แล้
วผู
้
นํ
าแต่
ละคนย่
อมจะมี
คุ
ณสมบั
ติ
เด่
นและด้
อยในบางด้
าน คุ
ณสมบั
ติ
ด้
านที่
ขาดไปอาจสามารถชดเชยหรื
อเสริ
มหนุ
นให้
องค์
กรเกิ
ดความสมดุ
ลได้
โดยเปิ
ดโอกาสให้
ผู
้
อื่
นที่
มี
คุ
ณลั
กษณะเด่
นในด้
านนั
้
นซึ
่
งเข้
ามามี
บทบาทแทนหรื
อพยายามพั
ฒนาคุ
ณสมบั
ติ
ด้
านนั
้
น
ขึ
้
นมาให้
เกิ
ดความสมดุ
ลภายในตนก็
เป็
นอี
กทางเลื
อกหนึ
่
ง
โดยสรุ
ปการอธิ
บายผู
้
นํ
ามี
ฐานะและบทบาทสู
งกว่
าบุ
คคลทั่
วไป และภาวะดั
งกล่
าว
แสดงบทบาทอํ
านาจอิ
ทธิ
พลและความสามารถในการเคารพพระพุ
ทธศาสนา สมาชิ
กหรื
อผู
้
ตาม
ปฏิ
บั
ติ
ตามความคิ
ดความต้
องการภาวะที่
มี
อิ
ทธิ
พลเหนื
อความคิ
ดและพฤติ
กรรมของผู
้
อื่
นนั
้
นแสดง
ความเป็
นผู
้
นํ
า โดยการใช้
บทบาทการทํ
างานของผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธที่
สามารถสร้
าง
ประโยชน์
กั
บสมาชิ
กและผู
้
ตามให้
ได้
รั
บประโยชน์
โดยถ้
วนกั
น
อ้
างอิ
งจาก :
ปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร. 2551. งานพลั
งกลุ่
มและความสุ
ข. กรุ
งเทพมหานคร : สามลดา.