bk129 - page 183
175
ขั
้
นตอนที่
5 การสร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
การสร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
ให้
เหมาะสมกั
บความต้
องการของผู
้
เรี
ยนดั
งขั
้
นตอนที่
2 ผู
้
วิ
จั
ยจึ
ง
ได้
ศึ
กษาและเข้
าอบรมเนื
้
อหาฝึ
กฝนปฏิ
บั
ติ
จริ
งในหลั
กสู
ตรต่
างๆที่
เกี่
ยวข้
อง เพื่
อให้
ได้
หลั
กปฏิ
บั
ติ
และนํ
ามาประยุ
กต์
ใช้
ในการสร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
ดั
งนี
้
5.1ผู
้
วิ
จั
ยนํ
าความรู
้
ที่
ได้
รั
บในเรื่
องการทํ
ากิ
จกรรมการพั
ฒนาความเป็
นผู
้
นํ
าในตนเองและ
การพั
ฒนาความเป็
นผู
้
นํ
าในการทํ
างานร่
วมกั
นเพื่
อประโยชน์
ส่
วนร่
วมและนํ
าไปสู
่
การเปลี่
ยนแปลง
ที่
เหมาะสมต่
อสภาพสั
งคมและวั
ฒนธรรมในปั
จจุ
บั
นมาประยุ
กต์
ใช้
กั
บโปรแกรมการศึ
กษานอก
ระบบโรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธสํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทย โดยนํ
ากิ
จกรรมการ
พั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
า ประกอบด้
วยทั
กษะการพู
ดและการฟั
ง การเข้
าใจตนเองและผู
้
อื่
น คุ
ณสมบั
ติ
ของ
ผู
้
นํ
า การแลกเปลี่
ยนประสบการณ์
การทํ
างานเป็
นที
ม การเขี
ยนโครงการและหลั
กธรรมของผู
้
นํ
า
5.2นํ
าหลั
กการจั
ดกิ
จกรรมตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สและขั
้
นตอนการทํ
ากิ
จกรรม การ
ทํ
าคลื่
นสมองตํ
่
า การทํ
าโยคะ สมาธิ
การเต้
นเกาชิ
กิ
และการผ่
อนคลายร่
างกายและจิ
ตใจด้
วย
กิ
จกรรมการตระหนั
กรู
้
ในตนเอง นํ
ามาประยุ
กต์
ใช้
ให้
สอดคล้
องและเหมาะสมตามเนื
้
อหากิ
จกรรม
พั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธโดยใช้
วิ
ธี
การฝึ
กปฏิ
บั
ติ
จริ
งและให้
ผู
้
เข้
ารั
บการอบรมเกิ
ด
แรงจู
งใจต่
อการเรี
ยนรู
้
มี
สมาธิ
ตระหนั
กรู
้
ภายในตนเอง เกิ
ดความเชื่
อมั่
น และช่
วยพั
ฒนาทั
กษะ
การเรี
ยนรู
้
ของผู
้
เข้
าอบรมให้
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพมากยิ่
งขึ
้
นผู
้
วิ
จั
ยจึ
งได้
นํ
ากิ
จกรรมที่
ได้
ประยุ
กต์
ขึ
้
นมา
กํ
าหนดขอบเขตความรู
้
ของการจั
ดโปรแกรมการศึ
กษานอกระบบโรงเรี
ยนเพื่
อพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการ
เปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ เพื่
อจั
ดทํ
าโปรแกรมการฝึ
กอบรมให้
แม่
ชี
ไทยต่
อไป
5.3 ผู
้
วิ
จั
ยนํ
าเนื
้
อหาความรู
้
ที่
เกี่
ยวกั
บภาวะผู
้
นํ
าทั
้
ง 8ด้
านของปรี
ดา เรื
องวิ
ชาธร (2551)
ประกอบด้
วย 1. มี
คุ
ณธรรมอั
นประเสริ
ฐประจํ
าใจกํ
ากั
บตั
วเอง และปฏิ
บั
ติ
ต่
อผู
้
อื่
น 2. ทั
กษะใน
การติ
ดต่
อสื่
อสาร 3.ทั
กษะในการสั
งเกตเพื
่
อมองคนให้
เห็
นลึ
กถึ
งศั
กยภาพภายใน 4. มี
ความสมดุ
ล
ระหว่
างและความกล้
าในการตั
ดสิ
นใจและการไตร่
ตรองอย่
างรอบคอบ 5. มี
จิ
ตใจใฝ่
เรี
ยนรู
้
เพื่
อหา
ความจริ
งและลึ
กซึ
้
งยิ่
งขึ
้
น 6. มี
ความยื
ดหยุ่
น ไม่
ยึ
ดมั่
นติ
ดกรอบความคิ
ดอย่
างตายตั
ว 7. มี
ทั
กษะ
และประสบการณ์
ในการมองเห็
นการเปลี่
ยนแปลงของสั
งคม 8. มี
จิ
ตใจที่
เป็
นผู
้
เริ่
มกระทํ
าก่
อน เพื่
อ
นํ
ามาใช้
ในกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
้
5.4 ผู
้
วิ
จั
ยนํ
าผลความต้
องการเรี
ยนรู
้
ในเรื่
องการพั
ฒนาภาวะผู
้
นํ
าการเปลี่
ยนแปลงเชิ
งพุ
ทธ
สํ
าหรั
บแม่
ชี
ไทยที่
ได้
จากการวิ
เคราะห์
ในขั
้
นตอนที่
2 และการประยุ
กต์
เนื
้
อหาจากการอบรมมา
สร้
างแผนการเรี
ยนรู
้
โดยใช้
กระบวนการเรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
ที่
ผสมผสานแนวคิ
ดกระบวนการ
เรี
ยนการสอนผู
้
ใหญ่
ของKnowles (1980) และหลั
กการจั
ดกิ
จกรรมตามแนวคิ
ดนี
โอฮิ
วแมนนิ
สโดย
1...,173,174,175,176,177,178,179,180,181,182
184,185,186,187,188,189,190,191,192,193,...409