bk128 - page 125

188
4.เนื้
อหา
เนื้
อหาสาระเกี่
ยวกั
บความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน และความรั
บผิ
ดชอบต
สั
งคมสํ
าหรั
บประชาชนผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน ประกอบด
วย
1)หลั
กการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
2) การผลิ
ตรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนวิ
ทยุ
ชุ
มชน
3) รู
ปแบบรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
4) การใช
เสี
ยงอย
างถู
กต
อง
5) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการเสนอข
าว
6) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการแสดงความคิ
ดเห็
7) ความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมในการประกาศโฆษณา
5. กิ
จกรรมการเรี
ยนรู
โดยนํ
ากระบวนการจากการสั
งเคราะห
ทฤษฎี
การเรี
ยนรู
เน
นงานปฏิ
บั
ติ
การกระทํ
าเชิ
ภาษาการเรี
ยนรู
โดยการปรั
บเปลี่
ยนมโนทั
ศน
ความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชนและความ
รั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคมของสื่
อมวลชน จากกรอบแนวคิ
ดในการวิ
จั
ยนํ
ามาใช
ในขั้
นตอนกระบวนการ
จั
ดกิ
จกรรมการเรี
ยนรู
เกี่
ยวกั
บความรั
บผิ
ดชอบต
อสั
งคม ในการจั
ดการสถานี
วิ
ทยุ
ชุ
มชนดั
งนี้
5.1ขั้
นเตรี
ยมปฏิ
บั
ติ
งาน (Pre-task) คื
อชี้
แจงวั
ตถุ
ประสงค
ขั้
นตอนการเรี
ยนรู
และ
มอบหมายชิ้
นงาน ให
กั
บผู
เรี
ยน
5.2ขั้
นระหว
างปฏิ
บั
ติ
งาน (During-task)ประกอบด
วย
1) นํ
าเสนอข
อมู
ลข
อเท็
จจริ
ง (Constatives) คื
อผู
สอนนํ
าเสนอข
อมู
ลข
าวสาร
เนื้
อหา และข
อเท็
จจริ
ง ในแต
ละสาระการเรี
ยนรู
แก
ผู
เรี
ยนอาจอยู
ในรู
ปแบบของการบรรยายหรื
การสาธิ
ต เป
นต
2) การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสาร (Regulative) คื
อปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บจาก
ผู
เรี
ยนหลั
งจากที่
ผู
สอนได
ให
ข
อมู
ลเนื้
อหาสาระในขั้
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ
งขั้
นตอนการเรี
ยนรู
ได
ดั
งนี้
(1) ตั้
งสมมติ
ฐานผู
เรี
ยนตั้
งสมมติ
ฐานหรื
อข
อคํ
าถามที่
เกิ
ดขึ้
นในผู
เรี
ยนแต
ละ
คนหลั
งจากได
รั
บความรู
จากผู
สอน
(2) ปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดคื
อผู
เรี
ยนปรั
บความคิ
ดเลื
อกหาคํ
าตอบ ในข
คํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ผู
เรี
ยนแต
ละคนได
ตั้
งไว
อาจจะอยู
ในรู
ปแบบของการอภิ
ปรายกลุ
มหรื
อลง
พื้
นที่
สํ
ารวจชุ
มชน เพื่
อหาคํ
าตอบนั้
นๆ
(3) ตั
ดสิ
นใจคื
อผู
เรี
ยนตั
ดสิ
นใจเลื
อกคํ
าตอบ ในข
อคํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ตนเองได
ตั้
งไว
และตั
ดสิ
นใจปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดด
วยตนเอง
1...,115,116,117,118,119,120,121,122,123,124 126,127,128,129,130,131,132,133,134,135,...374
Powered by FlippingBook