st118 - page 114
104
อย่
างรวดเร็
ว ประกอบกั
บรั
ฐบาลมี
แผนส่
งเสริ
มและเร่
งรั
ดพั
ฒนาด้
านอุ
ตสาหกรรมการท่
องเที่
ยว
จึ
งจํ
าเป็
นที่
จะต้
องผลั
กดั
นให้
เกิ
ดการพั
ฒนาในด้
านอื่
นๆ โดยเฉพาะด้
านโครงสร้
างพื
้
นฐานของ
เกาะพะงั
นทั
้
งที่
เป็
นสาธารณู
ปโภคและบริ
การสาธารณะต่
าง ๆ เมื่
อรั
ฐบาลมี
นโยบายสนั
บสนุ
นการ
ท่
องเที่
ยวสู
่
ภู
มิ
ภาค โดยเน้
นการพั
ฒนาอุ
ตสาหกรรมการท่
องเที่
ยว ตั
้
งแต่
ปี
พ.ศ. 2525 เป็
นต้
นมา
ส่
งผลให้
เกาะพะงั
นได้
รั
บการเปลี่
ยนแปลงจากชุ
มชนเกษตรกรรมสวนมะพร้
าวและประมงพื
้
นบ้
าน
ไปสู
่
ชุ
มชนทั
นสมั
ย มี
วิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบธุ
รกิ
จมากขึ
้
น ใช้
ชี
วิ
ตอยู
่
กั
บการท่
องเที่
ยวทํ
าให้
เกาะพะงั
น
กลายเป็
นสวรรค์
กลางอ่
าวไทย ดั
งคํ
าขวั
ญที่
ว่
า
“พระจั
นทร์
สวย นํ้
าใส หาดทรายขาว ปะการั
ง
แพรวพราว เพชรกลางอ่
าวเมื
องคนดี
”
กิ
จกรรมด้
านการท่
องเที่
ยวที่
ขึ
้
นชื่
อของเกาะพะงั
นซึ่
งเหล่
า
นั
กท่
องเที่
ยวต่
างประเทศรู
้
จั
กกั
นเป็
นอย่
างดี
คื
อ งานฟู
ลมู
นปาร์
ตี
้
ที่
จั
ดทุ
กคื
นวั
นเพ็
ญพระจั
นทร์
เต็
ม
ดวงณบริ
เวณหาดริ
้
น ชายหาดที่
ได้
ชื่
อว่
าเห็
นพระจั
นทร์
สวยที่
สุ
ดในโลก
พั
ฒนาการทางด้
านเศรษฐกิ
จ
โครงสร้
างทางเศรษฐกิ
จของอํ
าเภอเกาะพะงั
นขึ
้
นอยู
่
อาชี
พธุ
รกิ
จเกี่
ยวกั
บการท่
องเที่
ยวและ
การบริ
การ รายได้
เฉลี่
ยต่
อคนต่
อปี
อยู
่
ที่
120,000-180,000บาทต่
อปี
ส่
วนในภาคการเกษตรและ
ประมงพื
้
นบ้
านอยู
่
ที่
60,000-120,000บาทต่
อปี
ในระยะแรกการประกอบอาชี
พของชาวเกาะพะงั
น คื
ออาชี
พการทํ
าประมงพื
้
นบ้
าน ผู
้
คน
อพยพมากลุ
่
มแรกๆ มาจากหลายพื
้
นที่
ได้
แก่
สมุ
ย ไชยา ท่
าศาลา ดอนสั
ก ปากพนั
ง
นครศรี
ธรรมราช และปั
ตตานี
เนื่
องจากเกาะพะงั
นมี
อ่
าวที่
เหมาะสํ
าหรั
บจอดเรื
อประมงต่
างๆ
ระยะที่
สองประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2430-2452 มี
ชาวจี
นเข้
ามาอยู
่
ปะปนกั
บคนไทย โดยคน
ไทยประกอบอาชี
พเกษตรกรรมทํ
าไร่
ข้
าว ไร่
แตง สวนมะพร้
าว เลี
้
ยงกระบื
อสุ
กร เป็
ดและไก่
ส่
วน
ชาวจี
นทํ
าเหมื
องแร่
ดี
บุ
ก เก็
บรั
งนก และชาวจี
นไหหลํ
าบางส่
วนยั
งเดิ
นเรื
อสํ
าเภาค้
าขายมะพร้
าว
ห้
าวและนํ
้
ามั
นมะพร้
าว
ระยะที่
สามประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2450-2500 เป็
นช่
วงที่
มี
การย้
ายถิ่
นฐานของชาวอี
สาน
ที่
มาหางานทํ
าแถวเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น โดยประกอบอาชี
พรั
บจ้
าง ทํ
าให้
มี
การบุ
กรุ
กพื
้
นที่
ป่
า
มาเป็
นที่
อยู
่
อาศั
ย และในระยะนี
้
เริ่
มมี
นั
กท่
องเที่
ยวเดิ
นทางต่
อมาจากเกาะสมุ
ยมายั
งเกาะพะงั
น
เพิ่
มขึ
้
นเรื่
อยๆ ชาวบ้
านจึ
งเริ่
มทํ
าที่
พั
กบั
งกะโลจากวั
สดุ
พื
้
นบ้
านในท้
องถิ่
นเพื่
อบริ
การนั
กท่
องเที่
ยว
ระยะที่
สี่
ประมาณช่
วงปี
พ.ศ. 2500 เป็
นต้
นมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น ในช่
วงนี
้
รั
ฐบาลส่
งเสริ
มการ
ท่
องเที่
ยวอย่
างจริ
งจั
ง โดยกํ
าหนดให้
การท่
องเที่
ยวเป็
นยุ
ทธศาสตร์
ที่
สํ
าคั
ญเพื่
อสร้
างรายได้
ทํ
าให้
เริ่
มมี
การลงทุ
นจากกลุ
่
มนายทุ
นทั
้
งภายในและภายนอกอย่
างรวดเร็
ว มี
การพั
ฒนาแหล่
งท่
องเที่
ยว
และมี
ธุ
รกิ
จต่
าง ๆ เกี่
ยวกั
บการท่
องเที่
ยวและการบริ
การเพื่
อรองรั
บนั
กท่
องเที่
ยว โดยเฉพาะ
1...,104,105,106,107,108,109,110,111,112,113
115,116,117,118,119,120,121,122,123,124,...290