๗๗
น้ํ
าตาลแต
เพิ่
มการทํ
านา (๒) ความพยายามใช
เทคโนโลยี
ในการประกอบอาชี
พซึ่
งยั
งอยู
ในขั้
นตอนของ
แนวคิ
ดเพราะการลงทุ
นสู
ง (๓) การปรั
บวิ
ถี
การผลิ
ตโดยแยกออกเป
นการผลิ
ตน้ํ
าตาลโตนดแท
ที่
ราคาสู
ง
กั
บน้ํ
าตาลหลอมที่
ราคาถู
กโดยเป
นไปตามความต
องการของตลาด (๔) การปรั
บรู
ปแบบการจั
ดจํ
าหน
าย
จากการผลิ
ตเพื่
อบริ
โภคที่
ต
างคนต
างขายเป
นการผลิ
ตเพื่
อธุ
รกิ
จโดยเน
นการรวมกลุ
ม (๕) การสนั
บสนุ
น
จากภาครั
ฐ แม
จะมี
การดํ
าเนิ
นการแต
ก็
ยั
งขาดการหาความจํ
าเป
นจึ
งมั
กไม
สอดคล
องกั
บความต
องการ
ของชุ
มชน และ (๖) การก
าวสู
ธุ
รกิ
จการเกษตร ซึ่
งอาชี
พการทํ
าน้ํ
าตาลโตนดมี
พั
ฒนาการอยู
ในขั้
นของ
ความพยายามใช
การเกษตรแผนใหม
โดยเปลี่
ยนแปลงเทคโนโลยี
การผลิ
ตต
าง ๆ และ๔) แนวโน
มการคง
อยู
ของอาชี
พการทํ
าน้ํ
าตาลโตนด พบว
า ปรากฏใน ๓ ขั้
นตอน คื
อ ขั้
นตอนที่
๑ การทํ
าน้ํ
าตาลโตนด
แบบดั้
งเดิ
มโดยใช
ผลผลิ
ตน้ํ
าตาลที่
ได
จากต
นตาลที่
ขึ้
นตามหั
วไร
ปลายนายั
งคงอยู
โดยมี
ปริ
มาณลดลงและ
อาจจะหายไปในเวลาอี
กไม
เกิ
น ๓๐ ป
ขั้
นตอนที่
๒ การทํ
าน้ํ
าตาลโตนดแบบดั้
งเดิ
มมี
การปรั
บเปลี่
ยน
เทคโนโลยี
และภู
มิ
ป
ญญาบางส
วน และมี
การผลิ
ตน้ํ
าตาลหลอมแทนที่
มากขึ้
น ขั้
นตอนที่
๓ การทํ
า
น้ํ
าตาลโตนดจากสวนตาลที่
ปลู
กตาลเป
นพื
ชเชิ
งเดี่
ยวและในอนาคตมี
แนวโน
มพั
ฒนาสู
ธุ
รกิ
จการเกษตร
แบบบรรษั
ทข
ามชาติ
พิ
ไลพร ธรรมรั
กษ
(๒๕๕๔ : ๑๔๔-๑๕๖) ทํ
าการวิ
จั
ยเรื่
อง การเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและ
วั
ฒนธรรมในการทํ
าตาลโตนด ศึ
กษากรณี
หมู
๖ บ
านดงห
วยหลวง ตํ
าบลบ
านทาน อํ
าเภอบ
านลาด
จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
วั
ตถุ
ประสงค
ในการวิ
จั
ยครั้
งนี้
คื
อ เพื่
อศึ
กษาถึ
งความทั
นสมั
ยที่
ทํ
าให
เกิ
ดการ
เปลี่
ยนแปลงในการทํ
าตาลโตนด และป
จจั
ยที่
มี
ผลต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรม
ตลอดจนการปรั
บตั
วของผู
ประกอบอาชี
พทํ
าตาลโตนดที่
หมู
๖บ
านดงห
วยหลวง ตํ
าบลบ
านทานอํ
าเภอ
บ
านลาด จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
โดยใช
การวิ
จั
ยเชิ
งคุ
ณภาพ (Qualitative Research) ผลการวิ
จั
ยพบว
าความ
ทั
นสมั
ย ได
แก
การคมนาคม การชลประทาน และระบบราชการ ทํ
าให
เกิ
ดการเปลี่
ยนแปลงในการทํ
า
ตาลโตนด คื
อ ทํ
าให
มี
การประกอบอาชี
พทํ
าตาลโตนดลดน
อยลง ในขณะที่
มี
การประกอบอาชี
พทํ
านา
มากขึ้
น และเป
นป
จจั
ยที่
มี
ผลต
อการเปลี่
ยนแปลงทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของผู
ประกอบอาชี
พทํ
า
ตาลโตนด โดยป
จจั
ยดั
งกล
าวได
ทํ
าให
ระบบความสั
มพั
นธ
แบบเจ
าเตาและลู
กเตาสู
ญหายไปจากหมู
บ
าน
ทํ
าให
ต
างคนต
างอยู
ไม
ค
อยมี
การช
วยเหลื
อกั
นมากนั
ก ความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมต
างๆที่
เกี่
ยวข
องกั
บอาชี
พ
ทํ
าตาลโตนดลดความสํ
าคั
ญลงจนใกล
สู
ญหายไป และจากการเปลี่
ยนแปลงดั
งกล
าวได
ทํ
าให
ผู
ประกอบ
อาชี
พทํ
าตาลโตนดมี
การปรั
บตั
วคื
อมี
การสร
างระบบความสั
มพั
นธ
แบบใหม
ขึ้
นแทนระบบความสั
มพั
นธ
แบบเจ
าเตาและลู
กเตา คื
อ มี
การรวมกลุ
มกั
นจั
ดตั้
งเป
นวิ
สาหกิ
จชุ
มชน เพื่
ออนุ
รั
กษ
และพั
ฒนาอาชี
พทํ
า
ตาลโตนด ตลอดจนความเชื่
อและพิ
ธี
กรรมต
างๆ ที่
เกี่
ยวข
องกั
บอาชี
พทํ
าตาลโตนดไว
ให
คงอยู
ต
อไป
พรพิ
มล สงกระสั
น (๒๕๕๒ : ๗๙-๙๘) ศึ
กษาประสิ
ทธิ
ผลของการสื่
อสารเพื่
อการอนุ
รั
กษ
ตาลโตนดของประชาชนในจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
โดยศึ
กษากระบวนการสื่
อสารและกลยุ
ทธ
การสื่
อสารการ
รั
บรู
ข
าวสาร การรั
บรู
ประโยชน
และการมี
ส
วนร
วมในการอนุ
รั
กษ
และศึ
กษาความสั
มพั
นธ
ระหว
างการ