แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 84

๗๒
การแข
งขั
นกั
นขึ้
นเพื่
อเป
นการประลองความ แข็
งแกร
งของวั
วจากบ
านต
างๆ หลั
งจากการเสร็
จฤดู
ทํ
านา
ทํ
าจนเป
นประเพณี
เรื่
อยมา จนถึ
งป
จจุ
บั
นมี
การใช
วั
วแข
งขั
นรอบละประมาณ ๒๐ ตั
ว โดยมี
วั
วเพี
ยง ๒
ตั
วท
าย นอกสุ
ดของวงแถว เรี
ยกว
า "วั
วใน" และ "วั
วนอก" ที่
วิ่
งแข
งขั
นประลองกั
น เนื่
องจาก สภาพ
อากาศร
อนและการทํ
ามาหากิ
นในตอนกลางวั
น การแข
งขั
นวั
วลานจึ
งทํ
ากั
นใน ตอนกลางคื
นมั
กเริ่
ประมาณ๔ทุ
ม แข
งกั
นไปจนฟ
าสาง และมี
เกื
อบทุ
กวั
นในหน
าร
อน ทํ
าให
อํ
าเภอบ
านลาดเป
นอํ
าเภอที่
น
าสนใจเหมาะสมที่
เป
นเมื
องแห
งการท
องเที่
ยวเชิ
งเกษตร อํ
าเภอบ
านลาดอยู
ติ
ดอํ
าเภอเมื
องเพชรบุ
รี
ไป
ทางทิ
ศใต
ระยะทางระหว
างตั
วอํ
าเภอห
างกั
นเพี
ยง ๕ กิ
โลเมตร
ภู
มิ
ป
ญญาชุ
มชน “ตาลโตนด” ชุ
มชนบ
านถ้ํ
ารงค
ภู
มิ
ประเทศของจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ส
วนใหญ
เป
นที่
ราบลุ
ม เหมาะแก
การเกษตรกรรม ซึ่
ในอดี
ตจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ได
ชื่
อว
าอุ
ดมสมบู
รณ
ด
วยต
นตาลและนาข
าว โดยเฉพาะการผลิ
ตน้ํ
าตาลโตนดส
เป
นสิ
นค
าออกทํ
ารายได
เป
นอั
นดั
บ ๑ ของจั
งหวั
ด และต
อมายั
งสามารถทํ
าหม
อตาลสํ
าหรั
บใส
น้ํ
าตาล
เป
นสิ
นค
าออกควบคู
ไปอี
กด
วย เป
นที่
โจษจั
นกั
นมานานแล
วว
า ตาล(โตนด) เมื
องเพชรนั้
นให
รสหวานนั
อี
กทั้
งความอร
อยก็
ไม
เป
นสองรองใคร แต
น
าเสี
ยดายที่
วั
นนี้
"ต
นตาล"ไม
คู
บ
านคู
เมื
องเพชรบุ
รี
กลั
บมี
จํ
านวนลดน
อยถอยลงไปมาก เช
นเดี
ยวกั
บวิ
ถี
การทํ
าตาลของชาวเมื
องเพชรที่
นั
บวั
นยิ่
งลดน
อยลงทุ
กที
อย
างไรก็
ดี
เพชรบุ
รี
วั
นนี้
ยั
งคงไม
สิ้
นไร
ซึ่
งวิ
ถี
แห
งตาล เพราะที่
"ชุ
มชนถ้ํ
ารงค
" (ตํ
าบลถ้ํ
ารงค
) อํ
าเภอบ
านลาด
ยั
งคงมี
การอนุ
รั
กษ
สวนตาลโตนดและภู
มิ
ป
ญญาการทํ
าตาลไว
ให
คนรุ
นหลั
งได
เรี
ยนรู
กั
น รวมถึ
งยั
งเป
ชุ
มชนที่
โดดเด
นไปด
วยภู
มิ
ป
ญญาและวิ
ถี
ชนบทแบบคนเพชร จนถู
กยกให
เป
นหนึ่
งในชุ
มชนท
องเที่
ยวที่
น
าสนใจมากแห
งหนึ่
งของภาคกลาง
ภู
มิ
ป
ญญาชุ
มชน “ตาลโตนด” ชุ
มชนบ
านถ้
ารงค
เป
นชุ
มชนที่
มี
ความโดดเด
นด
านการ
อนุ
รั
กษ
ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นเกี่
ยวกั
บตาลโตนด ซึ่
งนั
บวั
นภู
มิ
ป
ญญานี้
จะหายจากชุ
มชน เนื่
องจากขาดการ
สื
บสานจากคนรุ
นใหม
จากการสํ
ารวจคนที่
ทํ
าอาชี
พเกี่
ยวกั
บการทํ
าตาลจะเป
นคนที่
มี
อายุ
มากและไม
นิ
ยมให
ลู
กหลานสื
บสานงานต
อเนื่
องจากเป
นงานที่
ต
องมี
ความเสี่
ยงได
ผลต
อแทนที่
ไม
มากซึ่
งแตกต
าง
จากอดี
ตที่
เด็
กผู
ชายจะต
องช
วยพ
อการทํ
านา ทํ
าตาล ส
วนเด็
กผู
หญิ
งก็
ช
วยแม
เคี่
ยวน้ํ
าตาล เป
นการสื
สานภู
มิ
ป
ญญาต
อเนื่
อง แต
ป
จจุ
บั
น ด
วยสภาวะสั
งคม เศรษฐกิ
จ วิ
ถี
ชี
วิ
ตที่
เปลี่
ยนไปในป
จจุ
บั
น เด็
กต
อง
เข
าเรี
ยนตามระบบการศึ
กษาไม
ได
ช
วยพ
อแม
ทํ
างานเหมื
อนเดิ
ม และนอกจากนั้
นพ
อแม
ยั
งเห็
นว
าการทํ
ตาลเป
นงานที่
ยากต
องอดทนและอั
นตราย คนทํ
าตาลในแต
ละป
พบว
ามี
การตกต
นตาลตกลงมาเสี
ยชี
วิ
หรื
อเป
นไม
รั
บบาดเจ็
บอยู
เป
นประจํ
า ยั
งโชคดี
ที่
ชุ
มชน ถ้ํ
ารงค
ยั
งมี
การอนุ
รั
กษ
ภู
มิ
ป
ญญาด
าน
“ตาลโตนด” โดยเฉพาะนายถนอม ภู
เงิ
นปราชญ
ท
องถิ่
นที่
เล็
งเห็
นความสํ
าคั
ญของต
นตาลโตนด มี
การ
อนุ
รั
กษ
ต
นตาล พั
ฒนาการปลู
กตาลโตนด โดยทํ
าเป
นสวนตาล โดยมี
ทฤษฎี
การเพาะต
นตาล การทํ
แปลงปลู
กต
นตาล ทํ
าให
การป
นต
นตาลง
ายโดยทํ
านั่
งร
านเชื่
อมต
นตาลแต
ละคน ร
วมทั้
งคนในชุ
มชนต
อง
1...,74,75,76,77,78,79,80,81,82,83 85,86,87,88,89,90,91,92,93,94,...176
Powered by FlippingBook