แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 76

๖๔
คนแรกในนาม ท
านขุ
น ของตนเองว
า ขุ
นสะท
อนสะท
านเดช เมื่
ออํ
าเภอท
าช
างได
เปลี่
ยนชื่
อเป
นอํ
าเภอ
บ
านลาด เมื่
อป
พ.ศ. ๒๔๘๑ ตํ
าบลไร
สะท
อน จึ
งขึ้
นการปกครองกั
บ อํ
าเภอบ
านลาด จั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
ตั้
งแต
บั
ดนั้
นเป
นต
นมา
ตํ
าบลไร
สะท
อนมี
๘หมู
บ
านประกอบด
วยหมู
๑บ
านไร
มะนาวหมู
๒บ
านไร
สั
ตว
หมู
๓ บ
านไร
สะท
อน หมู
๔ บ
านไร
ขวาง หมู
๕ บ
านกร
าง หมู
๖ บ
านหนองแก หมู
๗ บ
านไร
ฝาง
หมู
๘บ
านไร
หั
วโลด (องค
การบริ
หารส
วนตํ
าบลไร
สะท
อน. ๒๕๕๖)
ลั
กษณะทางกายภาพ
ตํ
าบลไร
สะท
อน อยู
ห
างจากที่
ว
าการอํ
าเภอบ
านลาดไปทางทิ
ศตะวั
นตกเฉี
ยงใต
เป
นระยะทางประมาณ ๕ กิ
โลเมตร ประกอบด
วยพื้
นที่
ทั้
งหมดประมาณ ๒๑.๐๘๑ ตารางกิ
โลเมตร
( ประมาณ๑๓,๑๗๕ ไร
) พื้
นที่
ส
วนใหญ
เป
นที่
ราบลุ
ม มี
ลํ
าห
วยบ
อเป
และห
วยร
อและคลองชลประทาน
ไหลผ
านตลอดแนวทางตะวั
นตก และคลองชลประทานสายใหญ
ฝ
งซ
าย ทํ
าให
สภาพพื้
นที่
มี
ความ
เหมาะสมในการทํ
าเกษตร ซึ่
งส
วนใหญ
เป
นพื้
นที่
ทํ
านา การก
อตั้
งบ
านเรื
อนมี
ลั
กษณะกระจายเป
นกลุ
มๆ
สภาพอากาศฤดู
ร
อน ร
อนปานกลาง อยู
ในชั
ยภู
มิ
ที่
ฤดู
ฝนและน้ํ
าหลาก มี
โอกาสได
รั
บอุ
ทกภั
ย ฤดู
หนาว
ไม
หนาวนั
ก มี
ถนนสายหลั
ก ๒ สาย คื
อ สายทางหลวงจั
งหวั
ดเลี
ยบคลองชลประทานฝ
งซ
าย และถนน
สาย รพช.จากตํ
าบลตํ
าหรุ
ผ
านหมู
๗, ๖, ๘ ไปสู
ตํ
าบลห
วยลึ
อาณาเขตตํ
าบล
ทิ
ศเหนื
อ ติ
ดต
อ ตํ
าบลหนองกะปุ
ตํ
าบลท
าช
าง อํ
าเภอบ
านลาด
ทิ
ศใต
ติ
ดต
อ ตํ
าบลท
าแลง อํ
าเภอท
ายาง
ทิ
ศตะวั
นออก ติ
ดต
อ ตํ
าบลตํ
าหรุ
อํ
าเภอบ
านลาด ตํ
าบลยางหย
อง อํ
าเภอท
ายาง
ทิ
ศตะวั
นตก ติ
ดต
อ ตํ
าบลห
วยข
อง ตํ
าบลห
วยลึ
ก อํ
าเภอบ
านลาด
สภาพสั
งคม
ตํ
าบลไร
สะท
อน มี
ประชากรทั้
งหมด ๕,๐๐๑ คน เป
นชาย ๒,๔๒๕ คน เป
นหญิ
๒,๕๗๖ คน มี
จํ
านวนครั
วเรื
อนทั้
งหมด๑,๓๙๕ ครั
วเรื
อน
เนื่
องจากสภาพพื้
นที่
โดยทั่
วไปเป
นที่
ราบลุ
ม จึ
งมี
ความเหมาะสมในการทํ
าการ
เกษตรกรรม ส
วนใหญ
เป
นการทํ
านา และมี
บางส
วนที่
ทํ
าไร
ทํ
าสวนและปลู
กผั
ก สํ
าหรั
บการทํ
านาส
วน
ใหญ
สามารถทํ
าได
ป
ละ ๒ครั้
ง หากชลประทานเป
ดน้ํ
าซึ่
งอาศั
ยน้ํ
าจากชลประทานเป
นหลั
กหลั
งฤดู
กาล
ทํ
านาจะปลู
กพื
ชไร
และพื
ชผั
กสวนครั
ว ในด
านการเลี้
ยงสั
ตว
ได
แก
โค กระบื
อ สุ
กร เป
ด และไก
ส
วน
ใหญ
เป
นการเลี้
ยงสํ
าหรั
บบริ
โภคและใช
งาน และขายทํ
ารายได
บ
างพอสมควร นอกจากนี้
ยั
งมี
บ
างที่
ทํ
น้ํ
าตาลโตนด รั
บจ
าง ค
าขาย และรั
บราชการแต
ไม
มากนั
ก ประชาชนตํ
าบลไร
สะท
อนมี
อาชี
พทํ
านาเป
หลั
ก ผลผลิ
ตที่
ได
จะมี
ราคาต่ํ
ากว
าที่
รั
ฐจะได
ประกั
นราคาข
าวให
กั
บเกษตรกร ดั
งนั้
นเกษตรกรจึ
งนํ
าข
าว
ไปขายให
กั
บสหกรณ
การเกษตร เพราะว
าเกษตรกรเองได
เป
นสมาชิ
กและราคาก็
เท
ากั
นกั
บตลาดอี
กด
วย
1...,66,67,68,69,70,71,72,73,74,75 77,78,79,80,81,82,83,84,85,86,...176
Powered by FlippingBook