แนวทางการสืบสานวัฒนธรรมตาลที่เมืองเพชรที่เอื้อต่อวิธีชีวิตของชุมชนบ้านลาด - page 100
๘๘
จํ
าเป
นต
องมี
หน
วยงาน เช
น สถานี
ตํ
ารวจ สถานพยาบาล และหน
วยราชการต
าง ๆ ไปตั้
งใหม
เพื่
อดู
แล
ทุ
กข
สุ
ขของประชาชนให
ใกล
ชิ
ดและทั่
วถึ
ง จึ
งเป
นที่
มาของการก
อตั้
งอํ
าเภอขึ้
นเป
นครั้
งแรก ในประมาณ
ป
พ.ศ. ๒๔๕๙ การดํ
าเนิ
นการจั
ดตั้
งครั้
งแรกเป
นที่
ทํ
าการชั่
วคราวอยู
บริ
เวณหน
าวั
ดโพธิ์
กรุ
เรี
ยกว
า“บ
าน
ท
าช
าง” ซึ่
งเมื่
อก
อนคาดว
าที
่
แห
งนี้
น
าจะมี
ช
างอยู
มาก ดั
งนั้
น อํ
าเภอที่
จั
ดตั้
งใหม
จึ
งชื่
อ“อํ
าเภอท
าช
าง”
โดยมี
ขุ
นผดุ
งคชดิ
ตถ
เป
นนายอํ
าเภอคนแรก ที่
ตั้
งของที่
ว
าการอํ
าเภอนี้
ประชาชนเดิ
นทางไปติ
ดต
อ
ราชการไม
สะดวก ต
อมาจึ
งย
ายที่
ว
าการอํ
าเภอมาอยู
ที่
ใหม
ที่
บ
านขนอน ซึ่
งเป
นด
านสํ
าหรั
บจั
ดเก็
บภาษี
เรื
อที่
เข
ามาค
าขายภายในจั
งหวั
ดเพชรบุ
รี
สั
นนิ
ษฐานว
าสถานที่
ตั้
งของอํ
าเภออยู
บริ
เวณทางตะวั
นตกของ
ตลาดนั
ดขนอนซึ่
งเมื่
อประมาณ๑๐๐ป
ก
อนขนอนคงมี
สภาพเป
นตลาดย
อมๆที่
มี
ร
านชํ
าหรื
อโชห
วยของ
คนจี
นสั
ก๒ เจ
ากั
บโรงสี
ไฟ และศาลเจ
าจี
นด
วย โดยมี
ชุ
มชนไทยจี
นมาตั้
งบ
านเรื
อนอยู
อาศั
ยและใช
เป
น
ร
านค
าขายไปด
วยในตั
วนอกจากนั้
นที
่
นี่
ยั
งเป
นด
านตรวจและเก็
บภาษี
ที่
จะต
องนํ
ามาลงเรื
อที่
ท
าน้ํ
า หรื
อ
เดิ
นเรื
อผ
านที่
นี่
ต
อไป ภายหลั
งจึ
งได
มี
การเปลี่
ยนชื่
ออํ
าเภอจากอํ
าเภอท
าช
าง เป
น “อํ
าเภอขนอน” ตาม
ชื่
อของสถานที่
ตั้
งอํ
าเภอ จากนั้
นต
อมาอี
กราว ๕ป
ได
มี
การย
ายอํ
าเภอมาอยู
หมู
บ
านลาดในที่
ป
จจุ
บั
น
ในช
วงที่
ตั้
งอํ
าเภออยู
ที่
บ
านขนอนนั้
น บริ
เวณใกล
เคี
ยงกั
บบ
านขนอนทางด
านใต
ของแม
น้ํ
าเพชรบุ
รี
เรี
ยกว
า บ
านวั
งชนวน เป
นช
วงที่
มี
ความโค
งของแม
น้ํ
าค
อนข
างมาก มี
เรื
อสิ
นค
าใช
เป
นเส
นทางในการติ
ดต
อ การหยุ
ดพั
กเรื
อจึ
งเกิ
ดเป
นชุ
มชนขนาดใหญ
ขึ้
น (เนื่
องจากสมั
ยนั้
นไม
มี
ถนนจึ
ง
ต
องใช
เส
นทางคมนาคมทางน้ํ
าเป
นเส
นทางหลั
ก) อํ
าเภอบ
านลาดเพิ่
งจะมี
ถนนใช
ในการคมนาคม
ติ
ดต
อกั
น ในราว พ.ศ. ๒๔๘๓ ในสมั
ยนายบุ
ญมี
สายสุ
ทธิ
เป
นนายอํ
าเภอ ดั
งนั้
น ถนนจากอํ
าเภอเมื
อง
เพชรบุ
รี
ไปสู
อํ
าเภอบ
านลาด จึ
งมี
ชื่
อถนนว
า “ถนนสายสุ
ทธิ
” ตามนามสกุ
ลของนายอํ
าเภอสมั
ยนั้
น
ด
วยสภาพภู
มิ
ประเทศของบ
านวั
งชนวน และบ
านขนอนที่
มี
สายน้ํ
าโค
งยาวทํ
าให
บรรดามิ
จฉาชี
พมั
กทํ
าการปล
นเรื
อของชาวบ
าน พ
อค
าแม
ค
า และผู
ที่
สั
ญจรไปมาทํ
าให
ได
รั
บความ
เดื
อดร
อนเสี
ยหาย ดั
งนั้
น เพื่
อแก
ไขป
ญหาดั
งกล
าวทางราชการจึ
งเห็
นสมควรย
ายที่
ว
าการอํ
าเภอและ
หน
วยงานต
าง ๆมาตั้
งที่
บ
านวั
งชนวนประมาณป
พ.ศ. ๒๔๖๘และเปลี่
ยนชื่
อใหม
เป
น “อํ
าเภอบ
านลาด”
ในป
พ.ศ. ๒๔๘๑ คํ
าว
า “บ
านลาด”นั้
น สั
นนิ
ษฐานว
าน
าจะมาจากสภาพท
องที่
โดยทั่
วไปของตํ
าบลที่
เป
นที่
ลุ
มมาก เมื่
อถึ
งฤดู
น้ํ
าหลากน้ํ
าในแม
น้ํ
าเพชรบุ
รี
จะเอ
อท
วมทุ
กป
๑.๑.๒ วั
ฒนธรรมตาลเมื
องเพชรในอดี
ตของอํ
าเภอบ
านลาด
จากการวิ
เคราะห
ชุ
มชนแบบมี
ส
วนร
วมเกี่
ยวกั
บศั
กยภาพของชุ
มชนบ
านลาดที่
เกี่
ยวข
องกั
บวั
ฒนธรรมตาลเมื
องเพชรในอดี
ต พบว
า มี
วั
ฒนธรรมตาล จํ
าแนกเป
น ๔ ประเภท คื
อ
๑) การทํ
าน้ํ
าตาลโตนดเป
นอาชี
พ ๒) การนํ
าประโยชน
จากตาลมาใช
ในวิ
ถี
ชี
วิ
ต ๓) กระบวนการทาง
สั
งคมเป
นแบบพึ่
งพาอาศั
ยกั
น และ ๔) การทํ
าเตาตาล ดั
งนี้
1...,90,91,92,93,94,95,96,97,98,99
101,102,103,104,105,106,107,108,109,110,...176