nt142 - page 57

43
และพระพุ
ทธชิ
นสี
ห์
...” (พระบาทสมเด็
จพระจอมเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วอ้
างในพวงทองสุ
ดประเสริ
ฐ, 2526
: 349)
ในปี
พ.ศ. 2311สมเด็
จพระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
(พระเจ้
าตากสิ
น) ได้
ทรงปราบดาภิ
เษกเป็
นกษั
ตริ
ย์
ครองกรุ
งธนบุ
รี
ทรงพระนามว่
า “สมเด็
จพระบรมราชาธิ
ราชที่
7”หรื
อสมเด็
จพระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
ในรั
ชสมั
ยของพระองค์
พม่
าได้
รั
บคํ
าสั่
งจากพระเจ้
ามั
งระกษั
ตริ
ย์
พม่
าให้
ยกทั
พเข้
ามาตี
กรุ
งธนบุ
รี
โดยยกทั
พมาทางด้
านแม่
ละเมาเมื
องตาก เพื่
อจะตั
ดกํ
าลั
งหั
วเมื
องเหนื
อไม่
ให้
ยกทั
พลงไปช่
วยเหลื
กรุ
งธนบุ
รี
ได้
ระหว่
างนั
นเจ้
าพระยาจั
กรี
(ทองด้
วง) และเจ้
าพระยาสุ
รสี
ห์
(บุ
ญมา) ได้
ยกกองทั
พไป
ตั
งรั
บที่
เมื
องพิ
ชั
ยและตั
งมั่
นรั
บกองทั
พพม่
าที่
เมื
องพิ
ษณุ
โลก เนื่
องจากพิ
ษณุ
โลกมี
ชั
ยภู
มิ
เหมาะคื
อมี
แม่
นํ
าไหลผ่
าน สามารถใช้
เรื
อขึ
นล่
องติ
ดต่
อกั
บหั
วเมื
องฝ่
ายใต้
ได้
สะดวก
อะแซหวุ่
นกี
แม่
ทั
พของพม่
าได้
ตั
งค่
ายรายล้
อมสองฟากฝั่
งแม่
นํ
า ในการปะทะกั
นทั
ง 2ฝ่
าย
ต่
างผลั
ดกั
นรุ
กผลั
ดกั
นถอย อะแซหวุ่
นกี
เห็
นว่
าแม่
ทั
พไทยมี
ความสามารถยิ่
ง เนื่
องจากมี
กํ
าลั
งพล
น้
อยกว่
าพม่
ามาก แต่
ยั
งรั
กษาเมื
องได้
เป็
นเวลานานจึ
งได้
นั
ดหยุ
ดรบและขอดู
ตั
วพระยาจั
กรี
(ทอง
ด้
วง) แม่
ทั
พฝ่
ายไทย พระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
(พระเจ้
าตากสิ
น) ได้
เสด็
จยกทั
พขึ
นมาตามลํ
านํ
าน่
าน เพื่
ช่
วยเหลื
อพระยาจั
กรี
(ทองด้
วง) และเจ้
าพระยาสุ
รสี
ห์
(บุ
ญมา)ทรงบั
ญชาการรบด้
วยพระองค์
เองแต่
ในระหว่
างนี
พม่
าได้
ยกกองทั
พมาทางด่
านสิ
งขรตี
เมื
องกุ
ยบุ
รี
และเมื
องปราณแตก ซึ
งกํ
าลั
งมุ่
งหน้
เข้
าเมื
องเพชรบุ
รี
เมื
องราชบุ
รี
และเมื
องนครชั
ยศรี
เพื่
อเข้
ากรุ
งธนบุ
รี
อี
กทางหนึ
ง ทํ
าให้
พระบาทสมเด็
จพระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
(พระเจ้
าตากสิ
น) จํ
าต้
องยกกองทั
พกลั
บกรุ
งธนบุ
รี
สงครามระหว่
างไทยกั
บพม่
าครั
งนี
เป็
นศึ
กยิ่
งใหญ่
ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
เพราะอะแซหวุ่
นกี
ยก
พลเข้
ามาเป็
นจํ
านวนมาก ประกอบกั
บพิ
ษณุ
โลกถู
กล้
อมเป็
นเวลานานถึ
ง 4 เดื
อนทํ
าให้
เกิ
ดการขาด
แคลนเสบี
ยงอาหารขึ
น ในที่
สุ
ดเจ้
าพระยาจั
กรี
และพระยาสุ
รสี
ห์
ก็
ตั
ดสิ
นใจทิ
งเมื
องพิ
ษณุ
โลก อะ
แซหวุ่
นกี
จึ
งเข้
าเมื
องพิ
ษณุ
โลกได้
และได้
เผาทํ
าลายบ้
านเมื
องพิ
นาศสิ
น มี
เพี
ยงวั
ดพระศรี
รั
ตนมหา
วิ
หารเพี
ยงแห่
งเดี
ยวที่
ไม่
เสี
ยหาย เนื่
องจากอะแซหวุ่
นกี
ได้
รั
บคํ
าสั่
งให้
ยกกองทั
พกลั
บทั
งนี
เพราะพระ
เจ้
ามั
งระพระมหากษั
ตริ
ย์
พม่
าได้
เสด็
จสวรรคต ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
นั
นมี
ฐานะเป็
นเมื
องเอกปกครอง
หั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
พิ
ษณุ
โลกในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
หลั
งสงครามอะแซหวุ่
นกี
แล้
วสมเด็
จเจ้
าพระยามหา
กษั
ตริ
ย์
ศึ
ก (ทองด้
วง) ซึ
งเคยดํ
ารงตํ
าแหน่
งเจ้
าพระยาจั
กรี
ได้
ทํ
าพิ
ธี
ปราบดาภิ
เษกขึ
นเป็
นกษั
ตริ
ย์
ทรงพระนามว่
า “พระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก”แห่
งราชวงศ์
จั
กรี
ทรงโปรดฯ เกล้
าให้
ย้
ายเมื
องหลวงจาก
กรุ
งธนบุ
รี
มาตั
ง “กรุ
งเทพมหานคร” หรื
อกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
ขึ
น ในช่
วงนี
พระเจ้
าปดุ
พระมหากษั
ตริ
ย์
แห่
งพม่
าได้
ยกทั
พมาตี
กรุ
งเทพมหานคร หรื
อที่
เรี
ยกกั
นว่
าสงครามเก้
าทั
พแต่
สมเด็
พระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก (ทองด้
วง) และกรมพระราชวงบวรสถานมงคล (บุ
ญมา) ซึ
งเดิ
มดํ
ารง
1...,47,48,49,50,51,52,53,54,55,56 58,59,60,61,62,63,64,65,66,67,...262
Powered by FlippingBook