nt142 - page 60
46
ส่
วนอี
กสายหนึ
่
ง คื
อ ถนนสายเอเชี
ยสายที่
2 จากประเทศสั
งคมนิ
ยมสหภาพเมี
ยนม่
า
(พม่
า) ผ่
านประเทศไทยที่
อํ
าเภอแม่
สอด จั
งหวั
ดตาก ผ่
านจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย ผ่
านจั
งหวั
ดพิ
ษณุ
โลก
ผ่
านจั
งหวั
ดเพชรบู
รณ์
ผ่
านจั
งหวั
ดขอนแก่
น ผ่
านจั
งหวั
ดกาฬสิ
นธุ
์
ผ่
านจั
งหวั
ดมุ
กดาหาร เข้
าสู
่
สาธารณรั
ฐประชาธิ
ปไตยประชาชนลาวที่
แขวงสุ
วรรณเขตเข้
าสู
่
ประเทศเวี
ยดนามและสิ
้
นสุ
ดที่
เมื
อง
ดานั
ง (เส้
นทางสองนี
้
จะเชื่
อมทะเลจี
นใต้
กั
บมหาสมุ
ทรอิ
นเดี
ยใต้
)
ความสํ
าคั
ญของเส้
นทางสองสายนี
้
กั
บพิ
ษณุ
โลก คื
อ พิ
ษณุ
โลกจะกลายเป็
นสี่
แยกอิ
นโดจี
น
หรื
อเป็
นประตู
สู
่
อิ
นโดจี
น ในที่
สุ
ดพิ
ษณุ
โลกในอนาคตนอกจากจะมี
ความสํ
าคั
ญจั
งหวั
ดหนึ
่
งแล้
ว
ทั
้
งนี
้
พิ
ษณุ
โลกจะต้
องมี
ศั
กยภาพที่
ดี
ในทุ
กๆ ด้
าน เพื่
อพร้
อมที่
จะเป็
นศู
นย์
กลางในการพั
ฒนา
ภาคเหนื
อตอนล่
าง ตลอดจนศู
นย์
กลางในการพั
ฒนาประเทศต่
างๆที่
อยู
่
ในคาบสมุ
ทรอิ
นโดจี
น
ตอนบนได้
อาจกล่
าวได้
ว่
า ในปั
จจุ
บั
นพิ
ษณุ
โลกถื
อว่
าเป็
นจั
งหวั
ดที่
มี
ความสํ
าคั
ญมากเป็
นเมื
องหลั
กและ
เป็
นศู
นย์
กลางของความเจริ
ญในหลายๆ ด้
าน โดยเฉพาะด้
านการศึ
กษา ทั
้
งนี
้
เพราะพิ
ษณุ
โลกมี
สถานศึ
กษาซึ
่
งมี
เป็
นจํ
านวนมากและมี
ความหลากหลายในการเลื
อกศึ
กษาเล่
าเรี
ยน อาทิ
เช่
น
มหาวิ
ทยาลั
ยนเรศวร สถาบั
นราชภั
ฏพิ
บู
ลสงคราม เทคโนโลยี
ราชมงคล (วิ
ทยาเขตพิ
ษณุ
โลก)
วิ
ทยาลั
ยอาชี
วศึ
กษา วิ
ทยาลั
ยเทคนิ
คพิ
ษณุ
โลก เป็
นต้
น ซึ
่
งจะเป็
นแหล่
งรวบรวมและสร้
างสรรค์
และการพั
ฒนาวิ
ชาการความรู
้
ต่
างๆไปพร้
อมกั
บการดํ
ารงรั
กษาวั
ฒนธรรมของท้
องถิ่
น
จั
งหวั
ดพิ
ษณุ
โลกเป็
นจั
งหวั
ดที่
มี
ความสํ
าคั
ญทางด้
านประวั
ติ
ศาสตร์
มานานหลายชั่
วอายุ
คน
เมื
องเดิ
มพิ
ษณุ
โลกเป็
นเมื
องเก่
าสมั
ยขอม อยู
่
ห่
างจากที่
ตั
้
งตั
วเมื
องปั
จจุ
บั
นลงไปทางใต้
ประมาณ 5
กม. เรี
ยกว่
า “เมื
องสองแคว” เพราะเมื
องนี
้
ตั
้
งอยู
่
ระหว่
างแม่
นํ
้
าน่
านและแม่
นํ
้
าแควน้
อย แต่
ปั
จจุ
บั
น
แม่
นํ
้
าแควน้
อยเปลี่
ยนเส้
นทางเดิ
นออกห่
างไปประมาณ 10กม. ที่
ตั
้
งเมื
องสองแควเก่
าในปั
จจุ
บั
นคื
อ
บริ
เวณวั
ดจุ
ฬามณี
ซึ
่
งเป็
นวั
ดเก่
าแก่
ของพิ
ษณุ
โลกในสมั
ยสุ
โขทั
ยครั
้
งสมเด็
จพระมหาธรรมราชาลิ
ไท
ได้
โปรดฯ ให้
ย้
ายเมื
องสองแควมาตั
้
งอยู
่
ณ ตั
วเมื
องในปั
จจุ
บั
น เมื่
อประมาณปี
พ.ศ.1900 แต่
ยั
งคง
เรี
ยกว่
าเมื
องสองแควเรื่
อยมา โดยให้
พระไสลื
อไทราชโอรสมาครองเมื
องในฐานะเมื
องลู
กหลวง
ต่
อมาในสมั
ยอยุ
ธยา เมื
องสองแควเปลี่
ยนชื่
อเป็
นเมื
องพิ
ษณุ
โลก และทวี
ความสํ
าคั
ญมาก
เพราะโดยลั
กษณะที่
ตั
้
งเมื
องนั
้
นพิ
ษณุ
โลก อยู
่
กึ
่
งกลางระหว่
ากรุ
งศรี
อยุ
ธยาและอาณาจั
กรฝ่
าย
เหนื
อ ต่
อมาในสมั
ยอยุ
ธยา เมื
องสองแควเปลี่
ยนชื่
อเป็
นเมื
องพิ
ษณุ
โลก และทวี
ความสํ
าคั
ญมาก
เพราะโดยลั
กษณะที่
ตั
้
งเมื
องนั
้
นพิ
ษณุ
โลก อยู
่
กึ
่
งกลางระหว่
ากรุ
งศรี
อยุ
ธยาและอาณาจั
กรฝ่
ายเหนื
อ
ในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
พิ
ษณุ
โลกยั
งคงเป็
นเมื
องเอก ขึ
้
นตรงต่
อกรุ
งเทพฯ ในปี
พ.ศ
.
2437
พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว โปรดฯ ให้
ยกฐานะเมื
องพิ
ษณุ
โลกขึ
้
นเป็
น
มณฑล เรี
ยกว่
ามณฑลพิ
ษณุ
โลก ต่
อมาเมื่
อยกเลิ
กการปกครองแบบมณฑลแล้
ว พิ
ษณุ
โลกจึ
งมี
1...,50,51,52,53,54,55,56,57,58,59
61,62,63,64,65,66,67,68,69,70,...262