untitled - page 12

ลั
กษณะคล
ายควายผสมกั
บคน รู
ปลั
กษณ
จึ
งออกมาตามจิ
นตนาการของผู
ทํ
าแต
ละคน จากนั้
นจึ
นํ
าไปเขี
ยนลวดลายลงบนหน
ากากดั
งกล
าว และนํ
ามาใช
สวมใส
ร
วมในพิ
ธี
กรรม ส
วนประเพณี
การ
แห
ดอกไม
นั้
น เป
นประเพณี
การเอาบุ
ญแห
ต
นไม
เป
นประเพณี
ที่
เกี่
ยวเนื่
องกั
บความเชื่
อในงาน
ประเพณี
บุ
ญสงกรานต
ภายหลั
งจากวั
นตรุ
ษสงกรานต
โดยชาวบ
านจะนํ
าเอาไม
ไผ
มาทํ
าเป
นต
นหุ
ด
วยกาบกล
วยหรื
อหญ
าคาจากนั้
นจึ
งทํ
าการประดั
บประดาและตกแต
งด
วย ดอกคู
ณหรื
อดอก
ชั
ยพฤกษ
และดอกไม
ป
าชนิ
ดอื่
นๆ และอาจมี
เครื่
องไทยทาน เช
น สมุ
ด ดิ
นสอ กระดาษ ฝ
าย ไหม
ธู
ปเที
ยน มาประดั
บตกแต
งอย
างดงาม
จากที่
กล
าวมาเกี่
ยวกั
บการละเล
นของประเพณี
ท
องถิ่
นของจั
งหวั
ดเลยดั
งกล
าว ถ
าได
มี
การศึ
กษาอั
ตลั
กษณ
เฉพาะของแต
ละประเพณี
พร
อมกั
บถอดรหั
สของประเพณี
เหล
านั้
นออกมาเพื่
นํ
ามาสู
การตี
ความหมายสํ
าหรั
บการออกแบบสร
างสรรค
ชุ
ดการแสดงในพิ
ธี
การต
าง ๆ ก็
จะช
วย
สร
างคุ
ณค
าเชิ
งการคิ
ดสร
างสรรค
และนํ
าไปสู
ระบบเศรษฐกิ
จเชิ
งสรรค
ต
อไป
เมื่
อกล
าวถึ
งการออกแบบการแสดงนั้
นมี
มี
ทฤษฎี
เข
าไปเกี่
ยวข
อง ๒ ลั
กษณะคื
อ ๑) ทั
กษะ
ในการแสดงทั้
งฟ
อนและรํ
า การกํ
ากั
บการแสดง เสี
ยง เวที
และ เสื้
อผ
าเพื่
อการแสดง และ ๒)
เนื้
อหาสาระการแสดงซึ่
งเป
นเนื้
อแท
ของการแสดง ที่
ผู
ออกแบบการแสดงจะต
องนํ
าเสนอประโยชน
ต
อสั
งคมและชุ
มชน๓) ปรั
ชญาทางความคิ
ดและอุ
ดมการณ
ที่
เป
นทั
ศนะหรื
อความเชื่
อหลายอย
าง
ที่
นํ
ามารวมกั
น๔) บริ
บททางทฤษฎี
ที่
จะช
วยเป
นหลั
กคิ
ดในการรองรั
บศิ
ลปะการแสดง ซึ่
งแสดง
เหล
านี้
จะช
วยให
ผู
ออกแบบชุ
ดการแสดงสามารถถ
ายทอดจิ
ตวิ
ญญาณของชุ
มชนท
องถิ่
นผ
านการ
แสดงได
อย
างมี
ประสิ
ทธิ
ภาพและมี
คุ
ณค
อย
างไรก็
ตาม การรู
จั
กอนุ
รั
กษ
ฟ
นฟู
และประยุ
กต
รู
ปแบบของประเพณี
ให
มี
ความทั
นสมั
ขึ้
นบนพื้
นฐานการรู
เท
าทั
นรากเหง
าของตนเองก็
จะสามารถช
วยสร
างภาพลั
กษณ
ใหม
ให
กั
บชุ
มชน
ท
องถิ่
น จั
งหวั
ดเลยและการท
องเที่
ยวภายในจั
งหวั
ดเลยและจั
งหวั
ดใกล
เคี
ยงได
เหตุ
เพราะจั
งหวั
เลยมี
ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นที่
มี
การสื
บทอดมาอย
างยาวนานและมี
ความโดดเด
น จนมี
การเปลี่
ยนถ
ายมา
เป
นเกษตรกรรมและมาเป
นประเทศอุ
ตสาหกรรม ภู
มิ
ป
ญญาท
องถิ่
นที่
เป
นความรู
สู
การต
อยอดคื
สิ่
งที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดทั้
งในจั
งหวั
ดเลยเองและในแถบภู
มิ
ภาคเอเชี
ย การศึ
กษาเรี
ยนรู
เพื่
อสร
างฐานของ
รากเหง
าให
แข็
งแรงก
อนและการนํ
าพั
ฒนาสู
การออกแบบชุ
ดการแสดงจึ
งเป
นสิ่
งที่
ควรจะตามมาให
ปรากฏอย
างชั
ดเจน
ดั
งนั้
นการออกแบบชุ
ดการแสดงที่
นํ
าเอาทฤษฎี
ตะวั
นตกที่
กล
าวถึ
งเรื่
องความเป
นสากล
และความเป
นไทยเข
ามาผสมผสานก็
จะทํ
าให
ชุ
ดการแสดงเกิ
ดกลิ่
นไอทางวั
ฒนธรรมและประเพณี
ท
องถิ่
นได
ซึ่
งก็
ยั
งมี
ปรากฏให
เห็
นในผลงานการออกแบบสร
างสรรค
ที่
มี
ลั
กษณะร
วมสมั
(Contemporary) ดั
งการแสดงของภั
ทรวดี
เธี
ยเตอร
ที่
มี
การนํ
าเอาจิ
ตวิ
ญญาณของความเป
นไทย
ผสมผสานเข
ากั
บวั
ฒนธรรมสากล แนวคิ
ดการถอดรหั
สทางวั
ฒนธรรมและขนบธรรมเนี
ยม
ประเพณี
เพื่
อนํ
ามาใช
ในการออกแบบจั
ดชุ
ดการแสดงนี้
ตอบรั
บกั
บระบบเศรษฐกิ
จบนพื้
นฐาน
ความคิ
ดสร
างสรรค
ที่
ถื
อว
าเป
นแนวคิ
ด (Concept) การพั
ฒนาประเทศ โดยมี
หั
วใจหลั
กในการ
ขั
บเคลื่
อนทั้
งกลุ
ม๑) มรดกทางวั
ฒนธรรม (Heritage) ที่
เป
นเรื่
องของการแสดงออกทางวั
ฒนธรรม
ดั้
งเดิ
ม เช
น เรื่
องเล
า ตํ
านาน ศิ
ลปหั
ตถกรรม เทศกาล งานเฉลิ
มฉลองต
าง รวมถึ
งแหล
พฤทธิ์
ศุ
ภเศรษฐศิ
ริ
. (๒๕๔๕).
ระบํ
ารํ
าเต
น.
กรุ
งเทพฯ : ไอเดี
ยสแคว
, หน
า ๘-๙
1...,2,3,4,5,6,7,8,9,10,11 13,14,15,16,17,18,19,20,21,22,...189
Powered by FlippingBook