- ๓๙ -
๑๓. มี
ความภั
กดี
ต่
อองค์
กรต่ํ
า
เจเนอเรชั่
นวายมั
กมององค์
กรเป็
นสะพานเชื่
อมไปสู่
เป้
าหมายที่
ได้
วางไว้
กลุ่
มคนเหล่
านี้
จะ
มุ่
งมั่
นทํ
างานโดยไม่
ยึ
ดติ
ดหรื
อผู
กพั
นกั
บองค์
กร ดั
งนั้
นจึ
งทํ
าให้
เจเนอเรชั่
นวายมี
อั
ตราการลาออกจาก
งานสู
งมาก อี
กทั้
งเจเนอเรชั่
นวายมั
กจะสงสั
ยว่
าทํ
าไมกลุ่
มเบบี้
บู
มเมอร์
จึ
งสามารถทํ
างานในองค์
กร
เดี
ยวตั้
งแต่
เรี
ยนจบจนกระทั่
งเกษี
ยณได้
นอกจากนั้
นยั
งสงสั
ยด้
วยว่
าทํ
าไมเจเนอเรชั่
นเอ็
กซ์
จึ
งไม่
ลาออกจากองค์
กรแม้
จะไม่
พึ
งพอใจในงานที่
ทํ
าอยู่
ลั
กษณะทั้
ง ๑๓ ประการดั
งกล่
าวนั้
นมี
อยู่
ในเจเนอเรชั่
นวายทั้
งที่
เป็
นคนต่
างชาติ
และคนไทย
ด้
วย ทั้
งนี้
เพราะกระแสโลกาภิ
วั
ตน์
ที่
ส่
งผลต่
อการเปลี่
ยนแปลงทั้
งทางด้
านวั
ฒนธรรม และรู
ปแบบการ
ใช้
ชี
วิ
ต ประกอบกั
บปั
จจั
ยที่
สํ
าคั
ญอย่
างยิ่
งคื
อความแพร่
หลายในการใช้
เครื
อข่
ายอิ
นเทอร์
เน็
ต ที่
ทํ
าให้
เจเนอเรชั่
นวายได้
เปิ
ดรั
บข้
อมู
ลข่
าวสาร รวมถึ
งเกิ
ดการแลกเปลี่
ยนข้
อมู
ลระหว่
างกั
นมากกว่
าเจเนอ
เรชั่
นอื่
นๆ
การศึ
กษาของนั
กวิ
จั
ยในต่
างประเทศเกี่
ยวกั
บการบริ
โภคสื่
ออนาจาร
Dolf Zillmann (๒๐๐๙) พบผลการศึ
กษากลุ่
มวั
ยรุ่
นที่
มี
การบริ
โภคสื่
ออนาจารอย่
าง
ต่
อเนื่
องว่
ามั
กจะนํ
าไปสู่
พฤติ
กรรมการหลอกลวงคู่
รั
กของตน และความทุ
กข์
ทนจากการใช้
อุ
ปกรณ์
ที่
แปลกและพิ
สดารในการให้
ความสุ
ขทางเพศกั
บตนเองมากขึ้
น
Robert Peters (๒๐๐๗) แห่
งมหาวิ
ทยาลั
ย Brigham Young University ทํ
าการศึ
กษา
พบว่
าร้
อยละ ๒๑ ของนั
กศึ
กษาชายชมสื่
อลามก
ทุ
กวั
น
หรื
อเกื
อบทุ
กวั
น ส่
วนร้
อยละ ๒๗ ชมสื่
อ
อนาจาร ๑-๒ วั
นต่
อสั
ปดาห์
Michael Leahy (๒๐๐๙) ได้
เปิ
ดเผยผลการสํ
ารวจประชากร ๒๙,๐๐๐ คนในกลุ่
ม
มหาวิ
ทยาลั
ยทางภาคเหนื
อของอเมริ
กา พบว่
า ๑) ร้
อยละ ๕๑ ของนั
กศึ
กษาชายและร้
อยละ ๓๒ ของ
นั
กศึ
กษาหญิ
งเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจารครั้
งแรกเมื่
ออายุ
ก่
อนวั
ยรุ่
น (คื
อ ๑๒ ขวบหรื
อเด็
กกว่
านั้
น) ๒) ร้
อยละ
๕๑ ของนั
กศึ
กษาชายและร้
อยละ ๑๖ ของนั
กศึ
กษาหญิ
งใช้
เวลาประมาณวั
นละ ๕ ชั่
วโมงต่
อสั
ปดาห์
เพื่
อเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจารออนไลน์
แต่
มี
ร้
อยละ ๑๑ ของนั
กศึ
กษาชายและเพี
ยงร้
อยละ ๑ ของนั
กศึ
กษา
หญิ
งใช้
เวลาสั
ปดาห์
ละ ๕-๒๐ ชั่
วโมง สํ
าหรั
บการเปิ
ดรั
บเว็
บไซด์
เกี่
ยวกั
บพฤติ
กรรมทางเพศ
DONG Zhaoju and others (๒๐๑๑) ได้
ใช้
เทคนิ
คการตอบสนองเชิ
งสุ่
มเพื่
อสํ
ารวจ
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างวั
ฒนธรรมบนอิ
นเทอร์
เน็
ตกั
บพฤติ
กรรมทางเพศของนั
กศึ
กษาในวิ
ทยาลั
ยแพทย์
ของจี
น โดยมี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื่
อทํ
าความเข้
าใจผลกระทบของสื่
ออนาจารต่
อพฤติ
กรรมทางเพศและ
สภาวะทางจิ
ตของนั
กศึ
กษาในวิ
ทยาลั
ยแพทย์
รวมทั้
งเพื่
อตรวจสอบความถี่
ของการเปิ
ดรั
บเว็
บไซต์
อนาจารของนั
กศึ
กษากลุ่
มดั
งกล่
าว โดยใช้
เทคนิ
คการตอบสนองเชิ
งสุ่
มและแบบสอบถามซึ่
งใช้
สํ
ารวจ
ข้
อมู
ลจากกลุ่
มตั
วอย่
างนั
กศึ
กษาชั้
นปี
ที่
๒ และ ๓ จํ
านวน ๑,๒๓๖ คน ที่
ได้
มาจากการสุ่
มแบบกลุ่
ม
(cluster random sampling) ผลการสํ
ารวจพบว่
า อั
ตราการเปิ
ดรั
บเว็
บไซต์
สื่
ออนาจารระหว่
าง
นั
กศึ
กษาชายและหญิ
งเป็
นร้
อยละ ๒๗.๓๘ และ ๒๔.๖๔ ตามลํ
าดั
บ ในขณะที่
เมื่
อปี
ที่
ผ่
านมา อั
ตรา
การเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจารของนั
กศึ
กษาชายสู
งเป็
น ๒ เท่
าของนั
กศึ
กษาหญิ
ง อั
ตราการเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจาร