176
3.2.1 นํ
าเสนอข้
อมู
ลข้
อเท็
จจริ
ง (Constatives) คื
อผู
้
สอนนํ
าเสนอข้
อมู
ลข่
าวสาร
เนื
้
อหาและข้
อเท็
จจริ
ง ในแต่
ละสาระการเรี
ยนรู
้
แก่
ผู
้
เรี
ยนอาจอยู
่
ในรู
ปแบบของการบรรยายหรื
อ
การสาธิ
ต เป็
นต้
น
3.2.2การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
้
รั
บสาร (Regulative) คื
อปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บจาก
ผู
้
เรี
ยนหลั
งจากที่
ผู
้
สอนได้
ให้
ข้
อมู
ลเนื
้
อหาสาระในขั
้
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ่
งขั
้
นตอนการเรี
ยนรู
้
ได้
ดั
งนี
้
3.2.2.1ตั
้
งสมมติ
ฐานผู
้
เรี
ยนตั
้
งสมมติ
ฐานหรื
อข้
อคํ
าถามที่
เกิ
ดขึ
้
นในผู
้
เรี
ยนแต่
ละคนหลั
งจากได้
รั
บความรู
้
จากผู
้
สอน
3.2.2.2 ปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดผู
้
เรี
ยนปรั
บความคิ
ดเลื
อกหาคํ
าตอบ ในข้
อ
คํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ผู
้
เรี
ยนแต่
ละคนได้
ตั
้
งไว้
อาจจะอยู
่
ในรู
ปแบบของการอภิ
ปรายกลุ
่
มหรื
อลง
พื
้
นที่
สํ
ารวจชุ
มชน เพื่
อหาคํ
าตอบนั
้
นๆ
3.2.2.3 ตั
ดสิ
นใจผู
้
เรี
ยนตั
ดสิ
นใจเลื
อกคํ
าตอบ ในข้
อคํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ตนเองได้
ตั
้
งไว้
และตั
ดสิ
นใจปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดด้
วยตนเอง
3.2.3) การตอกยํ
้
าข้
อมู
ล (Avowals) ผู
้
สอนสรุ
ปบทเรี
ยน เน้
นยํ
าข้
อเท็
จจริ
งจาก
ข้
อมู
ลที่
ผู
้
เรี
ยนได้
ตั
ดสิ
นใจเลื
อกแล้
ว
3.3ขั
้
นหลั
งปฎิ
บั
ติ
งาน (Post-task) ตรวจสอบชิ
้
นงานที่
ได้
มอบหมายให้
ผู
้
เรี
ยนปฏิ
บั
ติ
ใน
แต่
ละวั
นสรุ
ปและประเมิ
นผล
4. แหล่
งความรู
้
และสื่
อการเรี
ยนรู
้
4.1แหล่
งความรู
้
ที่
มี
ความสอดคล้
องกั
บเนื
้
อหา เช่
น วิ
ทยากรผู
้
เชี่
ยวชาญด้
าน
การเสริ
มสร้
างความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมหรื
อจรรยาบรรณสื่
อมวลชนและวิ
ทยากรผู
้
เชี่
ยวชาญด้
าน
การปฏิ
บั
ติ
งานของผู
้
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
และแหล่
งความรู
้
ในชุ
มชน เช่
นคุ
ณบุ
ญส่
ง
จั
นทร์
ส่
องรั
ศมี
บุ
คคลตั
วอย่
างที่
ประสบความสํ
าเร็
จในการประกอบอาชี
พในการปลู
กอบเชยโดยไม่
ใช้
สารเคมี
เป็
นต้
น
4.2 สื่
อการเรี
ยนรู
้
ได้
แก่
เอกสารประกอบการสอนวี
ซี
ดี
คลิ
ปวี
ดิ
โอ เครื่
องเล่
น
เทปและซี
ดี
เครื่
องมื
ออุ
ปกรณ์
ในการปฏิ
บั
ติ
งานและเอกสารประกอบการสอน
5. การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
้
5.1การประเมิ
นผลก่
อนการเรี
ยนรู
้
ได้
แก่
5.1.1แบบวั
ดความรู
้
ด้
านความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
และความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมของผู
้
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน