bk128 - page 113

176
3.2.1 นํ
าเสนอข้
อมู
ลข้
อเท็
จจริ
ง (Constatives) คื
อผู
สอนนํ
าเสนอข้
อมู
ลข่
าวสาร
เนื
อหาและข้
อเท็
จจริ
ง ในแต่
ละสาระการเรี
ยนรู
แก่
ผู
เรี
ยนอาจอยู
ในรู
ปแบบของการบรรยายหรื
การสาธิ
ต เป็
นต้
3.2.2การเกิ
ดปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบรั
บจากผู
รั
บสาร (Regulative) คื
อปฏิ
กิ
ริ
ยาตอบกลั
บจาก
ผู
เรี
ยนหลั
งจากที่
ผู
สอนได้
ให้
ข้
อมู
ลเนื
อหาสาระในขั
นตอนที่
1 โดยสามารถแบ่
งขั
นตอนการเรี
ยนรู
ได้
ดั
งนี
3.2.2.1ตั
งสมมติ
ฐานผู
เรี
ยนตั
งสมมติ
ฐานหรื
อข้
อคํ
าถามที่
เกิ
ดขึ
นในผู
เรี
ยนแต่
ละคนหลั
งจากได้
รั
บความรู
จากผู
สอน
3.2.2.2 ปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดผู
เรี
ยนปรั
บความคิ
ดเลื
อกหาคํ
าตอบ ในข้
คํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ผู
เรี
ยนแต่
ละคนได้
ตั
งไว้
อาจจะอยู
ในรู
ปแบบของการอภิ
ปรายกลุ
มหรื
อลง
พื
นที่
สํ
ารวจชุ
มชน เพื่
อหาคํ
าตอบนั
นๆ
3.2.2.3 ตั
ดสิ
นใจผู
เรี
ยนตั
ดสิ
นใจเลื
อกคํ
าตอบ ในข้
อคํ
าถามหรื
อสมมติ
ฐานที่
ตนเองได้
ตั
งไว้
และตั
ดสิ
นใจปรั
บเปลี่
ยนกรอบแนวคิ
ดด้
วยตนเอง
3.2.3) การตอกยํ
าข้
อมู
ล (Avowals) ผู
สอนสรุ
ปบทเรี
ยน เน้
นยํ
าข้
อเท็
จจริ
งจาก
ข้
อมู
ลที่
ผู
เรี
ยนได้
ตั
ดสิ
นใจเลื
อกแล้
3.3ขั
นหลั
งปฎิ
บั
ติ
งาน (Post-task) ตรวจสอบชิ
นงานที่
ได้
มอบหมายให้
ผู
เรี
ยนปฏิ
บั
ติ
ใน
แต่
ละวั
นสรุ
ปและประเมิ
นผล
4. แหล่
งความรู
และสื่
อการเรี
ยนรู
4.1แหล่
งความรู
ที่
มี
ความสอดคล้
องกั
บเนื
อหา เช่
น วิ
ทยากรผู
เชี่
ยวชาญด้
าน
การเสริ
มสร้
างความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมหรื
อจรรยาบรรณสื่
อมวลชนและวิ
ทยากรผู
เชี่
ยวชาญด้
าน
การปฏิ
บั
ติ
งานของผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
และแหล่
งความรู
ในชุ
มชน เช่
นคุ
ณบุ
ญส่
จั
นทร์
ส่
องรั
ศมี
บุ
คคลตั
วอย่
างที่
ประสบความสํ
าเร็
จในการประกอบอาชี
พในการปลู
กอบเชยโดยไม่
ใช้
สารเคมี
เป็
นต้
4.2 สื่
อการเรี
ยนรู
ได้
แก่
เอกสารประกอบการสอนวี
ซี
ดี
คลิ
ปวี
ดิ
โอ เครื่
องเล่
เทปและซี
ดี
เครื่
องมื
ออุ
ปกรณ์
ในการปฏิ
บั
ติ
งานและเอกสารประกอบการสอน
5. การประเมิ
นผลการเรี
ยนรู
5.1การประเมิ
นผลก่
อนการเรี
ยนรู
ได้
แก่
5.1.1แบบวั
ดความรู
ด้
านความสามารถในการจั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
และความรั
บผิ
ดชอบต่
อสั
งคมของผู
จั
ดรายการวิ
ทยุ
ชุ
มชน
1...,103,104,105,106,107,108,109,110,111,112 114,115,116,117,118,119,120,121,122,123,...374
Powered by FlippingBook