172
แห่
งชาติ
ฉบั
บที่
4คนเกาะสมุ
ยและเกะพะงั
นมี
การสร้
างที่
อยู
่
อาศั
ยแบบเรื
อนไทยภาคใต้
แบบเรื
อน
เครื่
องสั
บยกใต้
ถุ
นสู
งโล่
ง การสร้
างบ้
านตามชายฝั่
งทะเลซึ่
งพื
้
นดิ
นเป็
นดิ
นปนกั
บทรายจะใช้
แท่
งหิ
น
หรื
อคอนกรี
ตฝั
งลงในดิ
น ก่
อนที่
จะนํ
าเสาบ้
านมาวาง แล้
วจึ
งยึ
ดเสาบ้
านและแท่
งหิ
นไว้
มี
วั
สดุ
ใน
การสร้
างบ้
านที่
หาได้
ง่
ายมากขึ
้
นทํ
าให้
นิ
ยมสร้
างบ้
านหลั
งคาทรงปั
้
นหยา อย่
างที่
ถนนสายกลาง
หน้
าทอนมี
สิ่
งปลู
กสร้
างบ้
านไม้
เก่
าแก่
สวยงามอายุ
เกื
อบ ๆ ร้
อยปี
และที่
ตํ
าบลหน้
าเมื
องที่
เป็
น
ชุ
มชนเก่
าแก่
สํ
าหรั
บการผลิ
ตและบริ
โภคเครื่
องใช้
ไม้
สอยความเป็
นอยู
่
ของคนเกาะสมุ
ยและเกาะ
พะงั
นมี
ความเรี
ยบง่
ายพึ่
งพาทรั
พยากรธรรมชาติ
ในการทํ
ามาหากิ
น สร้
างที่
อยู
่
อาศั
ยและสร้
าง
เครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ในครั
วเรื
อนด้
วยตนเอง ใช้
วั
สดุ
ที่
มาหาได้
จากธรรมชาติ
ที่
มี
อยู
่
ในชุ
มชนเป็
นหลั
ก
หรื
อไม่
ก็
นํ
าไปแลกซื
้
อขายกั
บพ่
อค้
าคนจี
นอย่
างการผลิ
ตมะพร้
าวจะแปรรู
ปชิ
้
นส่
วนของมะพร้
าวมา
ทํ
าเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ภายในครั
วเรื
อน คนเกาะสมุ
ยมี
การแปรรู
ปมะพร้
าวแห้
งเป็
นหั
ตถกรรม
พื
้
นบ้
านก่
อนปี
พ.ศ. 2540กลายเป็
นอาชี
พอย่
างหนึ่
ง เช่
นการใช้
กะลามะพร้
าวในการทํ
าภาชนะตั
ก
นํ
้
า ช้
อนชนิ
ดต่
าง ๆ และเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
ภายในบ้
าน ซึ่
งสาเหตุ
ที่
แปรรู
ปมะพร้
าวเป็
นของใช้
ใน
บ้
านเพราะการหาวั
ตถุ
ดิ
บอื่
น ๆทํ
าได้
ยากต้
องอาศั
ยภู
มิ
ปั
ญญาและวั
ตถุ
ที่
มี
อยู
่
ในชุ
มชนเป็
นหลั
ก
ต่
อมามี
คนภายนอกเข้
าในชุ
มชนได้
นํ
าสิ
นค้
าภายนอกชุ
มชนเข้
ามา ได้
แก่
ตะเกี
ยงโบราณ กลอง
มโหระทึ
ก โคมไฟ แจกั
นเคลื
อบ ถ้
วยชามกระเบื
้
องเคลื
อบ โอ่
งมั
งกร มี
ดดาบ เครื่
องทองเหลื
อง
เครื่
องลายครามกรงนกเขา เครื่
องปั
้
นดิ
นเผา เครื่
องโม่
แป้
ง เครื่
องจั
กสาน เป็
นต้
นปั
จจุ
บั
นเครื่
องมื
อ
เครื่
องใช้
เหล่
านี
้
มี
ให้
เห็
นที่
หอวั
ฒนธรรมบ้
านละไม วั
ดละไม สํ
าหรั
บการผลิ
ตเครื่
องถ้
วยชาม
และเครื่
องเคลื
อบนั
้
นได้
รั
บจากวั
ฒนธรรมต่
างชาติ
ที่
ผลิ
ตและนํ
ามาจํ
าหน่
ายในพื
้
นที่
มาตั
้
งแต่
โบราณแล้
ว แต่
ที่
คนเกาะสมุ
ยผลิ
ตขึ
้
นใช้
เองส่
วนใหญ่
เป็
นหม้
อดิ
นที่
ใช้
ในครั
วเรื
อน
เมื่
อวั
ฒนธรรมต่
างชาติ
ตะวั
นตกได้
เข้
ามามี
บทบาทในวิ
ถี
ชี
วิ
ตของผู
้
คนเกาะสมุ
ยและเกาะ
พะงั
นหลั
งจากแผนพั
ฒนาเศรษฐกิ
จและสั
งคมแห่
งชาติ
ฉบั
บที่
4ที่
อํ
าเภอเกาะสมุ
ยและเกาะพะงั
น
เปิ
ดรั
บนั
กท่
องเที่
ยวและคนภายนอกเพิ่
มขึ
้
น ซึ่
งชาวต่
างชาติ
ตะวั
นตกมี
วั
ฒนธรรมการผลิ
ตและ
บริ
โภคที่
อยู
่
อาศั
ยส่
วนใหญ่
ตามแบบตะวั
นตกมี
การผลิ
ตที่
อยู
่
อาศั
ยที่
เหมาะกั
บภู
มิ
อากาศและยุ
ค
สมั
ย ใช้
เทคโนโลยี
การก่
อสร้
างและวั
สดุ
ก่
อสร้
างใหม่
ๆที่
ได้
จากวิ
วั
ฒนาการทางอุ
ตสาหกรรมใน
การสร้
างบ้
านชั
้
นเดี่
ยวบ้
านสองชั
้
นทาวน์
เฮาส์
โรงงานหรื
อออฟฟิ
ศตึ
กแถว อพาร์
ทเม้
นท์
โรงแรม
นอกจากนี
้
เครื่
องใช้
ไม้
สอยรวมไปถึ
งเฟอร์
นิ
เจอร์
สมั
ยใหม่
เพิ่
มสิ่
งอํ
านวยความสะดวกสบายให้
กั
บ
ผู
้
อยู
่
อาศั
ย ทํ
าให้
ชาวต่
างชาติ
ตะวั
นตกนํ
าวั
ฒนธรรมการผลิ
ตและบริ
โภคและแพร่
กระจายสู
่
การ
ปฏิ
บั
ติ
ของผู
้
คนหลายประเทศโดยเฉพาะตามแหล่
งท่
องเที่
ยวและสถานที่
พั
กตากอากาศ เมื่
อ
ชาวต่
างชาติ
เข้
ามาตั
้
งถิ่
นฐานและพั
กอาศั
ยในประเทศไทย ทํ
าให้
ชาวไทยบางกลุ
่
มและนั
กธุ
รกิ
จ