๓๗๘
เมื่
อ พ.ศ. ๒๕๑๙ พระครู
สุ
คนณ์
วนคุ
ณ เจ้
าอาวาสวั
ดหนามแดงซึ่
งดารง
ตาแหน่
งเจ้
าคณะตาบลนครเนื่
องเขต ท่
านได้
สะสมของเก่
าไว้
บางส่
วน พระครู
พิ
พิ
ธสารกิ
จวิ
มล เจ้
าอาวาส
รู
ปต่
อมาได้
สะสมของเก่
าที่
ใช้
ในการเกษตรเพิ่
มขึ้
นอี
กมาก โดยท่
านมี
ความตั้
งใจว่
า
“สะสมไว้
เพื่
อก่
อตั้
ง
พิ
พิ
ธภั
ณฑ์
เพื่
อให้
เยาวชนศึ
กษาค้
นคว้
าหาความรู้
ว่
ารุ่
นพ่
อแม่
ปู่
ย่
าตายายทามาหากิ
นใช้
ไถคราดไถนาด้
วย
ควาย”
เมื่
อชาวบ้
านทราบวั
ตถุ
ประสงค์
ของท่
านก็
ร่
วมกั
นบริ
จาคเครื่
องมื
อทางการเกษตรที่
ไม่
ใช้
แล้
ว
ให้
กั
บทางวั
ดอี
กมาก
ต่
อมาคณะกรรมการสภาตาบลหนามแดงและกลุ่
มผู้
นาชุ
มชนและชาวบ้
าน ได้
ของบประมาณสนั
บสนุ
นจากจั
งหวั
ด๑๐๐,๐๐๐บาท จากโครงการอยู่
ดี
มี
สุ
ข ปี
พ.ศ. ๒๕๕๑และต่
อมา
ในปี
พ.ศ. ๒๕๕๒ ได้
ของบประมาณจากจั
งหวั
ดอี
ก๕๐๐,๐๐๐บาท มาต่
อเติ
มจนเป็
นอาคารพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
จนแล้
วเสร็
จ เป็
นแหล่
งการศึ
กษาเรี
ยนรู้
ของเยาวชนและประชาชนทั่
วไปได้
ปั
จจุ
บั
นพิ
พิ
ธภั
ณฑ์
ท้
องถิ่
นตาบลหนามแดง เป็
นแหล่
งเรี
ยนรู้
และแหล่
งท่
องเที่
ยวทาง
วั
ฒนธรรมที่
เปิ
ดบริ
การให้
เด็
ก เยาวชน และประชาชนทั่
วไป เข้
าศึ
กษาเรี
ยนรู้
ได้
ทุ
กวั
นไม่
เว้
น
วั
นหยุ
ดราชการ