118
ราราชา และกองทั
พหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อเพื่
อยกไปล้
อมกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ฝ่
ายอยุ
ธยาสมเด็
จพระมหาจั
กรพรรดิ
ทรงประชวรและสวรรคต สมเด็
จพระมหิ
นทราธิ
ราชทรงขึ
้
นครองราชย์
ต่
อ โดยพระองค์
ทรงบั
ญชาการ
ป้
องกั
นกรุ
งศรี
อยุ
ธยาอย่
างเข้
มแข็
ง ทํ
าให้
พม่
าไม่
สามารถเข้
าตี
ได้
พระเจ้
าบุ
เรงนองจึ
งกล่
อมให้
พระยาจั
กรี
เป็
นไส้
ศึ
กแล้
วปล่
อยให้
หนี
เข้
ากรุ
งศรี
อยุ
ธยา ซึ
่
งพระยาจั
กรี
ได้
ดํ
าเนิ
นตามแผน จนในที่
สุ
ดกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ก็
เสี
ยแก่
พม่
าครั
้
งแรกในปี
พ.ศ. 2112
เมื่
อยึ
ดกรุ
งศรี
อยุ
ธยาได้
แล้
วพระเจ้
าบุ
เรงนองทรงโปรดฯ เกล้
า พระมหาธรรมราชาเป็
น
พระมหากษั
ตริ
ย์
ทรงพระนามว่
า สมเด็
จพระมหาธรรมราชาธิ
ราชครองกรุ
งศรี
อยุ
ธยาในฐานะเมื
องประเทศ
ราชของพม่
า ในระยะนี
้
เมื
องพิ
ษณุ
โลก จึ
งมี
ฐานะเป็
นเมื
องมหาอุ
ปราช และราชธานี
ฝ่
ายเหนื
ออี
กครั
้
งหนึ
่
ง
ทรงโปรดฯ เกล้
าให้
พระนเรศวรพระราชโอรสองค์
ใหญ่
ไปครองหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อโดยประทั
บอยู
่
ที่
เมื
อง
พิ
ษณุ
โลก ในปี
พ.ศ. 2112
พระนเรศวรทรงปกครองหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อ โดยประทั
บอยู
่
ที่
เมื
องพิ
ษณุ
โลกเป็
นระยะเวลา 15 ปี
ซึ
่
งทํ
าให้
เมื
องพิ
ษณุ
โลกเป็
นศู
นย์
กลางการปกครอง การทหาร มี
การฝึ
กกํ
าลั
งพลเพื่
อกอบกู
้
เอกราชของไทย
และสามารถสร้
างความสามั
คคี
ให้
บรรดาหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อจนมี
ความเข้
มแข็
ง ด้
วยเหตุ
นี
้
จึ
งทํ
าให้
สมเด็
จ
พระนเรศวรทรงประกาศอิ
สรภาพไม่
ขึ
้
นต่
อพม่
า และเมื่
อทรงทราบข่
าวว่
าพระเจ้
ากรุ
งหงสาวดี
จะยกกองทั
พ
มาปราบ พระองค์
ได้
อพยพชาวเมื
องพิ
ษณุ
โลกและหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อมารวมกั
นที่
กรุ
งศรี
อยุ
ธยาเพี
ยงแห่
ง
เดี
ยว ในปี
พ.ศ. 2127 เพราะกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเป็
นชั
ยภู
มิ
ที่
เหมาะสมที่
สุ
ด ทํ
าให้
เมื
องพิ
ษณุ
โลกและหั
วเมื
องฝ่
าย
เหนื
อถู
กละทิ
้
งให้
เป็
นเมื
องร้
างถึ
ง 8ปี
หลั
งจากที่
สมเด็
จพระนเรศวรได้
รั
บชั
ยชนะจากการทํ
ายุ
ทธหั
ตถี
กั
บพระหมาอุ
ปราชแล้
ว จึ
งทรง
โปรดฯ เกล้
า ให้
ยกเลิ
กหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อและรวมอาณาจั
กรให้
เป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นและเมื
องพิ
ษณุ
โลก
นั
้
นทรงโปรดให้
แต่
งตั
้
งเป็
นเมื
องเอก คู
่
กั
บนครศรี
ธรรมราชทางใต้
โดยผู
้
สํ
าเร็
จราชการเมื
องพิ
ษณุ
โลกมี
ยศ
เป็
นพระยา แม้
ว่
าพิ
ษณุ
โลกจะมี
ฐานะเป็
นเมื
องเอกก็
ตามแต่
พระมหากษั
ตริ
ย์
แห่
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยาก็
ได้
เสด็
จไป
นมั
สการ และสมโภชพระพุ
ทธชิ
นราชพระพุ
ทธชิ
นสี
ห์
อั
นเป็
นพระพุ
ทธรู
ปคู
่
บ้
านคู
่
เมื
องเสมอ
ในระยะต่
อมานี
้
เมื
องพิ
ษณุ
โลกยั
งคมมี
ความสํ
าคั
ญยิ่
งทางด้
านยุ
ทธศาสตร์
โดยเป็
นศู
นย์
บั
ญชาการรบ
กั
บอาณาจั
กรล้
านนา เช่
น ในสมั
ยสมเด็
จพระนารายณ์
มหาราชได้
เสด็
จไปประทั
บบั
ญชาการรบณ เมื
อง
พิ
ษณุ
โลก 2 ครั
้
ง คื
อ ในปี
พ.ศ. 2002 และปี
พ.ศ. 2004 เมื่
อกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ได้
ทํ
าสงครามกั
บเชี
ยงใหม่
และในรั
ชสมั
ยสมเด็
จพระเจ้
าเสื
อ เมื่
อพระองค์
เสด็
จขึ
้
นไปตี
เมื
องล้
านช้
างก็
ได้
เสด็
จมาประทั
บณ เมื
อง
พิ
ษณุ
โลกด้
วย (ปิ
ยนาถ บุ
ญนาค, 2523 : 171)นอกจากนี
้
เมื
องพิ
ษณุ
โลกยั
งมี
บทบาทสํ
าคั
ญเมื่
อพม่
ามาตี
กรุ
ง
ศรี
อยุ
ธยาในคราวเสี
ยกรุ
งครั
้
งที่
2กองทั
พพิ
ษณุ
โลกถู
กเกณฑ์
มาช่
วยป้
องกั
นพระนครด้
วย
เมื
องพิ
ษณุ
โลกสมั
ยธนบุ
รี
ภายหลั
งการเสี
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาให้
กั
บพม่
าครั
้
งที่
2 ในปี
พ.ศ. 2310ทํ
าให้
บรรดาหั
วเมื
องที่
มิ
ได้
ถู
กพม่
ารุ
กรานต่
างตั
้
งตั
วเป็
นอิ
สระ ส่
วนเมื
องเล็
กเมื
องน้
อยต่
างก็
ยอมอ่
อนน้
อมอยู
่
ใต้