120
เจ้
าพระยาสุ
รสี
ห์
(บุ
ญมา) ทรงบั
ญชาการรบด้
วยพระองค์
เอง แต่
ในระหว่
างนี
้
พม่
าได้
ยกกองทั
พมาทางด่
าน
สิ
งขรตี
เมื
องกุ
ยบุ
รี
และเมื
องปราณแตก ซึ
่
งกํ
าลั
งมุ่
งหน้
าเข้
าเมื
องเพชรบุ
รี
เมื
องราชบุ
รี
และเมื
องนครชั
ยศรี
เพื่
อเข้
ากรุ
งธนบุ
รี
อี
กทางหนึ
่
ง ทํ
าให้
พระบาทสมเด็
จพระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
(พระเจ้
าตากสิ
น) จํ
าต้
องยกกองทั
พ
กลั
บกรุ
งธนบุ
รี
สงครามระหว่
างไทยกั
บพม่
าครั
้
งนี
้
เป็
นศึ
กยิ่
งใหญ่
ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
เพราะอะแซหวุ่
นกี
้
ยกพลเข้
า
มาเป็
นจํ
านวนมาก ประกอบกั
บพิ
ษณุ
โลกถู
กล้
อมเป็
นเวลานานถึ
ง 4 เดื
อน ทํ
าให้
เกิ
ดการขาดแคลนเสบี
ยง
อาหารขึ
้
น ในที่
สุ
ดเจ้
าพระยาจั
กรี
และพระยาสุ
รสี
ห์
ก็
ตั
ดสิ
นใจทิ
้
งเมื
องพิ
ษณุ
โลก อะแซหวุ่
นกี
้
จึ
งเข้
าเมื
อง
พิ
ษณุ
โลกได้
และได้
เผาทํ
าลายบ้
านเมื
องพิ
นาศสิ
้
น มี
เพี
ยงวั
ดพระศรี
รั
ตนมหาวิ
หารเพี
ยงแห่
งเดี
ยวที่
ไม่
เสี
ยหาย เนื่
องจากอะแซหวุ่
นกี
้
ได้
รั
บคํ
าสั่
งให้
ยกกองทั
พกลั
บ ทั
้
งนี
้
เพราะพระเจ้
ามั
งระพระมหากษั
ตริ
ย์
พม่
า
ได้
เสด็
จสวรรคต ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
นั
้
นมี
ฐานะเป็
นเมื
องเอกปกครองหั
วเมื
องฝ่
ายเหนื
อ
พิ
ษณุ
โลกในสมั
ยรั
ตนโกสิ
นทร์
หลั
งสงครามอะแซหวุ่
นกี
้
แล้
วสมเด็
จเจ้
าพระยามหากษั
ตริ
ย์
ศึ
ก
(ทองด้
วง) ซึ
่
งเคยดํ
ารงตํ
าแหน่
งเจ้
าพระยาจั
กรี
ได้
ทํ
าพิ
ธี
ปราบดาภิ
เษกขึ
้
นเป็
นกษั
ตริ
ย์
ทรงพระนามว่
า
“พระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก” แห่
งราชวงศ์
จั
กรี
ทรงโปรดฯ เกล้
าให้
ย้
ายเมื
องหลวงจากกรุ
งธนบุ
รี
มาตั
้
ง
“กรุ
งเทพมหานคร” หรื
อกรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
ขึ
้
น ในช่
วงนี
้
พระเจ้
าปดุ
ง พระมหากษั
ตริ
ย์
แห่
งพม่
าได้
ยก
ทั
พมาตี
กรุ
งเทพมหานคร หรื
อที่
เรี
ยกกั
นว่
าสงครามเก้
าทั
พ แต่
สมเด็
จพระพุ
ทธยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก (ทองด้
วง)
และกรมพระราชวงบวรสถานมงคล (บุ
ญมา) ซึ
่
งเดิ
มดํ
ารงตํ
าแหน่
งเจ้
าพระยาสุ
รสี
ห์
ได้
ยกกองทั
พเข้
าตี
พม่
า
แตกพ่
ายไป ประกอบกั
บระยะหลั
งพม่
ามี
ปั
ญหาภายในประเทศจึ
งไม่
ยกกองทั
พมารุ
กรานไทยอี
ก
หลั
งสงครามเก้
าทั
พแล้
ว เมื
องพิ
ษณุ
โลกก็
ยั
งเป็
นเมื
องเอกเป็
นเมื
องศู
นย์
กลางการปกครองหั
วเมื
อง
ฝ่
ายเหนื
ออยู
่
แต่
ได้
ลดบทบาททางด้
านการทหารลง เนื่
องจากสงครามระหว่
างไทยกั
บพม่
ายุ
ติ
ลง ทั
้
งนี
้
เพราะอั
งกฤษได้
พม่
าเป็
นเมื
องขึ
้
นแล้
วแต่
เมื
องพิ
ษณุ
โลกก็
ยั
งมี
ความสํ
าคั
ญทางด้
านการเมื
อง การปกครอง
เศรษฐกิ
จ การศาสนา และการคมนาคมแทน ดั
งปรากฏว่
ามี
พระมหากษั
ตริ
ย์
ราชวงศ์
จั
กรี
ได้
เสด็
จไป
นมั
สการพระพุ
ทธชิ
นราชและพระพุ
ทธชิ
นสี
ห์
โดยมี
งานสมโภชอยู
่
เสมอ
ในรั
ชสมั
ยรั
ชกาลที่
3พระบาทสมเด็
จพระนั่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วทรงโปรดฯ เกล้
าให้
กรมพระราชวั
งบวร
มหาศั
กดิ
์
พลเสพอั
นเชิ
ญพระพุ
ทธชิ
นสี
ห์
มาประดิ
ษฐานไว้
ณ พระอุ
โบสถวั
ดบวรนิ
เวศ กรุ
งเทพมหานคร
ส่
วนพระศรี
ศาสดานั
้
น เจ้
าอาวาสวั
ดบางอ้
อยช้
างได้
อั
ญเชิ
ญไปไว้
ที่
วั
ดบางอ้
อยช้
างก่
อน ครั
้
นในรั
ชกาลที่
4
ทรงโปรดฯ เกล้
าอั
ญเชิ
ญไปประดิ
ษฐานณพระอุ
โบสถวั
ดบวรนิ
เวศ กรุ
งเทพมหานคร
ในรั
ชสมั
ยรั
ชกาลที่
4พระบาทสมเด็
จพระจอมเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
วรั
ชกาลที่
4 เสด็
จเมื
องพิ
ษณุ
โลกโดยเรื
อ
ยนต์
พระที่
นั่
งอั
ครบวรเดช เสด็
จมานมั
สการพระพุ
ทธชิ
นราช ทรงเปลื
้
องกํ
าไลหยกจากพระกรสวมนิ
้
วพระ
หั
ตถ์
พระพุ
ทธชิ
นราช และบู
ชาด้
วยบายศรี
ปั
้
นด้
วยรั
กปิ
ดทองสํ
าหรั
บ 1ปิ
ดเงิ
นสํ
าหรั
บ 1 ต้
นไม้
เงิ
นต้
นไม้
ทองและเครื่
องสั
กการะตามสมควร ทั
้
งนี
้
พระองค์
ได้
เสร็
จประพาสหั
วเมื
องเหนื
ออาทิ
เช่
น เมื
องสวรรคโลก