- ๑๓๗ -
ร้
อยละ ๓๑ (หญิ
ง) ในขณะที่
ค่
าประมาณสั
ดส่
วนพฤติ
กรรมเคยมี
เพศสั
มพั
นธ์
กั
บเพศเดี
ยวกั
นมี
มากถึ
ง
ร้
อยละ ๕๕ (ชาย) และร้
อยละ ๖๖ (หญิ
ง) ทั้
งนี้
อาจมี
ปั
จจั
ยเชิ
งสาเหตุ
หลั
ก ๓ ประการคื
อ ๑) จากการ
อบรมเลี้
ยงดู
และสั
มพั
นธภาพในครอบครั
ว ๒) จากการเรี
ยนรู้
ภายใต้
สภาพแวดล้
อมที่
โรงเรี
ยน และ
๓) จากอิ
ทธิ
พลของสภาวะสั
งคมที่
กํ
าหนดเงื่
อนไขพฤติ
กรรมของบุ
คคลขึ้
นมา (วั
ลลภ ปิ
ยะมโนธรรม,
๒๕๓๕) สํ
าหรั
บนั
กศึ
กษามหาวิ
ทยาลั
ยซึ่
งได้
ผ่
านประสบการณ์
ในปั
จจั
ยเชิ
งสาเหตุ
ในข้
อที่
๑) และข้
อที่
๒) มาจนถึ
งสถานภาพณ ปั
จจุ
บั
น จึ
งน่
าจะมี
ปั
จจั
ยหลั
กแห่
งพฤติ
กรรมสั
บสนทางเพศและมี
พฤติ
กรรม
เพศสั
มพั
นธ์
กั
บเพศเดี
ยวกั
นมาจากอิ
ทธิ
พลทางสั
งคม อาทิ
ค่
านิ
ยมทางสั
งคมที่
เชื่
อว่
าการเป็
นผู้
ชายต้
อง
เป็
นคนแข็
งแกร่
ง ต้
องชอบเล่
นกี
ฬา พู
ดจาโผงผาง หยาบคาย ก้
าวร้
าว เกเร ต้
องชกต่
อยกั
น ต้
องสู
บ
บุ
หรี่
ดื่
มเหล้
า เที่
ยวหญิ
งบริ
การ ซึ่
งหากเด็
กหนุ่
มมี
เอกลั
กษณ์
สั
บสนอยู่
แล้
ว และไม่
รู้
สึ
กต้
องการเป็
นคน
ที่
มี
ลั
กษณะนิ
สั
ยดั
งกล่
าวนี้
จะยิ่
งเกิ
ดสั
บสนว่
าตนเองควรจะเป็
นเด็
กสาวมากกว่
า เพราะอุ
ปนิ
สั
ยตนเอง
เป็
นคนสุ
ภาพอ่
อนโยน สํ
ารวมเรี
ยบร้
อย ไม่
ชอบเล่
นกี
ฬา อ่
อนแอเหมื
อนเพศหญิ
งทั่
วไป จึ
งอาจเกิ
ด
อาการย้ํ
าคิ
ดสั
บสนในใจ เมื่
อถู
กเพื่
อนเพศเดี
ยวกั
นกระตุ้
นอารมณ์
ทางเพศขึ้
นมาโดยไม่
ได้
เจตนา หรื
อ
คบหากลุ่
มที่
มี
นิ
สั
ยคล้
ายกั
นชั
กชวนเข้
าเป็
นสมาชิ
กกลุ่
ม จนฝั
งใจและเกิ
ดความพึ
งพอใจในพฤติ
กรรม
กลุ่
มของพวกตนจนกลายเป็
นอุ
ปนิ
สั
ยที่
ถาวรในที่
สุ
ด
ในทํ
านองเดี
ยวกั
น ปั
จจุ
บั
นบทบาทของผู้
หญิ
งเปลี่
ยนแปลงไปจากเดิ
มมาก มี
ความกล้
า
แสดงออกมากขึ้
นทั้
งการพู
ดจาและการวางตั
ว โดยเฉพาะเวลาอยู่
กั
บผู้
ชาย ซึ่
งไม่
ใช่
ลั
กษณะขี้
อาย
อ่
อนแอเป็
นฝ่
ายรั
บอย่
างเดี
ยวเหมื
อนผู้
หญิ
งสมั
ยก่
อน ทํ
าให้
ผู้
ชายที่
ขาดความเชื่
อมั่
นในความเป็
นชาย
ของตนเองอยู่
แล้
ว ยิ่
งเกิ
ดความไม่
มั่
นใจในบทบาทของตนยิ่
งขึ้
น เมื่
อมี
ชายหนุ่
มซึ่
งเป็
นเพศเดี
ยวกั
น
มากระตุ้
นเป็
นฝ่
ายรุ
ก ทํ
าให้
ตนเองเป็
นฝ่
ายรั
บแล้
วรู้
สึ
กสบายใจกว่
าการต้
องทํ
าตั
วเป็
นฝ่
ายรุ
กผู้
หญิ
ง
จึ
งอาจเกิ
ดความพึ
งพอใจที่
จะเป็
นฝ่
ายรั
บต่
อไปอี
ก จนกลายเป็
นอุ
ปนิ
สั
ยถาวรไปตลอดชี
วิ
ตได้
นอกจากนี้
สั
งคมไทยปั
จจุ
บั
นมี
ลั
กษณะกึ่
งทุ
นนิ
ยม เรื่
องรั
กร่
วมเพศได้
กลายเป็
นธุ
รกิ
จการค้
าประเภท
หนึ่
ง (วั
ลลภ ปิ
ยะมโนธรรม,
เข้
าถึ
งเมื่
อ ๑ สิ
งหาคม ๒๕๕๕) มี
การผลิ
ตสื่
อ
ประเภทต่
างๆ ทั้
งหนั
งสื
อ รู
ปภาพ การแสดงบนเวที
การแสดงทางโทรทั
ศน์
วี
ซี
ดี
และภาพยนตร์
เกี่
ยวกั
บรั
กร่
วมเพศ ตลอดจนมี
สถานบั
นเทิ
งมากมายที่
ให้
บริ
การพิ
เศษแก่
บุ
คคลกลุ่
มนี้
ไม่
ว่
าจะเป็
นผั
บ
เธค บาร์
เกย์
ซาวน่
า สปา เป็
นต้
น เมื่
อสั
งคมเปิ
ดโอกาสให้
แก่
คนรั
กร่
วมเพศได้
เปิ
ดเผยตั
ว ไม่
ต้
องคอย
ปกปิ
ดควบคุ
มตนเองอี
กต่
อไปเช่
นนี้
แนวโน้
มที่
จะเป็
นรั
กร่
วมเพศอยู่
แล้
วจึ
งแสดงออกได้
อย่
างเต็
มตั
ว
ดั
งเช่
นที่
พบเห็
นได้
ไม่
ยากในสั
งคมปั
จจุ
บั
น
นอกจากนั้
นสั
งคมที่
ต้
องมี
ชี
วิ
ตอยู่
ในโลกของการแข่
งขั
นดั
งเช่
นทุ
กวั
นนี้
กดดั
นให้
ต้
องชิ
งดี
ชิ
ง
เด่
น บางคนมุ่
งไปที่
เรี
ยนเก่
ง บางคนเลื
อกเด่
นในเชิ
งกี
ฬา กิ
จกรรม ดนตรี
การแสดงหรื
อด้
านอื่
นๆ
มากมาย พวกที่
มี
แนวโน้
มจะเป็
นรั
กร่
วมเพศ เมื่
อเลื
อกที่
จะเก่
งในแนวทางที่
สั
งคมยอมรั
บไม่
ค่
อยได้
จึ
ง
มุ่
งไปสู่
การแสดงพฤติ
กรรมแปลกๆ ในลั
กษณะเป็
นชายจริ
งก็
ไม่
ใช่
หญิ
งแท้
ก็
ไม่
เชิ
ง เพื่
อเอาชนะใจหรื
อ
เป็
นที่
สนใจจากผู้
อื่
น ถ้
าบั
งเอิ
ญได้
รั
บการนิ
ยมยอมรั
บจากสั
งคมก็
จะยิ่
งเกิ
ดความพอใจในบทบาท
ดั
งกล่
าวของตนมากขึ้
น เช่
น การแต่
งหน้
าแต่
งตั
ว การแสดงละคร การแสดง lip sing การแสดงตลก