bk130 - page 176

- ๑๓๔ -
ด้
วยช่
องทางสื่
อสารที่
มี
ความสะดวกและเป็
นที่
นิ
ยมดั
งกล่
าวนี้
เอง จึ
งทํ
าให้
สื่
อประเภทลามก
อนาจารเข้
าถึ
งตั
วนั
กศึ
กษาซึ่
งอยู่
ในกลุ่
มคนอายุ
๑๖-๓๑ ปี
ได้
ไม่
ยาก เนื่
องจากพื้
นฐานการเปิ
ดรั
ข้
อมู
ลของบุ
คคลมาจากแรงจู
งใจที่
จะแสวงหาความรู้
เพื่
อต้
องการทราบข้
อมู
ลที่
ตนสนใจหรื
อมี
ความ
อยากรู้
อยากเห็
น นอกจากนั้
น การเปิ
ดรั
บสื่
ออาจเป็
นไปเพื่
อประโยชน์
ในการผ่
อนคลายอารมณ์
หรื
เป็
นการเปิ
ดรั
บประสบการณ์
เพี
ยงเพื่
อสนองตอบความอยากรู้
อยากเห็
นตามช่
วงวั
ย (Becker, ๑๙๗๙
อ้
างใน ชานนท์
ศิ
ริ
ธร, ๒๕๕๔: ๖๖) รวมทั้
งเพื่
อความบั
นเทิ
ง เพลิ
ดเพลิ
นและผ่
อนคลายอารมณ์
(Alkin, ๑๙๗๓ อ้
างในชานนท์
ศิ
ริ
ธร, ๒๕๕๔: ๗๐) ซึ่
งสอดคล้
องกั
บผลการวิ
จั
ยในครั้
งนี้
มี
ข้
อน่
าสั
งเกตประการหนึ่
งว่
านั
กศึ
กษาทั้
งชายและหญิ
งมี
วั
ตถุ
ประสงค์
หลั
กในการเปิ
ดรั
บสื่
อนาจารตรงกั
น ๒ ประการคื
อ เพื่
อความบั
นเทิ
งและเพื่
อสนองความอยากรู้
อยากเห็
น โดยส่
วนใหญ่
ใช้
เวลาในการเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจารตามแต่
เวลาและโอกาสจะอํ
านวย แต่
ละครั้
งไม่
เกิ
น ๑ ชั่
วโมงต่
อวั
น ซึ่
น่
าจะสะท้
อนให้
เห็
นได้
ว่
า การเปิ
ดรั
บสื่
ออนาจารของนั
กศึ
กษามหาวิ
ทยาลั
ยอาจไม่
ได้
ส่
งผลกระทบใน
เชิ
งลบเสมอไป ในทางตรงกั
นข้
าม สื่
ออนาจารอาจทํ
าหน้
าที่
เป็
นกลไกในการตอบโจทย์
ปั
ญหาทางเพศ
แทนบิ
ดามารดา ผู้
ปกครองหรื
อครู
อาจารย์
ได้
อย่
างชั
ดเจนกว่
า เข้
าใจได้
ง่
ายกว่
า และยั
งให้
คํ
าอธิ
บาย
ประกอบภาพได้
โดยไม่
ต้
องใช้
จิ
นตนาการใดๆ ในขณะได้
รั
บฟั
งอี
กด้
วย นอกจากนั้
น การยอมให้
สื่
อนาจารเป็
นเสมื
อนห้
องเรี
ยนส่
วนตั
วในวิ
ชาเพศศึ
กษาสํ
าหรั
บนั
กศึ
กษา
ยั
งช่
วยให้
พวกเขารู้
สึ
กสบาย
ใจ ไม่
อึ
ดอั
ดอั
บอายที่
จะเรี
ยนรู้
จากปากของผู้
ใหญ่
นั
กศึ
กษาซึ่
งกํ
าลั
งอยู่
ในช่
วงวั
ยโดยเฉลี่
ย ๑๘-๒๔ ปี
(ตรงกั
บประชากรที่
อยู่
ในช่
วงกลุ่
มคนอายุ
ระห่
าง ๑๖-๓๑ ปี
หรื
อกลุ่
มเจเนอเรชั่
นวายของ Tapscott
(๒๕๕๒) จึ
งรู้
จั
กเลื
อกเปิ
ดรั
บสื่
อที่
ตรงกั
บความสนใจของตนด้
วยความตั้
งใจ เพื่
อนํ
าข้
อมู
ลที่
ได้
รั
บมาใช้
ในการแก้
ปั
ญหาหรื
อสนองความต้
องการของตน จากนั้
นนั
กศึ
กษาจะเลื
อกรั
บรู้
หรื
อเลื
อกตี
ความหมาย
ตามความเข้
าใจของตนหรื
อตามทั
ศนคติ
ประสบการณ์
หรื
อแม้
แต่
ภาวะทางร่
างกายและทางอารมณ์
ณ ขณะนั้
น ซึ่
งสอดคล้
องกั
บคํ
าอธิ
บายของ Klapper (๑๙๖๗ อ้
างใน ชานนท์
ศิ
ริ
ธร, ๒๕๕๔: ๖๗) ซึ่
สรุ
ปว่
าเมื่
อบุ
คคลเปิ
ดรั
บข่
าวสารจากแหล่
งใดแล้
วก็
ใช่
ว่
าข่
าวสารนั้
นจะถู
กรั
บส่
งตามวั
ตถุ
ประสงค์
หรื
เจตนารมณ์
ของผู้
ส่
งสารทั้
งหมด ผู้
รั
บสารแต่
ละคนอาจตี
ความหมายของข้
อมู
ลข่
าวสารแตกต่
างกั
ออกไป เข้
าสู่
กระบวนการกลั่
นกรองขั้
นสุ
ดท้
ายที่
มี
ผลต่
อการส่
งสารไปยั
งผู้
รั
บสาร หากความเข้
าใจที่
เกิ
ดจากการรั
บรู้
นั้
นสอดคล้
องกั
บทั
ศนคติ
ของบุ
คคล ความเข้
าใจนั้
นจะพั
ฒนาต่
อไปเป็
นความเข้
าใจที
ถาวร พร้
อมที่
จะจดจํ
าในระยะยาวต่
อไป
นอกจากนี้
ยั
งสอดคล้
องกั
บการให้
สั
มภาษณ์
พู
ดคุ
ยกั
บนั
กศึ
กษากลุ่
มหนึ่
ง เพื่
อให้
ได้
ข้
อมู
ลเชิ
คุ
ณภาพเพิ่
มเติ
มในตอนหนึ่
ง ซึ่
งนั
กศึ
กษาให้
ความเห็
นว่
า สื่
ออนาจารจะส่
งผลอย่
างไรต่
อตั
วเรานั้
ขึ้
นอยู่
กั
บการใช้
วิ
จารณญาณของตนเองในการเลื
อกบริ
โภคสื่
ออย่
างมี
สติ
รู้
คิ
ด รู้
วิ
เคราะห์
และ
พอเหมาะพอดี
ส่
วนที่
๒ ประเด็
นการประมาณค่
าสั
ดส่
วนพฤติ
กรรมทางเพศของนั
กศึ
กษา
มี
ประเด็
นที่
สมควรนํ
ามาอภิ
ปราย ดั
งนี้
1...,166,167,168,169,170,171,172,173,174,175 177,178,179,180,181,182,183,184,185,186,...209
Powered by FlippingBook