st120 - page 10

2
ที่
โล่
งเตี
ยนอย่
างชาวบ้
าน ทั้
งนี้
เนื่
องจากการยั
งชี
พของเขาได้
อาศั
ยปั
จจั
ยจากป่
าเป็
นหลั
ก เช่
อาหาร ยารั
กษาโรค และไม่
ชอบการเพาะปลู
กและเลี้
ยงสั
ตว์
ทางจั
งหวั
ดปั
ตตานี
ยะลา นราธิ
วาส ชาวไทยมุ
สลิ
ม เรี
ยกชาวเงาะว่
า “ซาแก” ซึ่
แปลว่
า แข็
งแรงหรื
อป่
าเถื่
อน เพราะพวกนี้
ชอบอาศั
ยอยู่
ตามป่
า มี
ความทรหดอดทน ทนอด
แข็
งแรง เป็
นลั
กษณะประจํ
าตั
ว แต่
ชาวไทยพุ
ทธได้
เรี
ยกเพี้
ยนไปเป็
น “ซาไก”
ในประเทศสหพั
นธรั
ฐมาเลเซี
ย เรี
ยกว่
า “โอรั
ง อั
สลี
” (Orang Asli) ซึ่
งแปลว่
คนพื้
นเมื
องหรื
อคนดั้
งเดิ
ม ทั้
งนี้
ก็
เพราะเหตุ
ว่
า ทางมาเลเซี
ยได้
ค้
นคว้
าทางประวั
ติ
ศาสตร์
กั
อย่
างลึ
กซึ้
งและยอมรั
บว่
าชาวป่
าเผ่
านี้
เป็
นชาวพื้
นเมื
องของดิ
นแดนนี้
และอาจจะเป็
นบรรพบุ
รุ
ในวารสารวิ
ชาเรื่
องภาคใต้
ของประเทศไทย เขี
ยนโดยประทุ
ม ชุ่
มเพ็
งพั
นธุ์
เรี
ยกพวกนี้
ว่
า “ชนเผ่
าซาไก” (Sakai) หรื
อเรี
ยกอี
กชื่
อหนึ่
งว่
า “สิ
นอย” (Senoi)
บราเธอร์
อมาโด และเสถี
ยร โกเศศ เรี
ยกชาวเงาะว่
า “เซมั
ง” (Semang)
ชาวเงาะเรี
ยกตนเองว่
า “มั
นนิ
” ซึ่
งหมายถึ
ง คน
จากที่
กล่
าวมา ชื่
อที่
ใช้
เรี
ยกคนเผ่
านี้
มี
หลายชื่
อด้
วยกั
น แต่
เขาก็
พอใจให้
คนอื่
นเรี
ยก
เขาว่
า “โอรั
ง อั
สลี
ซาไก คื
อ ชนเผ่
าพื้
นเมื
องเผ่
าสุ
ดท้
ายที่
เหลื
ออยู่
ทางภาคใต้
สุ
ด ที่
ชอบเร่
ร่
อนอยู่
ในป่
ใช้
ป่
าในการยั
งชี
พ และดํ
ารงชี
วิ
ตตั้
งแต่
เกิ
ดจนตาย ซาไก จะรวมกั
นเป็
นกลุ่
ม ๆ ละประมาณ
7-12 คน และมี
การอพยพโยกย้
ายที่
อยู่
อาศั
ยอยู่
เสมอ การอยู่
แต่
ละที่
ประมาณ 3-5 วั
แต่
ไม่
เกิ
น 10-15 วั
น เนื่
องจากอาหารในบริ
เวณที่
อยู่
อาศั
ยหมดหรื
อหาได้
ยาก ใบไม้
ที่
ปกคลุ
ที่
พั
กแห้
ง กั
นแดดไม่
ได้
การตั้
งที่
อยู่
อาศั
ยซาไกจะเลื
อกบริ
เวณที่
เป็
นเนิ
นสู
งมี
ลํ
าธารหรื
อน้ํ
าตก
อยู่
ใกล้
ๆ มี
ป่
าไม้
ใหญ่
ปกคลุ
ม ซึ่
งเป็
นที่
มาของ อาหาร ยา ใช้
ไม้
ไผ่
ทํ
าเครื่
องมื
อเครื่
องใช้
เช่
อาวุ
ธ ที่
พั
ก หวี
กระบอกไม้
ไผ่
ใช้
แทนภาชนะ ใส่
น้ํ
าหุ
งต้
ม ใช้
ไม้
ไผ่
บาง ๆ เป็
นเครื่
องมื
อในการ
ตั
ดสายสะดื
อทารก ตลอดจนเป็
นวั
สดุ
สํ
าคั
ญในการทํ
าพิ
ธี
ฝั
งศพด้
วย เดิ
มซาไกมี
ความเชื่
อว่
ถ้
ามี
คนในกลุ่
มเสี
ยชี
วิ
ตลงวิ
ญญาณผู้
ตายจะมาหลอกหลอน เขาจึ
งไปฝั
งศพใกล้
ๆ ต้
นไม้
ใหญ่
เพื่
อวิ
ญญาณจะได้
ไปอยู่
อาศั
ชนเผ่
าซาไกตระกู
ลศรี
ธารโต “ศรี
ธารโต” ซึ่
งเป็
นนามสกุ
ลพระราชทานของสมเด็
พระศรี
นคริ
นทราบรมราชชนนี
เมื
อ ปี
พ.ศ.2516 ถู
กจั
ดให้
มี
ที่
อยู
อาศั
ยเป็
นหลั
กแหล่
ที่
แน่
นอน คื
อ หมู่
บ้
านซาไก อํ
าเภอธารโต จั
งหวั
ดยะลา ได้
รั
บความสนใจจากบุ
คคลทั่
ว ๆ ไป
ทั้
งคนไทยและคนต่
างประเทศ
ในปั
จจุ
บั
นชนเผ่
าซาไก ซึ่
งใช้
นามสกุ
ลศรี
ธารโต ได้
ถู
กชั
กจู
งโดยประเทศมาเลเซี
ให้
เข้
าไปอยู่
ในบริ
เวณที่
จั
ดไว้
ให้
พร้
อมทั้
งให้
สวั
สดิ
การต่
าง ๆ ทํ
าให้
ซาไก ศรี
ธารโต ที่
อาศั
อยู่
ในตํ
าบลบ้
านแหร อํ
าเภอธารโต จั
งหวั
ดยะลา อพยพไปอยู่
ที่
ประเทศมาเลเซี
ยเกื
อบทั้
งหมด
และยั
งคงหลงเหลื
ออยู่
ที่
หมู่
บ้
านซาไก ตํ
าบลบ้
านแหร จํ
านวน 2 ครั
วเรื
อน
1,2,3,4,5,6,7,8,9 11,12,13,14,15,16,17,18,19,20,...93
Powered by FlippingBook