22
2. สภำพเศรษฐกิ
จ
บ้
านกื
อเม็
งเป็
น “ชุ
มชนเกษตรกรรม” ในความหมายที่
ว่
าระบบเศรษฐกิ
จหลั
กหรื
อว่
ารายได้
หลั
กของสมาชิ
กใน
ชุ
มชนมาจากภาคเกษตร ในอดี
ตชาวกื
อเม็
งปลู
กข้
าวในบริ
เวณที่
ตั
้
งบ้
านเรื
อนในปั
จจุ
บั
นทั
้
งเพื่
อบริ
โภคใน
ครั
วเรื
อนและเพื่
อขาย รวมทั
้
งทาสวนยางและสวนไม้
ผลผสมผสานควบคู
่
กั
นไปทว่
าหลั
งจากที่
ยางพาราราคาดี
ประกอบกั
บการเปลี่
ยนแปลงของสภาพภู
มิ
ศาสตร์
ซึ่
งส่
วนใหญ่
เป็
นผลมาจาก “โครงการพั
ฒนา” ของรั
ฐ เช่
น
โครงการสร้
างอ่
างเก็
บน
้
าชาวกื
อเม็
งเลิ
กทานาและหั
นมาทายางพาราอย่
างเข้
มข้
นเมื่
อ 2
โดย
ที่
นาส่
วนหนึ่
งถู
กปรั
บเปลี่
ยนเป็
นที่
ตั
้
งบ้
านเรื
อน ส่
วนหนึ่
งโดยเฉพาะบริ
เวณที่
สู
งถู
กปรั
บเปลี่
ยนเป็
นสวน
ยางพาราขณะที่
ส่
วนที่
เป็
นที่
ลุ
่
มจานวนหนึ่
งถู
กปล่
อยทิ
้
งร้
าง ส่
วนสวนไม้
ผลผสมผสานส่
วนใหญ่
ถู
กปรั
บเปลี่
ยน
เป็
นสวนยางพาราเชิ
งเดี่
ยว
ปั
จจุ
บั
นชาวกื
อเม็
งแทบทุ
กครั
วเรื
อนเกี่
ยวข้
องกั
บเศรษฐกิ
จยางพาราในฐานะแหล่
งรายได้
หลั
ก โดย 153
195ครั
วเรื
อนหรื
อประมาณร้
อยละ 78ของครั
วเรื
อนทั
้
งหมดถื
อครองสวนยางพาราเฉลี่
ยครั
วเรื
อน
ละ 9.7
16
ทั
้
งนี
้
นอกจากตั
ดยางพาราด้
วยตนเองแล้
ว ชาวกื
อเม็
งราย
ที่
มี
สวนยางพาราขนาดใหญ่
และหลายแปลงมั
กให้
ชาวกื
อเม็
งรายอื่
นโดยเฉพาะรายที่
ไม่
มี
สวนยางพาราเป็
นของ
ตนเองตั
ดยางให้
โดยแบ่
งรายได้
ร้
อยละ 60/40 ระหว่
างเจ้
าของสวนยางพารากั
บคนตั
ด
นอกจากนี
้
เพื่
อ
นามาขายที่
ร้
านรั
บซื
้
อด้
วย ชายหนุ
่
มจานวนมากเป็
นลู
กจ้
างร้
านรั
บซื
้
อผลผลิ
ตยางพาราในการบรรทุ
กขี
้
ยางและ
ยางแผ่
นด้
วยรถจั
กรยานยนต์
ดั
ดแปลงจากสวนมายั
งร้
านรวมทั
้
งทางานอื่
นๆ ในร้
านปั
จจุ
บั
นบ้
านกื
อเม็
งมี
ร้
านรั
บ
ซื
้
อผลผลิ
ตยางพาราจานวน 6 ร้
าน โดยนอกเหนื
อจากการซื
้
อขายผลผลิ
ตยางพารา เจ้
าของร้
านเหล่
านี
้
มี
สวน
ยางพาราเป็
นของตนเองซึ่
งจ้
างให้
ชาวกื
อเม็
งรายอื่
นกรี
ดให้
ในอั
ตราการแบ่
งร้
อยละ 60/40 (เจ้
าของ/คนตั
ด)
เช่
นกั
นชาวสวนยางที่
นาผลผลิ
ตมาขายที่
ร้
านเหล่
านี
้
ส่
วนใหญ่
เป็
นชาวกื
อเม็
ง แต่
ก็
มี
ชาวสวนยางจากตะโละสะ
ดาที่
อยู
่
ห่
างออกไปประมาณ 2 กิ
โลเมตรนาผลผลิ
ตยางพารามาขายด้
วย ส่
วนหนึ่
งเป็
นเพราะพวกเขาตั
ดยาง
ให้
กั
บเจ้
าของร้
านเหล่
านี
้