30
ทั
้
งนี
้
ร้
านน
้
าชาและศาลาที่
คึ
กคั
กและมี
ชี
วิ
ตชี
วาได้
ดึ
งดู
ดใจให้
คนจากที่
อื่
นพากั
นเดิ
นทางมา “เที่
ยว” กื
อ
เม็
งเป็
นจานวนมาก เช่
น “แบนั
งตา” ชาว อ.บั
นนั
งสตา จ.ยะลา ซึ่
งแต่
งงานกั
บผู
้
หญิ
งกื
อเม็
ง นิ
ยมเดิ
นทางมา
เที่
ยวและค้
างคื
นที่
กื
อเม็
งด้
วยเหตุ
ผลที่
ว่
า
“เพราะว่
าที่
นี่
สนุ
ก บ้
านเราที่
นั
งตาเงี
ยบมากเพราะว่
ามี
ประกาศเคอร์
ฟิ
ว ร้
านปิ
ดกั
น
ตั
้
งแต่
ยั
งไม่
ค ่
าดี
ร้
านที่
เปิ
ดอยู
่
มั่
งก็
เงี
ยบมาก ไม่
มี
คนเลยแต่
ว่
าที่
กื
อเม็
งนี่
ร้
านน
้
าชาเปิ
ดกลางคื
น
หลายร้
านแล้
วก็
เปิ
ดดึ
กด้
วยคนก็
เยอะด้
วยแล้
วคนกื
อเม็
งนิ
สั
ยดี
เราก็
เลยชอบมาเที่
ยวที่
นี่
แล้
ว
ก็
คุ
ยกั
บคนตามศาลา ร้
านน
้
าชามั่
ง สนุ
กมากเลย เราก็
เลยชอบมาที่
นี่
ถ้
ามี
โอกาส เราไม่
อยาก
อยู
่
บ้
านเฉยๆมั
นน่
าเบื่
อ” (แบนั
งตา, สั
มภาษณ์
15กั
นยายน2554)
นอกเหนื
อจากกิ
จกรรมทางเศรษฐกิ
จปกติ
แล้
ว กื
อเม็
งยั
งมี
ธุ
รกิ
จปริ่
มกฎหมายที่
คึ
กคั
กด้
วย ได้
แก่
ธุ
รกิ
จ
น
้
าต้
มใบกระท่
อม ทั
้
งนี
้
ใบกระท่
อมถู
กจั
ดประเภทเป็
นสารเสพติ
ดประเภท 5
จ่
ายแ แ
แ
การต้
มน
้
าใบกระท่
อมขายจึ
งเป็
นธุ
รกิ
จ
ผิ
ดกฎหมายอย่
างไรก็
ดี
ในกื
อเม็
งมี
ผู
้
ผลิ
ต/ผู
้
ขายน
้
าต้
มใบกระท่
อมจานวนหนึ่
งและสาเหตุ
ที่
ธุ
รกิ
จดั
งกล่
าวคึ
กคั
ก
ในกื
อเม็
งมี
ความสลั
บซั
บซ้
อนพอสมควร กล่
าวคื
อ ชาวกื
อเม็
งเล่
าว่
านอกจากผลกาไรอย่
างงามแล้
ว การไม่
มี
เจ้
าหน้
าที่
ตารวจในพื
้
นที่
เพราะเหตุ
การณ์
ความไม่
สงบก่
อให้
เกิ
ดโอกาสอั
นวิ
เศษสาหรั
บธุ
รกิ
จผิ
ดกฎหมาย
ประเภทนี
้
ขณะเดี
ยวกั
นเงื่
อนไขนี
้
ก็
ได้
รั
บการหนุ
นเสริ
มด้
วยการที่
ทหารในค่
ายที่
ตั
้
งในพื
้
นที่
บางคนเป็
นลู
กค้
า
ประจาและบางคนเป็
นผู
้
ให้
“ความคุ
้
มครอง” ธุ
รกิ
จดั
งกล่
าว
นอกจากนี
้
การที่
นาย “มาเนาะ” อดี
ตผู
้
ใหญ่
บ้
านหมู
่
1 “ใส่
เกี
ยร์
ว่
าง” เพราะกลั
วว่
าคนที่
“มี
เอี่
ยว”
โดยเฉพาะอย่
างยิ่
งวั
ยรุ่
นเลื
อดร้
อนจะสร้
างความเดื
อดร้
อนให้
กั
บเขาก็
ยิ่
งส่
งผลให้
ธุ
รกิ
จน
้
าต้
มใบกระท่
อมในกื
อ
เม็
งขยายตั
วง่
ายยิ่
งขึ
้
น เขากล่
าวว่
า “เราจาเป็
นต้
องทาเป็
นมองไม่
เห็
นพวกน
้
ากระท่
อมเพราะว่
าไม่
อยากจะมี
ปั
ญหากั
บพวกเด็
กวั
ยรุ่
นพวกนี
้
มั
นอาจมาเผารถเผาอะไรของเราได้
ถ้
าไปขั
ดขวางพวกมั
น เรายอมรั
บกั
บตารวจ
แล้
วก็
นายอาเภอว่
าในหมู
่
บ้
านเรามี
น
้
ากระท่
อม เราจะให้
ความร่
วมมื
อถ้
าหากว่
าพวกเขาจะเข้
ามาจั
บ จะปล่
อย
ให้
จั
บเลยแต่
ว่
าเราจะไม่
เป็
นคนจั
บเองเพราะว่
าเราไม่
อยากถู
กพวกต้
มน
้
ากระท่
อมแล้
วก็
พวกเด็
กวั
ยรุ่
นที่
กิ
นกั
น
เกลี
ยดเอา เราทนแรงเสี
ยดทานไม่
ไหวหรอก แต่
เราก็
บอกพวกนั
้
นว่
าเราจะไม่
ช่
วยเหลื
อหรื
อว่
าประกั
นตั
วให้
ถ้
า
หากว่
าใครถู
กจั
บ” (มาเนาะ, สั
มภาษณ์
21กั
นยายน 2554) เพราะเหตุ
นี
้
กื
อเม็
งจึ
งมั
กคลาคล ่
าไปด้
วยลู
กค้
าน
้
า
ต้
มใบกระท่
อมตลอดทั
้
งวั
นและต่
อเนื่
องไปจนกระทั่
งกลางคื
นลู
กค้
าส่
วนใหญ่
เป็
นผู
้
ชายอายุ
ระหว่
าง 15-30 ปี
และจานวนมากมาจากหมู
่
บ้
านและตาบลห่
างไกลที่
ซึ่
งกล่
าวกั
นว่
าผู
้
ใหญ่
บ้
านและกานั
น “เอาจริ
ง” กั
บปั
ญหา