67
นั
กท่
องเที่
ยวทั่
วโลกหลั่
งไหลกั
นเข้
ามายั
งเกาะสมุ
ย เพี
ยงระยะเวลาไม่
กี่
ปี
เกาะสมุ
ยเติ
บโตอย่
างรวดเร็
ว
เกิ
นคาดหมายกลายเป็
นเมื
องท่
องเที่
ยวขนาดใหญ่
ความเจริ
ญหลากหลายรู
ปแบบต่
างถาโถมเข้
ามา
โรงแรมหรู
หราระดั
บ5ดาวรี
สอร์
ทห้
างสรรพสิ
นค้
าผุ
ดกั
นขึ
้
นมาเป็
นดอกเห็
ด
เกาะสมุ
ยมี
สภาพการเติ
บโตที่
เลี
ยนแบบเกาะภู
เก็
ตทุ
กอย่
าง เมื่
อกองทั
พของนั
กลงทุ
นต่
าง
ยาตราเข้
าไปตระเวนหาที่
ดิ
นผื
นงาม ซึ่
งก็
ไม่
พ้
นที่
ดิ
นสวนมะพร้
าวริ
มหาดเป็
นเป้
าหมายสํ
าคั
ญ
ชาวบ้
านที่
มี
ที่
ดิ
นติ
ดชายหาดที่
ถื
อเป็
นลู
กชั
งเริ่
มขยั
บฐานะขึ
้
นเป็
นเศรษฐี
จากการขายที่
ดิ
นแปลง
งามให้
กั
บนั
กลงทุ
น ไร่
หนึ่
งมู
ลค่
าหลั
กแสนหรื
อล้
านต้
น ๆ การเป็
นเศรษฐี
เกิ
ดใหม่
ของคนเหล่
านี
้
จะ
ครองฐานะนานแรมเดื
อนหรื
อแรมปี
ก็
ขึ
้
นอยู
่
กั
บการบริ
หารจั
ดการกั
บเม็
ดเงิ
นที่
ได้
มาคนไหนรู
้
คุ
ณค่
า
ก็
สามารถดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตได้
อย่
างราบรื่
นมาถึ
งวั
นนี
้
คนไหนได้
เงิ
นมาแล้
วใช้
จ่
ายอย่
างเทกระจาด
ท้
ายที่
สุ
ดก็
ต้
องบากหน้
ากลั
บไปเป็
นลู
กจ้
างให้
กั
บนั
กลงทุ
นบนที่
ดิ
นซึ่
งตนเคยเป็
นเจ้
าของมาก่
อน
ช่
วงระยะเพี
ยงสองถึ
งสามทศวรรษ เกาะสมุ
ยได้
กลายเป็
นมหานครแห่
งการท่
องเที่
ยวไปใน
ที่
สุ
ดมี
นั
กท่
องเที่
ยวไทยเดิ
นทางไปท่
องเที่
ยวปี
ละกว่
าแสนคนขณะที่
นั
กท่
องเที่
ยวต่
างชาติ
แห่
เข้
าไป
ปี
ละกว่
าแปดแสนคนทํ
าให้
เกาะสมุ
ยมี
รายได้
ทางการท่
องเที่
ยวปี
หนึ่
งไม่
ตํ่
ากว่
า1.4หมื่
นล้
านบาท
และมี
โรงแรมที่
พั
กทุ
กระดั
บอยู
่
468แห่
ง17,603ห้
องและกํ
าลั
งจะเพิ่
มขึ
้
นในเร็
วๆนี
้
อี
ก2,000ห้
อง
เกาะสมุ
ยมี
การเติ
บโตอย่
างต่
อเนื่
อง เมื่
อมี
เที่
ยวบิ
นเชื่
อมเมื
องหลวง กั
บภู
มิ
ภาคอื่
นๆ รวมถึ
งบิ
นตรง
มาจากต่
างประเทศรวมแล้
วกว่
า32 เที่
ยวต่
อวั
นกั
บมี
เรื
อเฟอร์
รี่
เข้
ามาเสริ
มบทบาทขนทั
้
งคนและรถอี
ก
วั
นหนึ่
งไม่
รู
้
ว่
ากี่
ร้
อยกี่
พั
นคั
น เกาะสมุ
ยแห่
งนี
้
จึ
งเหมื
อนดิ
นแดนที่
ไร้
พรมแดนและเป็
นเกาะสวรรค์
ของ
นั
กท่
องเที่
ยว (สํ
านั
กงานเทศบาลเมื
องเกาะสมุ
ย, 2552) อย่
างไรก็
ตามยั
งมี
ชุ
มชนคนเกาะสมุ
ยจํ
านวน
ไม่
น้
อยที่
ยั
งยึ
ดมั่
นอยู
่
กั
บการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตที่
เรี
ยบง่
ายแม้
อิ
ทธิ
พลของสถานประกอบการแบบสะดวกซื
้
อ
ติ
ดเครื่
องปรั
บอากาศซึ่
งมี
อิ
ทธิ
พลต่
อคนรุ่
นใหม่
ต่
างดาหน้
าเข้
าไปให้
บริ
การกั
นอยู
่
ที่
นั่
นมากมายก็
จริ
ง
แต่
ตลาดสดประจํ
าวั
นยามเย็
นบ้
านหน้
าทอนก็
ยั
งเป็
นแหล่
งที่
บรรดาชาวเกาะจั
บจ่
ายซื
้
อผั
กปลา เพื่
อ
การดํ
ารงชี
พในแต่
ละวั
นกั
นอย่
างไม่
เสื่
อมถอยหรื
อแม้
แต่
คนเฒ่
าคนแก่
ที่
เคยเก็
บเกี่
ยวเอาพื
ชผั
กใน
เรื
อกสวนมาขายแต่
ก่
อนเก่
าถึ
งวั
นนี
้
ก็
ยั
งคงดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตอยู
่
เยี่
ยงนั
้
นแหล่
งการทํ
าประมงที่
เคยยึ
ดเป็
นกิ
จ
ประจํ
าวั
นกั
นมานานบริ
เวณหมู
่
บ้
านแม่
นํ
้
าของชาวไทยมุ
สลิ
มและบ้
านแขกในตํ
าบลมะเร็
ต ถึ
งวั
นนี
้
พวกเขาก็
ยั
งคงยึ
ดมั่
นวิ
ถี
ชี
วิ
ตแบบเดิ
มและสร้
างเครื
อข่
ายจํ
าหน่
ายผลผลิ
ตที่
ได้
จากท้
องทะเลให้
กั
บ
สถานประกอบการในเกาะสมุ
ย แม้
แต่
การสวนมะพร้
าวซึ่
งถื
อสั
ญลั
กษณ์
ของเกาะสมุ
ยที่
เคยมี
กว่
า
8หมื่
นไร่
ได้
หายไปเพราะการปรั
บพื
้
นที่
ปลู
กสร้
างอาคารโรงแรม รี
สอร์
ทและถู
กหนอนบ้
างด้
วงบ้
าง
ทํ
าลายอี
กรวมกว่
า20,000ต้
นต่
อปี
แต่
ชุ
มชนบ้
านขามซึ่
งอยู
่
ทางฝั่
งตะวั
นตกก็
ยั
งไม่
ย่
อท้
อและเหนี
ยว
แน่
นอยู
่
กั
บอาชี
พนี
้
สู
้
โดยอุ
ตส่
าห์
สร้
างผลผลิ
ตออกมามิ
ได้
ขาด