st118 - page 74

64
การเสด็
จ ตรวจราชการหั
วเมื
องปั
กษ์
ใต้
ทู
ลเกล้
าฯ ถวายพระบาทสมเด็
จ พระจุ
ลจอมเกล้
เจ้
าอยู
หั
ว เมื่
อปี
วอกพ.ศ. 2427 ได้
กล่
าวถึ
งเกาะสมุ
ยในขณะนั
นใจความตอนหนึ่
งว่
" ในหมู่
บ้
าน
เกาะสมุ
ยนี
ถ้
าจะประมาณโรงเรื
อนราษฎรที
ตั้
งอยู่
จะเปนไทยประมาณ 400 หลั
งเศษ จี
น 100
หลั
งเศษ เปนจํ
านวนคนซึ่
งประจํ
าอยู่
ณ เกาะนั้
น ไทยประมาณ 1,000 คนเศษ จี
นสั
ก 600 คน
เศษ คิ
ดทั้
งคนจรไปมาตั้
งบ้
างไปบ้
าง จะเป็
นคนรวมประมาณถึ
ง 2,000 คน แต่
คนในเกาะสมุ
ยนั้
มาก ๆ น้
อย ๆ เป็
นคราว ๆ เป็
นต้
นว่
าถึ
งฤดู
สั
กเลก คนหลบหนี
มาอยู่
เกาะสมุ
ยเป็
นอั
นมาก ถ้
าจะ
คิ
ดในเวลาอย่
างมากจะเป็
นคนประมาณถึ
ง 5,000-6,000 คน คนไทยนั้
นเป็
นคนชาวนอก กริ
ยา
นํ้
าใจ และเสี
ยสละเป็
นชาวนอก กริ
ยา นํ้
าใจเสี
ยสละ เป็
นชาวนอกทั้
งสิ้
น มั
กจะบิ
ดเบื
อน พู
ดจาไล่
ไม่
จนและเป็
นคนเกรงกลั
วอาญานายกดขี
เป็
นต้
น ถ้
าจะถามสิ่
งใดก็
พู
ดจาอ้
อมค้
อมวนเวี
ยน ปิ
ดบั
เป็
นธรรมดา หาจริ
งยาก....พวกนั้
นมั
กจะเป็
นชาติ
ไหหลํ
าทั้
งสิ้
น.....ฯลฯ "
เมื่
อเกาะสมุ
ยเป็
นเมื
อง
ส่
งส่
วยแก่
เมื
องนครศรี
ธรรมราช เจ้
าเมื
องนครศรี
ธรรมราชก็
ส่
งคนมาปกครองเกาะสมุ
ยความอี
ตอนหนึ่
งในชี
วิ
วั
ฒน์
กล่
าวว่
า“
เกาะสมุ
ยนี
มี
ตํ
าแหน่
งผู
ว่
าราชการเป็
นพระคนหนึ่
ง คื
อนายฉิ
มญาติ
พระยานครที
ตายเสี
ยแล้
วในเวลาบั
ดนี
ไม่
มี
ตั
ว พระสมุ
ยผู
ว่
าราชการ มี
แต่
ปลั
ดอยู่
คนหนึ่
งเรี
ยกว่
หลวงสมุ
ยเป็
นคนแก่
อายุ
มาก" ชาวเกาะสมุ
ยมั
กจะเรี
ยกเจ้
าเมื
อง เกาะสมุ
ยว่
ตาหลวงหมุ
ย”
และการปกครองสมั
ยเดิ
ม เจ้
าเมื
องแต่
ละคนจะอยู
จนแก่
เฒ่
าและเมื่
อตายไปแล้
วจะแต่
งตั
งบุ
ตรชาย
เป็
นเจ้
าเมื
อง แทนต่
อไป (จากหนั
งสื
อชี
วิ
วั
ฒน์
ตอนที่
3 หนั
งสื
อรายงานหั
วเมื
องตะวั
นตกฯ เมื
อง
ปราณบุ
รี
เขาสามร้
อยยอด เกาะพะงั
น เกาะสมุ
ย)
ในปี
พ.ศ. 2427ครั
งเมื่
อสมเด็
จฯ กรมพระยาภานุ
พั
นธุ
วงศ์
วรเดช ได้
มาตรวจราชการหั
เมื
องปั
กษ์
ใต้
ทํ
าให้
ทราบว่
าชาวเกาะสมุ
ยไม่
อยากอยู
ภายใต้
การปกครองของเมื
องนครศรี
ธรรมราช
เพราะถู
กกดขี่
ข่
มเหง ทํ
าให้
ชาวเกาะสมุ
ยเกรงอาญา เจ้
าพระยานคร ดั
งนั
นชาวเกาะสมุ
ยจึ
งได้
ร้
อง
ทุ
กข์
กั
บ สมเด็
จฯ กรมพระยาภานุ
พั
นธุ
วงศ์
วรเดช ต่
อมาในคราวเดี
ยวกั
นพระองค์
ทรงแวะเยี่
ยม
เยี
ยนที่
เมื
องไชยา อั
นเป็
นเมื
องสํ
าคั
ญแห่
งหนึ่
งในสมั
ยนั
น ได้
ทรงพบปะกั
บพระยาไชยา (ขํ
า ศรี
ยา
ภั
ย) เจ้
าเมื
อง (ต่
อมาได้
รั
บพระราชทานบรรดาศั
กดิ ์
เป็
น พระยาวจี
สั
ตยารั
กษ์
) ก็
ทรงชอบพอ
อั
ธยาศั
ยของพระยาไชยามากด้
วยเหตุ
นี
เองจึ
งได้
กราบทู
ลให้
พระบาทสมเด็
จฯพระจุ
ลจอมเกล้
เจ้
าอยู
หั
วทรงทราบถึ
งความต้
องการของชาวเกาะสมุ
ยจึ
งทํ
าให้
เกาะสมุ
ยมาขึ
นกั
บเมื
องไชยาด้
วย
เหตุ
นี
เอง ต่
อมาเมื่
อปี
พ.ศ. 2440 ได้
มี
การจั
ดระบบการปกครองท้
องถิ่
นขึ
นใหม่
โดยยุ
บรวมหั
วเมื
อง
ต่
าง ๆ ตั
งเป็
น มณฑล จั
งหวั
ด และอํ
าเภอเมื
องเกาะสมุ
ยกั
บเกาะพะงั
นถู
กยุ
บรวมเป็
นอํ
าเภอ
เดี
ยวกั
นและได้
ส่
งหลวงพิ
พิ
ธอั
กษร (สิ
งห์
สุ
วรรณรั
กษ์
) ไปเป็
นนายอํ
าเภอคนแรกของเกาะสมุ
หลวงพิ
พิ
ธอั
กษร เป็
นทั
งนั
กบริ
หารและนั
กปกครองและนั
กพั
ฒนาที่
ดี
จึ
งเป็
นที่
ชื่
นชอบของ
ชาวเกาะสมุ
ยมากและได้
ขนานนามท่
านว่
า "พ่
อนาย" ท่
านได้
ย้
ายที่
ว่
าการ จากบ้
านดอนแตงมาตั
1...,64,65,66,67,68,69,70,71,72,73 75,76,77,78,79,80,81,82,83,84,...290
Powered by FlippingBook