การศึกษางบประมาณด้านวัฒนธรรมภาครัฐ ปีงบประมาณ ๒๕๕๔ - page 72

58
นอกจากนี้
สํ
านั
กงานคณะกรรมการวั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
ได้
อ้
างถึ
งพระเทพเวที
(ประยุ
ทธ์
ปยุ
ตฺ
โต) ว่
าได้
ให้
ความหมายคํ
าว่
า “วั
ฒนธรรม” (2551: 26) ดั
งนี้
1. วั
ฒนธรรม หมายถึ
ง ผลรวมของการสั่
งสมสิ่
งสร้
างสรรค์
และภู
มิ
ธรรม ภู
มิ
ปั
ญญาที่
ถ่
ายทอด
สื
บต่
อกั
นมาของสั
งคมนั้
นๆ
2. วั
ฒนธรรม หมายถึ
ง การสั่
งสมประสบการณ์
ความรู้
ความสามาร5 ภู
มิ
ธรรม ภู
มิ
ปั
ญญา
ทั้
งหมดที่
ช่
วยให้
มนุ
ษย์
ในสั
งคมนั้
นๆ อยู่
รอด และเจริ
ญสื
บต่
อมาได้
และเป็
นอยู่
อย่
างที่
เป็
นในปั
จจุ
บั
3. วั
ฒนธรรม หมายถึ
ง สิ่
งที่
ทํ
าให้
เจริ
ญงอกงามสื
บมา และเป็
นเนื้
อตั
วของความเจริ
ญงอกงามที่
มี
อยู่
ซึ่
งจะเป็
นพื้
นฐานของความเจริ
ญงอกงามต่
อไป ตลอดจนเป็
นเครื่
องวั
ดระดั
บความเจริ
ญงอกงามของสั
งคมนั้
นๆ
(2) อมรา พงศาพิ
ชญ์
(2537 : 34-50) ได้
ให้
ความหมายไว้
ว่
า “วั
ฒนธรรม คื
อ สิ่
งที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ้
กํ
าหนดขึ้
น มิ
ใช่
สิ่
งที่
มนุ
ษย์
ทํ
าตามสั
ญชาตญาณ อาจจะเป็
นการประดิ
ษฐ์
วั
ตถุ
สิ่
งของขึ้
นใช้
หรื
ออาจเป็
นการกํ
าหนด
พฤติ
กรรมและ/หรื
อความคิ
ด ตลอดจนวิ
ธี
การหรื
อระบบการทํ
างาน”
(3) นิ
คม มู
สิ
กะคามะ
(2545 : 56) ได้
ให้
ความหมายไว้
ว่
า “วั
ฒนธรรมย่
อมเปลี่
ยนแปลงไปตาม
เงื่
อนไขและกาลเวลา เมื่
อมี
การประดิ
ษฐ์
หรื
อค้
นพบสิ่
งใหม่
วิ
ธี
ใหม่
ที่
ใช้
แก้
ไขปั
ญหาและตอบสนองความต้
องการของ
สั
งคมได้
ดี
กว่
า ย่
อมทํ
าให้
สมาชิ
กของสั
งคมเกิ
ดความนิ
ยม และในที่
สุ
ดอาจเลิ
กใช้
วั
ฒนธรรมเดิ
ม การจะรั
กษาวั
ฒนธรรม
เดิ
มไว้
ได้
จึ
งต้
องปรั
บปรุ
งเปลี่
ยนแปลง หรื
อพั
ฒนาวั
ฒนธรรมนั้
นให้
เหมาะสมและมี
ประสิ
ทธิ
ภาพตามยุ
คสมั
ย”
(4) พระราชบั
ญญั
ติ
วั
ฒนธรรมแห่
งชาติ
พ.ศ.2553
(2553 : 29) มาตรา 4 ได้
กํ
าหนดความหมาย
ของ“วั
ฒนธรรม” ว่
า “วิ
ถี
การดํ
าเนิ
นชี
วิ
ต ความคิ
ด ความเชื่
อ ค่
านิ
ยม จารี
ตประเพณี
พิ
ธี
กรรม และภู
มิ
ปั
ญญา ซึ่
งกลุ่
ชนและสั
งคมได้
ร่
วมสร้
างสรรค์
สั่
งสม ปลู
กฝั
ง สื
บทอด เรี
ยนรู้
ปรั
บปรุ
ง และเปลี่
ยนแปลง เพื่
อให้
เกิ
ดความเจริ
ญงอกงาม ทั้
งด้
านจิ
ตใจและวั
ตถุ
อย่
างสั
นติ
สุ
ขและยั่
งยื
น”
ในที่
นี้
ผู้
วิ
จั
ยได้
ให้
ความหมาย
ของวั
ฒนธรรมว่
า “วั
ฒนธรรม”หมายถึ
ง วิ
ถี
ชี
วิ
ตความเป็
นอยู่
ความรู้
ความคิ
ความเชื่
อ ค่
านิ
ยม ประเพณี
พิ
ธี
กรรม และภู
มิ
ปั
ญญา ซึ่
งกลุ่
มชนและสั
งคมได้
ร่
วมสร้
างสรรค์
สั่
งสม ปลู
กฝั
สื
บทอด เรี
ยนรู้
ปรั
บปรุ
ง และเปลี่
ยนแปลงไปสู่
ความเจริ
ญงอกงาม
ตามความต้
องการของตนเอง
ทั้
งด้
านวั
ตถุ
และไม่
ใช่
วั
ตถุ
2.11.2 ความสํ
าคั
ญของวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรมเป็
นเรื่
องที่
สํ
าคั
ญเป็
นอย่
างยิ่
งในความเป็
นชาติ
ถ้
าชาติ
ใดที่
ไร้
เสี
ยซึ่
งวั
ฒนธรรมอั
นเป็
นของตนเอง
แล้
ว ชาติ
นั้
นจะคงความเป็
นชาติ
อยู่
ไม่
ได้
ชนชาติ
ที่
ไร้
วั
ฒนธรรม แม้
จะเป็
นผู้
ชนะในการทํ
าสงคราม แต่
ในที่
สุ
ดก็
จะเป็
นผู้
พ่
ายแพ้
ในด้
านวั
ฒนธรรม ซึ่
งนั
บว่
าเป็
นการพ่
ายแพ้
ที่
แยบยลและแนบเนี
ยนยิ่
งอย่
างราบคาบและสิ้
นเชิ
ง “ทั้
งนี้
เพราะผู้
ที่
ถู
กพิ
ชิ
ตในทางวั
ฒนธรรมนั้
นจะไม่
รู้
ตั
วเลยว่
าตนได้
ถู
กพิ
ชิ
ต เช่
นพวกตาดที่
พิ
ชิ
ตจี
นได้
และตั้
งราชวงศ์
หงวนขึ้
นปกครอง
จี
น แต่
ในที่
สุ
ดถู
กชาวจี
นซึ่
งมี
วั
ฒนธรรมสู
งกว่
ากลื
นจนเป็
นชาวจี
นไปหมดสิ้
น” (2525 : 75) จึ
งสรุ
ปได้
ว่
า วั
ฒนธรรมมี
ความสํ
าคั
ญดั
งนี้
(1) วั
ฒนธรรมเป็
นสิ่
งที่
ชี้
แสดงให้
เห็
นความแตกต่
างของบุ
คคล กลุ่
มคน หรื
อชุ
มชน
(2) เป็
นสิ่
งที่
ทํ
าให้
เห็
นว่
าตนมี
ความแตกต่
างจากสั
ตว์
1...,62,63,64,65,66,67,68,69,70,71 73,74,75,76,77,78,79,80,81,82,...207
Powered by FlippingBook