nt141 - page 81

73
6.การจั
ดการท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมตามแนวพระราชดํ
าริ
เศรษฐกิ
จพอเพี
ยง
วิ
ธี
ดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยเพื่
อให้
บรรลุ
ตามกระบวนการการศึ
กษากระบวนการวิ
เคราะห์
ชุ
มชนแบบ
มี
ส่
วนร่
วม (ParticipatoryRuralAppraisal : PRA) ของประชากรกลุ่
มที่
2มี
รายละเอี
ยดดั
งต่
อไปนี
1.วิ
ธี
การสร้
างเครื่
องมื
1.ศึ
กษารู
ปแบบและเทคนิ
ควิ
ธี
การสั
มภาษณ์
2.ศึ
กษาแนวคิ
ดทฤษฎี
และเอกสารงานวิ
จั
ยที่
เกี่
ยวข้
องกั
บขั
นตอนและกระบวนการสร้
าง
รู
ปแบบการจั
ดการการท่
องเที่
ยวทางวั
ฒนธรรมให้
ยั่
งยื
นตามแนวพระราชดํ
าริ
เศรษฐกิ
จพอเพี
ยงโดย
ชุ
มชนมี
ส่
วนร่
วมเพื่
อนํ
ามาเป็
นแนวทางการสั
มภาษณ์
3.ลงพื
นที่
สํ
ารวจหมู
บ้
านเป้
าหมายเพื่
อรวบรวมข้
อมู
ลต่
างๆโดยนํ
ารายละเอี
ยดที่
ได้
มาเป็
แนวทางในการสั
มภาษณ์
และการสั
งเกต
4.สร้
างแบบสั
มภาษณ์
โดยกํ
าหนดรู
ปแบบให้
เป็
นแบบปลายเปิ
2.วิ
ธี
การเก็
บข้
อมู
ลและวิ
เคราะห์
ผู
วิ
จั
ยเข้
าไปเก็
บข้
อมู
ลด้
วยตนเอง โดยเริ่
มแรกจะเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมกิ
จกรรมของชาวบ้
านทุ
รู
ปแบบเพื่
อสร้
างความคุ
นเคยซึ
งผู
วิ
จั
ยมี
วิ
ธี
เก็
บข้
อมู
ลตามขั
นตอนดั
งนี
1.การสั
มภาษณ์
แบบไม่
เป็
นทางการ (Informal Interview) สั
มภาษณ์
ผู
ให้
ข้
อมู
ลสํ
าคั
ในชุ
มชนอย่
างเป็
นกั
นเองแบบรายบุ
คคล เป็
นการพู
ดคุ
ยแบบไม่
มี
โครงสร้
างแต่
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
หลั
เพื่
อให้
ได้
ข้
อมู
ลและแนวความคิ
ดที่
หลากหลายจากชาวบ้
าน โดยผู
วิ
จั
ยจะอธิ
บายให้
ชาวบ้
านเข้
าใจ
ปรั
ชญาเศรษฐกิ
จพอเพี
ยงและการจั
ดการท่
องเที่
ยวอย่
างยั่
งยื
นด้
วย
2.การสั
งเกตแบบมี
ส่
วนร่
วม (ParticipatoryObservation) ผู
วิ
จั
ยจะเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วม
กิ
จกรรมของชาวบ้
าน เพื่
อให้
เข้
าถึ
งชาวบ้
านและเพื่
อเปิ
ดโอกาสในการศึ
กษาบริ
บทของชาวบ้
านโดย
ใช้
วิ
ธี
สั
งเกตอย่
างใกล้
ชิ
3.การสั
มภาษณ์
แบบเป็
นทางการโดยการสั
มภาษณ์
กลุ่
มตั
วอย่
างที่
มี
การคั
ดเลื
อกจากคนใน
ชุ
มชน จํ
านวน 42ท่
าน เป็
นรายบุ
คคลเพื่
อเปิ
ดโอกาสให้
แสดงความคิ
ดอย่
างแท้
จริ
งปราศจากการ
คล้
อยตามความคิ
ดของคนอื่
นๆ
1...,71,72,73,74,75,76,77,78,79,80 82,83,84,85,86,87,88,89,90,91,...202
Powered by FlippingBook