72
ที่
1 รวมถึ
งศึ
กษาจากแหล่
งข้
อมู
ลอื่
นๆ โดยมี
ลั
กษณะเป็
นแบบมาตราส่
วนประเมิ
นค่
า
(RatingScale) โดยผู
้
เชี่
ยวชาญแต่
ละท่
านให้
นํ
้
าหนั
กความเห็
นด้
วยในแต่
ละข้
อความ (ดู
รายละเอี
ยด
แบบสอบถามรอบที่
2ภาคผนวกข.)
แบบสอบถามรอบที่
3มี
ข้
อคํ
าถามเดี
ยวกั
บข้
อคํ
าถามในแบบสอบถามรอบที่
2ทุ
กประการ
แต่
ได้
เพิ่
มเติ
มการนํ
าเสนอค่
าสถิ
ติ
อั
น ได้
แก่
ค่
ามั
ธยฐาน (Median) พิ
สั
ยระหว่
างควอไทล์
(InterquartileRange) และฐานนิ
ยม (Mode) ในแต่
ละข้
อคํ
าถามของแบบสอบถามรอบที่
3นี
้
ค่
าสถิ
ติ
ดั
งกล่
าวได้
จากการวิ
เคราะห์
คํ
าตอบของผู
้
เชี่
ยวชาญตอบในรอบที่
2การตอบแบบสอบถามในรอบที่
3ผู
้
เชี่
ยวชาญจะได้
ทราบความคิ
ดเห็
นของกลุ่
มเป็
นรายข้
อแล้
วยั
งเปิ
ดโอกาสให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญแต่
ละท่
าน
ได้
ทบทวนคํ
าตอบเดิ
มในรอบที่
2ซึ
่
งอาจเปลี่
ยนแปลงหรื
อยั
งยื
นยั
นคํ
าตอบเดิ
มก็
ได้
ในกรณี
ที่
เปลี่
ยนแปลงคํ
าตอบหรื
อยื
นยั
นคํ
าตอบเดิ
มของผู
้
เชี่
ยวชาญในการตอบแบบสอบถามรอบที่
3ที่
มี
ผล
ทํ
าให้
คํ
าตอบของผู
้
เชี่
ยวชาญในรอบที่
3 ไม่
ได้
อยู
่
ในขอบเขตพิ
สั
ยควอไทล์
จะขอให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญ
แสดงเหตุ
ผลสํ
าหรั
บคํ
าตอบนั
้
นๆ (ดู
รายละเอี
ยดแบบสอบถามรอบที่
2ภาคผนวกข.)
4.การวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ล ข้
อมู
ลที่
เป็
นการสั
มภาษณ์
ในรอบที่
1 ใช้
วิ
ธี
การวิ
เคราะห์
เนื
้
อหา
(Content Analysis) และวิ
เคราะห์
ข้
อมู
ลที่
เป็
นแบบสอบถามแบบมาตราส่
วนประเมิ
นค่
า
(RatingScale) 5 ระดั
บ ในแบบสอบถามรอบที่
2และ 3 ใช้
วิ
ธี
วิ
เคราะห์
โดยสถิ
ติ
ได้
แก่
ค่
ามั
ธยฐาน
(Median) พิ
สั
ยระหว่
างควอไทล์
(Interquartile Range) เป็
นรายข้
อความในการสรุ
ปโดยนํ
าข้
อ
คํ
าตอบของผู
้
เชี่
ยวชาญในรอบที่
3มาอ่
านค่
าเท่
านั
้
นซึ
่
งพิ
จารณาผลการคํ
านวณข้
อคํ
าถามในแต่
ละ
ข้
อความของกลุ่
มผู
้
เชี่
ยวชาญที่
มี
ค่
ามั
ธยฐานตั
้
งแต่
3.50ขึ
้
นไปค่
าพิ
สั
ยระหว่
างควอไทล์
ไม่
เกิ
น
1.50และความแตกต่
างระหว่
างค่
ามั
ธยฐานกั
บค่
าฐานนิ
ยมไม่
เกิ
น 1.00 ในแต่
ละข้
อความ เหล่
านี
้
จะ
นํ
ามาสรุ
ป
ผู
้
วิ
จั
ยได้
ดํ
าเนิ
นการวิ
จั
ยในกลุ่
มที
่
2 โดยใช้
การศึ
กษากระบวนการวิ
เคราะห์
ชุ
มชนแบบมี
ส่
วนร่
วม (ParticipatoryRural Appraisal : PRA) กลุ่
มที่
2ประชากรในท้
องถิ่
น ผู
้
นํ
าชุ
มชน และ
ประชาชนที่
อาศั
ยอยู
่
ในชุ
มชนไทใหญ่
บ้
านถํ
้
าลอดจํ
านวน 42ท่
าน จากประชาชนในชุ
มชนซึ
่
งมี
หลั
กเกณฑ์
ว่
าจะต้
องมี
อายุ
ตั
้
งแต่
20ปี
ขึ
้
นไปทั
้
งเพศชายและเพศหญิ
งซึ
่
งผู
้
ที่
ได้
คั
ดเลื
อกต้
องยิ
นดี
เข้
า
ร่
วมงานวิ
จั
ยโดยตลอด และมี
ความปราถนาดี
ในการที่
จะให้
ความร่
วมมื
อในการพั
ฒนาปรั
บปรุ
ง
อย่
างจริ
งใจ ซึ
่
งสามารถรวบรวมวิ
เคราะห์
เนื
้
อหาเพื่
อใช้
ในการรวบรวมความคิ
ดเห็
นของกลุ่
ม
ผู
้
เชี่
ยวชาญได้
ดั
งนี
้
1.ความเข้
าใจต่
อปรั
ชญาเศรษฐกิ
จพอเพี
ยง
2.การมี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการท่
องเที่
ยว
3.การมี
ส่
วนร่
วมในการวางแผนการท่
องเที่
ยว
4.การมี
ส่
วนร่
วมในการอนุ
รั
กษ์
วั
ฒนธรรมไทใหญ่
5.การมี
ส่
วนร่
วมในกิ
จกรรมที่
ส่
งเสริ
มวั
ฒนธรรม