112
(ข) เป็
นผู
้
บริ
หารระดั
บนโยบายและปฏิ
บั
ติ
งานที่
กํ
าลั
งปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อเคยปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อนั
กวิ
ชาการที่
เป็
นที่
ยอมรั
บด้
านปรั
ชญาเศรษฐกิ
จพอเพี
ยง
(ค) เป็
นผู
้
บริ
หารระดั
บนโยบายและปฏิ
บั
ติ
งานที่
กํ
าลั
งปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อเคยปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อนั
กวิ
ชาการที่
เป็
นที่
ยอมรั
บด้
านพั
ฒนาชุ
มชน
(ง) เป็
นผู
้
บริ
หารระดั
บนโยบายและปฏิ
บั
ติ
งานที่
กํ
าลั
งปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อเคยปฏิ
บั
ติ
หน้
าที่
หรื
อนั
กวิ
ชาการที่
เป็
นที่
ยอมรั
บด้
านประวั
ติ
ศาสตร์
หรื
อโบราณคดี
(จ) องค์
กรบริ
หารส่
วนจั
งหวั
ดและส่
วนท้
องถิ่
น
สํ
าหรั
บจํ
านวนผู
้
เชี่
ยวชาญนั
้
นไม่
มี
การกํ
าหนดจํ
านวนตายตั
วแต่
ย่
อมขึ
้
นอยู
่
กั
บลั
กษณะของ
กลุ่
มถ้
าเป็
นกลุ่
มที่
เหมื
อนกั
นอาจจะใช้
ผู
้
เชี่
ยวชาญ 10 – 15คนก็
พอแต่
ถ้
ามี
ลั
กษณะต่
างกั
นอาจจะใช้
ผู
้
เชี่
ยวชาญมากขึ
้
น (สุ
นทร โคตรบรรเทา, 2526) ในการวิ
จั
ยแบบเทคนิ
คเดลฟายใน การประชุ
ม
ประจํ
าปี
California Junior CollegesAssociationปี
พ.ศ.2515 Thomas T.Macmillanได้
มี
ข้
อเสนอ
เกี่
ยวกั
บจํ
านวนของผู
้
เชี่
ยวชาญในเทคนิ
คเดลฟายดั
งนี
้
เมื่
อมี
จํ
านวนของผู
้
เชี่
ยวชาญตั
้
งแต่
20คนขึ
้
น
ไปจะส่
งผลให้
อั
ตราความคลาดเคลื่
อน (Error) จะน้
อยมาก (อ้
างถึ
งใน เกษมบุ
ญอ่
อน,2522 : 27)
กลุ่
มที่
2ประชากรในท้
องถิ่
นผู
้
นํ
าชุ
มชนและประชาชนที่
อาศั
ยอยู
่
ในชุ
มชนไทใหญ่
บ้
าน
ถํ
้
าลอดจํ
านวน 40ท่
าน จากประชาชนในชุ
มชนซึ
่
งมี
หลั
กเกณฑ์
ว่
าจะต้
องมี
อายุ
ตั
้
งแต่
20ปี
ขึ
้
นไป
ทั
้
งเพศชายและเพศหญิ
งซึ
่
งผู
้
ที
่
ได้
คั
ดเลื
อกต้
องยิ
นดี
เข้
าร่
วมงานวิ
จั
ยโดยตลอดและมี
ความปราถนาดี
ในการที่
จะให้
ความร่
วมมื
อในการพั
ฒนาปรั
บปรุ
งอย่
างจริ
งใจ
7.3 เครื่
องมื
อวิ
จั
ย/วิ
ธี
สร้
างและการหาคุ
ณภาพ
กลุ่
มประชากรกลุ่
มที่
1 วิ
ธี
ศึ
กษาโดยเทคนิ
คเดลฟายเครื่
องมื
อที่
ใช้
เก็
บรวบรวมข้
อมู
ล
สํ
าหรั
บการวิ
จั
ยในครั
้
งนี
้
ในรอบแรกเป็
นแบบสั
มภาษณ์
จํ
านวน 1ชุ
ดและแบบสอบถามในรอบที่
2
และรอบที่
3 เพื่
อใช้
เก็
บรวบรวมข้
อมู
ลจํ
านวนรวม 3 รอบดั
งมี
รายละเอี
ยดในการสร้
างเครื่
องมื
อที่
ใช้
เก็
บรวบรวมข้
อมู
ลต่
อไปนี
้
1. สร้
างแบบสั
มภาษณ์
เพื่
อเข้
าสั
มภาษณ์
ขอความคิ
ดเห็
นในรอบที
่
1 โดยผู
้
วิ
จั
ยได้
เข้
า
สั
มภาษณ์
ด้
วยตั
วเอง เพื่
อผู
้
เชี่
ยวชาญได้
แสดงความคิ
ดเห็
นอย่
างอิ
สระและเปิ
ดประเด็
นที่
น่
าสนใจ
ช่
วยในการเพิ่
มข้
อมู
ลในการสั
มภาษณ์
เชิ
งลึ
กมากขึ
้
น โดยนํ
าแบบสั
มภาษณ์
ที่
สร้
างเสร็
จแล้
วไปให้
อาจารย์
ที่
ปรึ
กษาวิ
ทยานิ
พนธ์
ได้
ตรวจปรั
บปรุ
งแก้
ไขแล้
วนํ
าให้
ผู
้
เชี่
ยวชาญที่
มี
ประสบการณ์
ใน
การจั
ดการการท่
องเที่
ยวพิ
จารณาความเหมาะสมและความครอบคลุ
มของข้
อคํ
าถามของเครื่
องมื
อ
ที่
จะใช้
ในการสั
มภาษณ์
ในรอบที่
1โดยผู
้
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
ตรวจแบบสั
มภาษณ์
ได้
แก่
1.1ศาสตราจารย์
ดร.สมบั
ติ
กาญจนกิ
จ
ประธานหลั
กสู
ตรบั
ณฑิ
ตศึ
กษาแขนง
วิ
ชาการจั
ดการนั
นทนาการการท่
องเที่
ยวสํ
านั
กวิ
ชาวิ
ทยาศาสตร์
การกี
ฬา จุ
ฬาลงกรณ์
มหาวิ
ทยาลั
ย
1.2
ดร.อรุ
ณศรี
อื
้
อศรี
วงศ์
อาจารย์
สาขาวิ
ชาสั
งคมศึ
กษาคณะมนุ
ษยศาสตร์
และ
สั
งคมศาสตร์
มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏอุ
ดรธานี