108
3. การหาฐานนิ
ยม
ผู
้
วิ
จั
ยหาค่
าฐานนิ
ยมของแต่
ละหั
วข้
อโดยหาค่
าความถี่
ของระดั
บคะแนนจาก 1ถึ
ง 5สํ
าหรั
บ
แต่
ละข้
อความถ้
าระดั
บคะแนนใดที่
มี
ความถี่
สู
งสุ
ดถื
อเป็
นค่
าฐานนิ
ยมของข้
อความนั
้
น ในกรณี
ที่
ความถี่
สู
งสุ
ดของระดั
บคะแนนนั
้
นอยู
่
ติ
ดกั
นจะถื
อเอาค่
ากลางระหว่
างคะแนนทั
้
งสองนั
้
นเป็
นค่
าฐาน
นิ
ยมของข้
อความนั
้
นสํ
าหรั
บกรณี
ที่
มี
ความถี่
สู
งของระดั
บคะแนนเท่
ากั
นแต่
ระดั
บคะแนนไม่
ได้
อยู
่
ติ
ดกั
นจะถื
อว่
าระดั
บคะแนนของข้
อความที่
มี
เท่
ากั
นทั
้
งสองนั
้
นเป็
นค่
าฐานนิ
ยม (Glass and
Hopkins, 1984) การหาฐานนิ
ยม (Mode) คื
อข้
อมู
ลที่
มี
ความถี่
มากที่
สุ
ดการใช้
ฐานนิ
ยมวั
ดค่
าเฉลี่
ย
ของข้
อมู
ลเป็
นการยอมรั
บข้
อมู
ลที่
มี
มากที่
สุ
ดเป็
นตั
วกลาง โดยไม่
ต้
องนํ
าข้
อมู
ลอื่
นมาพิ
จารณา
(บุ
ญธรรมกิ
จปรี
ดาบริ
สุ
ทธ์
, 2531)
ตั
วอย่
างที่
1
คะแนน
ความถี่
5
4
3
2
1
6
4
3
1
1
ดั
งนั
้
นฐานนิ
ยมคื
อ5
ตั
วอย่
างที่
2
คะแนน
ความถี่
5
4
3
2
1
6
6
2
1
-
ดั
งนั
้
นฐานนิ
ยมคื
อ4.50